กลางสายฝน
    ฉันเห็นลูกแมวตากฝนอยู่ที่ระเบียงบ้าน มันมาได้อย่างไรฉันไม่ทราบเรื่องราวก่อนหน้านั้นแม้แต่นิดเดียว ตัวมันเปียกโชกไปด้วยน้ำฝนขนของมันสะเปะสะปะ หันซ้ายขวาหาแม่ของมันแต่ฉันก็ไม่พบ ด้วยการเป็นอยู่ของบ้านฉันนั้นการเลี้ยงแมวเป็นสิ่งต้องห้าม ยิ่งเอามาเลี้ยงในห้องด้วยยิ่งแล้วใหญ่ นั่นมันก็แค่เรื่องกระจอกฉันไม่เคยสนใจเรื่องกฏไร้สาระอะไรนั่นอยู่แล้ว ฉันอุ้มมันเข้ามาในห้องหาผ้ามาเช็ดตัวจนแห้ง มันดูร่าเริงขึ้นนิดหน่อย เสียงฟ้าผ่าดังมาเป็นระยะท้องฟ้าอึมครึมโหมกระหน่ำไปด้วยเม็ดฝนลมพัดรุนแรง ฉันเอาผ้ามาห่อตัวมันกอดไว้จนหลับไป
   รุ่งเช้าฉันลืมตาตื่นพบว่ามันเดินสำรวจตามมุมห้องของฉันอย่างตื่นเต้น ดูเหมือนเหตุการณ์เมื่อวานไม่ได้ทำให้มันเศร้าหมองหรือเกรงกลัวต่อสิ่งใด ความร่าเริงของมันเป็นที่หนึ่ง ฉันออกไปหาซื้อปลาให้มันกินพร้อมตั้งชื่อให้เรียบร้อยเสร็จสรรพ เอาเข้าจริงๆฉันไม่กล้าจะตั้งชื่อให้มันเลย
เมื่อเราตั้งชื่อให้สิ่งไหน สิ่งนั้นย่อมสำคัญกับเราเสมอ   ฉันไม่พร้อมจะมีความสัมพันธ์ต่อสิ่งใด ฉันกลัวจะเสียมันไป แต่ในเวลานี้ฉันคงต้องลองเสี่ยงดู เวลาล่วงเลยผ่านไปไวราวกับความฝัน "ชีตาร์"เติบโตเป็นแมวสาวลายสลิดตัวเมียที่แสบมากขึ้นตามวัย มันชอบกัดทุกสิ่งที่ขวางหน้า แม้กระทั่งนิ้วเท้าของฉัน ฟันของมันคมกว่าเดิมมากเมื่อเทียบกับวัยเด็กที่ฉันเพิ่งเก็บมันมาเลี้ยง ฉันสนิทกับมันมาก มากเสียจนสามารถอยู่กับมันได้ทั้งวัน ชีตาร์เป็นแมวที่โหยหาความอบอุ่นเป็นอย่างมาก ฉันเดาเอาว่าช่วงเด็กมันคงหนาวมาเยอะแล้ว เราทะเลาะกันบ้างบางครั้งเพราะความดื้อของมัน แต่เราก็ยังอยู่ด้วยกันเช่นเดิมเสมอมาจนกระทั่งวันหนึ่ง "ชีตาร์หายไป"   ฉันตามหามันทุกส่วนของบ้านเลยไปถึงนอกบ้านไม่มีร่องรอยของมันแม้แต่นิดเดียว ไม่ว่าถามใครก็ไม่เห็นมันเลยสักคน ใจคอเริ่มไม่ดี ตัวฉันเริ่มสั่นน้ำตาเริ่มคลอแต่พยายามกลั้นไว้ไม่ให้ใครเห็น ฉันก้าวเท้าเร็วกว่าเดิมเพื่อออกตามหาให้เร็วที่สุด ตอนนี้มันอาจจะรอฉันอยู่ที่ไหนสักที่แถวนี้ก็ได้ ในหัวฉันคิดเรื่องราวมากมายที่อาจเกิดขึ้นกับแมวตัวหนึ่ง ตัวฉันเริ่มชากลับมานั่งที่บันไดบ้านหวังว่ามันจะเดินกลับมาหาฉัน ฉันนั่งรออยู่ตรงนั้นนานจนลืมเวลา แล้วมันก็ว่างเปล่าไม่มีเสียงร้องของมันเหมือนเช่นเคย
    ฝนเริ่มลงเม็ดฉันตัดสินใจออกไปตามหามันอีกครั้งหวังว่าคงเจอมันกลางสายฝนเหมือนที่เคยพบกันครั้งแรก ตอนนี้มันคงจะหาที่หลบฝนอยู่คงจะรอฉันให้ไปรับมัน ฝนเริ่มกระหน่ำลงมาแรงขึ้นเรื่อยๆ ท้องฟ้ามืดครึ้มไร้ความหวัง ฉันเปียกไปทั้งตัวชีตาร์ยังคงไร้ตัวตน
มันจากฉันไปแล้ว   ฉันตะโกนเรียกชื่อมันกลางสายฝน ไร้ผู้คนแถวนั้นมีเพียงฉันแต่เพียงผู้เดียวคล้ายคนบ้า ไร้เสียงตอบรับ ฉันกลับมานอนที่ห้อง ไฟยังคงปิดอยู่เช่นเดิม ตัวฉันก็ยังเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝนเช่นกัน และน้ำตามันก็ไม่หยุดไหลสักที ฉันร้องไห้อยู่อย่างนั้นจนหลับไป   รุ่งเช้าวันใหม่่ก็มาถึง ฉันตื่นมาพร้อมกับความหวังจะได้พบเพื่อนสนิทที่หายไปโดยมิได้บอกลา แม้แต่คำเดียว จากวันนั้นเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย
ฉันร่ำไห้อีกครั้งต้อนรับวันใหม่ หัวใจของฉันแตกสลาย.

SHARE

Comments