คุณเคย "อกหัก" กันไหม ?
ประโยคคำถามนี้คงเป็นคำตอบที่ง่ายมากและทั่วไปว่า "เคย"
แน่นอน ใครๆก็เคยอกหัก
ทุกคนคงเคยผ่านช่วงนี้มากันหมดนั้นแหละ
การอกหักไม่ละเว้นส่วนบุคคลเกิดขึ้นได้ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัยและทุกช่วงเวลา
ซึ่งแต่ล่ะคนก็ให้นิยามความหมายแตกต่างกันไป
ไม่ว่าจะเป็น แอบชอบ โดนเขาทิ้ง ไปทิ้งเขา ชอบเขาแล้วเขาไม่รัก โดนนอกใจ โดนสวมเขา โดนแทงข้างหลัง หรืออะไรก็ตามแต่ที่จะให้นิยามกันไปตามเหตุการณ์พบเจอ

ซึ่งแน่นอนฉันเองก็เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับชีวิตฉัน
ตลอดระยะช่วงเวลาตั้งแต่เกิดยันโต ฉันพบเจออาการนี้มานับครั้งไม่ถ้วน

ช่วงอนุบาล แอบชอบเพื่อนในห้อง อยู่โรงเรียนเดียวกันตั้งแต่อนุบาลยันมอปลาย
พ่อแม่เรารู้จักกัน ฉันชอบเขาแต่เขาไม่เคยรู้และจนวันนี้ก็คงไม่เคยรับรู้
ช่วง ประถม แอบชอบเพื่อนในห้องจัดว่าเป็นคนฮอทระดับนึงในห้อง
แน่นอนฉันก็เป็นคนนึงที่แอบปลื้มเขา จนเพื่อนสนิทของเขารับรู้ ก็เอาเรื่องนี้ไปบอกเขา หลังจากนั้นมาเขาก็ไม่มองหน้าไม่พูดกับฉันอีกเลย ทั้งที่เดิมก็ไม่คุยกันอยู่แล้ว - -"
ตอน มอต้น ฉันแอบชอบอาจารย์จบใหม่อยู่คนนึง (แก่แดดมาก) 
ดูไม่เหมาะสมแต่จะให้ทำไงความรู้สึกห้ามกันได้ที่ไหนล่ะ ฮ่าๆ คนนี้แหละนะที่เป็นคนแรกทำให้ฉันได้รู้จักกับคำว่ารัก แบบไม่ใช่เด็กๆ ในวันพิเศษๆก็จะเอาของไปให้ แอบมองเขา หวังดีต่อเขาโดยไม่หวังอะไรตอบแทนใดๆ
สุดท้ายเขาก็ได้ย้ายไปบรรจุที่โรงเรียนอื่น ทำให้เราไม่ได้พบกันอีก
พอ มอปลาย ฉันได้รู้จักกับ "แฟนคนแรก" เขาเป็นคนดีมากๆคบได้เป็นปีแต่สุดท้ายมีอันต้องเลิกกันเพราะฉันเองที่เป็นคนบอก ด้วยเหตุผลที่ว่าอยู่กันไปก็คงไม่รอด ช่วงนั้นทะเลาะกันบ่อย 
และฉันเองก็รู้สึกดีกับ รุ่นพี่คนนึง ทำให้ฉันรู้สึกว่าต้องซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเอง
ถึงแม้ฉันดูไม่ซื่อสัตย์กับเขาก็ตาม 
แล้วฉันก็ทิ้งคนที่ดีแสนดีไปหา คนที่คิดว่าใช่ วันที่พี่เขาจบมอหกฉันตัดสินใจไปบอกชอบเขา 
ไม่รู้คิดไรอยู่นะ ความรู้สึกแบบ ขอให้ได้บอกเอาไงเอากัน
สุดท้าย...ไปไม่รอด เขาบอกว่า คิดกับเราแค่น้องสาว และสุดท้ายเขาก็ไปคบกับรุ่นน้องที่ฉันไม่ชอบหน้าเท่าไร (ฉันสวยกว่าอีกนะ) ฮ่าๆ พอเวลาผ่านไปจึงรู้ว่าใครสำคัญแต่ก็สายไปเสียแล้ว
เขาเองก็มีคนใหม่ไปแล้ว

พอตั้งแต่นั้นมา ขึ้นมหาวิทยาลัย 
ฉันก็ไม่เคยนึงถึงเรื่องของหัวใจอีกเลย ใช้ชีวิตไปวันๆตามประสาเด็กหอ เหมือนคนไม่มีหัวใจและไร้ความรู้สึก จนกระทั้งฉันขึ้นปีสาม ก็มีรุ่นนึงผู้ชายคนนึงแอดมา ช่วงแรกๆฉันไม่เคยสนใจเขาเลย เพราะฉันไม่ชอบรุ่นน้อง บวกกับตอนนั้นมีคนที่ชอบอยู่ (สุดท้ายเขาเป็นเกย์) พอหลังจากรับรู้ว่าเขาเป็นเกย์จึงหยุดไว้แค่นั้น แล้วอาจเพราะมีความเหงาเข้าครอบงำพอดี ฉันจึงได้ทำความรู้จักกับเขา เราพูดคุยกันมากขึ้นเรื่อยๆนัดเจอกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน ซึ่งเขาดูใส่ใจ อบอุ่นและแสนดี ช่วงนั้นปิดเทอมเราก็โทรคุยกันทุกวัน พอเปิดเทอมเขาก็มาอยู่กับฉันตัวเราแทบติดกันตลอดเวลา แต่นั้นแหละคือที่มา เราเริ่มทะเลาะกัน บ่อยขึ้น บ่อยขึ้น มีช่วงนึงถึงขั้นที่ห่างกันออกไปแต่แล้ว ก็กลับมาอยู่ด้วยกันได้ไม่นานเขาก็เปลี่ยนไป ท่าทีไม่เหมือนคนเก่าทำให้ฉัน คิดมากจนปานปลายและมีอันที่ต้องเลิกรากันไป ด้วยคำที่เขาบอกฉันว่า 
"ไม่ได้รู้สึกกับฉันเหมือนเดิมแล้ว" 
เหมือนหน้ามันชาไปหมดเลย หัวใจมันแตกสลาย วินาทีนั้นโลกหยุดหมุน ราวกับไม่มีความรู้สึกใดๆแต่ที่ชัดคือ "เจ็บ" เหมือนโดนมีดแทง ภาพความทรงจำดีๆย้อนกลับมาเหมือนการฉายภาพซ้ำแล้วซ้ำเล่า มีแต่คำถามอยู่ต็มในหัว ทำไม ทำไม ทำไม และทำไม
แต่ก็รู้ว่ามันไม่ได้คำตอบแล้วล่ะ คนจะมาจะไปไม่มีใครห้ามได้ ดั่งที่เขาบอก คนจะไปอะไรก็ยั้งไม่อยู่
ฉันใช้เวลาเยียวยาอยู่สักพักจนบาดแผลเริ่มดีขึ้นตามกาลเวลา จนถึงทุกวันนี้ก็อาจมีภาพเขาโผล่มาบ้างแต่ก็จะเลือนลางเหลือไว้ซึ่งเป็นความทรงจำและบาดแผลเป็นรอยแผลเป็น
อย่างน้อยฉันก็ได้เรียนรู้นะว่าอาการโดนทิ้งจะเป็นแบบนี้ 
หลังจากที่เจอแต่รูปแบบแอบชอบและทิ้งเขา

นี้ใช่ไหมนะ ที่เขาบอกกันว่า ชีวิตมีไว้เรียนรู้ เรื่องของหัวใจไม่มีใครเข้าใจมันดี
เราอาจต้องพบเจอกับความผิดหวัง ท้อแท้ เสียใจ อีกกี่รูปแบบก็ไม่รู้ แต่ที่เรารู้ก็คือ 
ไม่ว่าจะเกิดบาดแผลสักกี่แผล...เมื่อเวลาผ่านไปมันจะเหลือไว้ซึ่ง ความทรงจำและเป็นเพียงรอย แผลเป็น ชีวิตต้องเดินหน้าต่อไป ....



SHARE
Writer
Onday
writer
เมื่อฉันฝันอยากเป็นนักเขียนอิสระ .

Comments