บางฉากของบางตอนของบางเรื่อง
"คุณกำลังพูดถึงความเป็นมนุษย์ ?" ผมถามเธอไปอย่างนั้น แม้ห้วงนาทีนี้จะไม่ใคร่เหมาะนัก แต่ผมก็โพล่งถามแทรกความเงียบงัน หวังประคองห้องแคบไม่ให้อับเฉาจนเกินไป

เธอยังนิ่งไม่ตอบคำ ค่อยใช้เรียวมือบอบบางถอดต่างหูไข่มุกปลอมและสร้อยคอลูกปัดคริสตัลวางลงบนโต๊ะข้างหัวเตียง ทิ้งให้บทสนทนาที่เธอเริ่มเอาไว้ขาดสะบั้นกลางอากาศซีดแข็ง ความยะเยือกและเสียงจากเครื่องปรับอากาศทำให้ผมรู้สึกหวิวที่ท้องน้อย แต่ไม่มีอะไรน่ากังวล เมื่อเราทั้งคู่เหมือนแมลงราตรีที่บังเอิญพบกันในวงแสงสลัว ต่างพึงใจเชยชมความพร่องของกันและกัน พูดคุยกันในเรื่องที่ไม่มีใครอยากพูดกับเรา และผมเดาว่าเธอคงคิดว่าอาการทิ้งห้วงเงียบใบ้จะช่วยปลุกกระตุ้นให้ผมชูชัน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่ามันได้ผลเสมอ

ผมลุกขึ้นโอบเธอจากด้านหลัง ไล่มือไปตามเรือนร่าง สัมผัสนวลเนื้อใต้ร่มผ้าราบลื่น ไม่ทันที่เธอจะรู้ตัว เดรสสีดำถูกรูดลงจากหัวไหล่ ร่วงลงสู่ปลายเท้าบนพรมอับชื้น อวดผิวกายอาบแสงสีส้มของหลอดนีออนซึ่งถูกปรับให้เหลือแสงเพียงครึ่ง ผมจ้องแผ่นหลังเนียนละเอียดของเธอ พอนึกไปว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้สัมผัสก็พลันให้เศร้าสร้อย ค่อย ๆ รวบเส้นผมของเธอไปข้างหนึ่ง แล้วประทับจูบลงบนแนวกระดูกสันหลังเชื่องช้า เธอครางออกมาเบาบางราวเสียงแผ่วของแมวตัวเมีย ทว่าก่อนที่ผมจะรุกล้ำไปกว่านั้น เธอก็พลิกตัวกลับมาผลักผมลงบนเตียง

"อย่าเร่งร้อน คุณก็รู้…" เธอพูดพลางก้าวออกมาจากวงเดรสสีดำที่กองอยู่ ราวกับแสงเรื่อเรืองก้าวพ้นออกมาจากหลุมดำ "ครั้งสุดท้าย ไม่อยากคุยกันก่อนรึ" เธอถามต่อ ปรากฏรอยยิ้มเจือความเอ็นดูบนใบหน้า ประหนึ่งรอยยิ้มของมารดา

ผมพยักหน้าเล็กน้อย แบบเดียวกับการขานรับอย่างกล้ำกลืนของเด็ก ๆ ขณะมองตามเธอที่เดินไปหยุดหน้ากระจกโต๊ะเครื่องแป้ง จ้องมองวิธีการหวีผมของเธอ การสอดหวีเข้าในเส้นผม การบรรจงวาดหวีจากติ่งหูผ่านเนินอก ทุกขั้นตอนซึ่งดำเนินเนิบช้า

"ฉันไม่รู้แน่หรอกว่าอะไรคือความเป็นมนุษย์" เธอสานต่อบทสนทนาคั่งค้างกะทันหัน จนผมแทบตั้งตัวไม่ทัน

"ฉันชอบผ้า เย็บผ้า ย้อมผ้า ที่หมู่บ้านมีกลุ่มผู้เฒ่ารวมตัวกันเป็นชมรมเล็ก ๆ , ไม่รู้สิ ฉันหวังจะได้สัมผัสความรู้สึก..."

"การเย็บผ้า ย้อมผ้า ทำให้คุณรู้สึก ?"

สายตาเราประสานกันผ่านกระจกโต๊ะเครื่องแป้งในแสงสลัว เมื่อไหร่ที่ต้องใช้ความคิด เธอจะดูเขินอาย ไร้เดียงสาหมดจด "ไม่เชิง คล้ายกับเวลาที่เราฟังเพลงสักเพลง ดูหนังสักเรื่อง หรือจับจ้องผลงานศิลปะสักชิ้น เหม่อมองมันเป็นวัน ๆ จนกระทั่งหลั่งน้ำตา หรืออิ่มเอมเอามาเผาผลาญเป็นหัวเชื้ออะไรสักอย่าง หรืออาจเหมือนตอนหัดเขียนกอไก่ หรือช่วยตัวเองจนถึงจุดสุดยอดได้เป็นครั้งแรก ความรู้สึกประดามีเชิงนามธรรมพวกนั้นแหละที่มนุษย์ ไม่สิ...ที่ฉันฝันหา"

เธอหยุดพักหายใจครู่หนึ่ง พยายามไม่ให้ตัวเองเร่งร้อนจนเกินไป "แน่นอนว่านั่นไม่อาจบำเรอฉันได้เท่ากับการเป็นกระหรี่ แต่คุณคงไม่คิดว่าจะมีหญิงสาวคนไหน เสาะหาความหมายเชิงนามธรรมได้จากการเป็นกระหรี่ ฉันพูดถูกไหม, เอาเข้าจริง ฉันก็ไม่กล้าฟันธงหรอก หากแต่ฉันเชื่อว่ามันเป็นพันธกิจ ซึ่งพวกสัตว์ไม่สามารถเข้าใจได้ พวกมันเอาแต่กิน ขี้ ไม่ก็ปี้กันอย่างเร่งร้อน อย่างน้อย ๆ ก็เป็นการปี้ชนิดไร้ความงดงามของการยั่วยวน อย่างที่ฉันมักทำกับคุณ คุณเล่นดนตรีกลางคืนน่าจะเข้าใจ..."

ขณะจ้องมองเธอโก้งโค้งน้อย ๆ ก้มลงจัดระเบียบสายรัดถุงน่อง กางเกงชั้นในตัวจิ๋วก็แนบสนิทเนินเนื้ออวบอุ่น ผมไม่แน่ใจนักว่าเข้าใจสิ่งที่เธอพูด คิดไปแล้วผมจะเข้าใจได้อย่างไรกัน ความรู้สึกแบบนั้น หากจะเคยมีก็คงเหือดแห้งไปจากตัวผมนานแล้ว ทุกคืนในบาร์เหล้าที่ผมได้พบกับเธอ ผมไม่ต่างจากร่างทรงของนักร้องนักดนตรีผู้เรืองนาม เห่กล่อมบทเพลงแห่งชีวิตและความระทมของพวกเขาแก่เหล่าสาวกผู้เมามาย ตีสีหน้าว่าเข้าใจทุกอณู แม้ยามลิ้นบิดม้วนเป็นเลขแปด เพียงเท่านั้น...แค่เพียงเท่านั้น

เธอเดินมาหยุดตรงหน้าห่างไปเพียงสองสามก้าว คืนนี้เธองดงามเป็นพิเศษ แสงสีส้มจากหัวเตียงฉาบร่างของเธอราวกับยืนอยู่บนโรงละครแห่งกาลเวลา บราเลื่อมลูกไม้สีขาวพริ้งพราวเข้ากับถุงน่องซึ่งยึดกับกางเกงชั้นในด้วยสายรัด จะว่าไปแล้วทุกสรรพสิ่งซึ่งประกอบรวมเป็นเธอ ทั้งเรือนร่างของเธอและเรื่องที่เธอคิด ช่างไม่ต่างอะไรจากดินแดนสดใหม่อันเดียวดายที่รอคอยนักเดินสมุทรผู้โดดเดี่ยวมาเสาะหา เพื่อยืนยันว่าโลกใบนี้หาแบนไม่ กระทั่งแม้แต่ตัวผมเอง ในอีกนานหลายปีต่อมา เมื่อเดินทางขึ้นเหนือพร้อมเป้หลังใบหนึ่ง ท่ามกลางผู้คนในย่านตลาดเก่า ผมพบตัวเองกำลังมองหาหญิงสาวผู้ย้อมผ้าขายจากลิ้วลายและริ้วรอยของตัวเอง

"พร้อมแล้วกระมัง...พ่อโคลัมบัส" เธอขึ้นมานั่งคร่อมร่างของผม โน้มตัวลงกระซิบถามแนบใบหูแผ่วเบา แล้วปล่อยให้ผมจูบไล้ลงตามซอกคอจนถึงเนินถันแทนคำตอบ ปลดตะขอหน้าบราออกอย่างเบามือ ประคองนุ่มเนื้อกลมกลึงพลางนวดเค้น ก่อนพรมโลมเลียเม็ดถันทั้งสองข้าง เธอส่งเสียงครางกระเส่า ผมรู้สึกถึงแรงปะทุภายในอันแข็งตึง

"คุณคือดินแดนสดใหม่" ผมบอกเธอ ขณะจับร่างของเธอวางลงบนเตียง ผมรู้ดีว่าผมควรเริ่มต้นการเดินทางลำพังอีกครั้ง อย่างน้อยก็จนกว่าจะพบอีกฟากฝั่ง หรือวงแสงสลัวถัดไป

260559
บางเศษเสี้ยวของบางฉากของบางตอนของบางเรื่อง
SHARE

Comments

Vickran
3 years ago
ชอบมากครับ 
Reply
Chorn
3 years ago
โอ...ขอบคุณมากครับ ดีใจครับ :D
iamrebelsixx
3 years ago
ภาษาสวยจัง อ่านแล้วแอบเหงา
Reply
Chorn
3 years ago
ขอบคุณครับผม :)