ความคิดสร้างฉัน ความรักปั้นเธอ
 Q: รบกวนคุณ อีฟ ช่วยแนะนำตัว และแนวทางความสำเร็จของคุณในวงการธุรกิจหน่อยได้ไหมคะ?          
 A: สวัสดีค่ะ ดิฉััน นางอิศริยา เลิศศิริกุล หรือ อีฟนะคะ  ผู้คนมักรู้จักฉันในฐานะผู้บริหารการตลาด บริษัทอสังหาริมทรัพย์อันโด่งดัง เพียงวัยเพียงยี่สิบห้าปี ด้วยความคิดของอีฟในสมัยเป็นเด็กมัธยม จะทำอย่างไรให้พ่อแม่ไม่ต้องแบกรับเลี้ยงดูอีฟมากไปกว่านี้ นอกจากเก็บออมแล้ว อีฟจึงนำสินค้าไปขาย โดยสังเกตเพื่อนๆ มักชอบแอบอาจารย์กินขนมในห้องเรียน หรือระหว่างรอยต่อของคาบ ทำให้อีฟคิดซื้อขนมปี๊บมาแบ่งขายเพื่อน ห่อละ 5 บาท ตอนนั้นรู้สึกดีใจมากเมื่อได้เงินหักทุนแล้วยังเหลือกำไรให้ได้มีเงินเก็บเพิ่มขึ้น จากนั้นอีฟจึงคิดมาตลอดว่า อีฟจะเรียนการขาย แต่เมื่อเติบโตขึ้นฉันกลับพบว่า สิ่งที่น่าสนุกและท้าทายคือ การวิเคราะห์การตลาด หาข้อมูลและวิจัยเศรษฐกิจ หาแรงกระตุ้นการซื้อของลูกค้าให้ได้ อีฟจึงเลือกที่จะเรียนคณะบริหาร สาขาการตลาด แล้วนั้นคือเส้นทางของอีฟค่ะ
 Q: แต่ก็มีข่าวช็อควงการธุรกิจไปพักใหญ่หลังจากนั้น นั่นคือ การตัดสินใจยุติการทำงานของคุณอีฟ นักธุรกิจสาวไฟแรง ที่ใครหลายๆคนจับตามองณ.ตอนนั้น เล่าให้ดิฉันฟังหน่อยได้ไหมคะ เหตุใดจึงตัดสินใจเช่นนั้น
 A: คือในช่วงนั้นเป็นช่วงที่ลังเลที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะอีฟกำลังจะให้กำเนิดอีกหนึ่งชีวิต   อีฟอยากจะดูแลและเลี้ยงดูเขาให้ดีที่สุด และคุณสามีก็พร้อมรับการตัดสินใจของฉันในทุกทางเลือกค่ะ เขาบอกอีฟแค่ว่า "คุณเก่งที่สามารถสร้างเนื้อสร้างตัว จนมีชื่อเสียงพิสูจน์ตัวเองได้แล้ว แค่นี้ผมก็ภูมิใจในตัวคุณมาก ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเลือกเดินบนเส้นทางธุรกิจ แล้วช่วยกันเลี้ยงลูกเท่าที่จะทำได้ หรือออกมาเลี้ยงลูกของเราอย่างเดียว แล้วให้ผมเลี้ยงคุณอีกทีผมก็ยินดีครับ" อีฟมองรอยยิ้ม และแววตาเป็ประกายของเขาเมื่อเอ่ยประโยคท้ายมีมากกว่าประโยคอื่น ดังนั้นอีฟจึงตัดสินใจได้ทันทีว่า อีฟยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อเด็กคนนี้ค่ะ
 Q: แล้วชีวิตหลังจากนั้นเปลี่ยนไปมากน้อยเพียงใดคะ?
 A: ต้องขอบอกเลยค่ะ เปลี่ยนไปมากจริงๆค่ะ อีฟต้องหาความรู้เยอะมากกว่าเดิมอีก ทั้งหนังสือเลี้ยงเด็ก จิตวิทยาเด็ก นิทาน ของเล่นพัฒนาสมองของเขา คือในหัวมีแต่เรื่องของเด็กน้อย จนบางทีคุณสามีพาลน้อยใจค่ะ แต่เขาไม่ได้ว่าอะไรค่ะ เอาใจนิดหน่อยก็หาย คือต้องดูแลทั้งลูกและสามีเลยค่ะ คนภายนอกดูว่าสบายแค่อยู่บ้านเลี้ยงลูกเอง แต่อีฟไม่คิดเช่นนั้นค่ะ เพราะฉันอยากให้เขาเป็นคนดีเท่าที่ฉันจะสั่งสอนเขาได้ ดังนั้นพ่อแม่ที่ต่างคนต่างทำงานแล้วเลี้ยงลูกให้เติบโตเป็นคนดีในสังคมได้นั้น ถือว่าเก่งกว่าอีฟอีกนะคะ 
 Q: อย่างนี้คุณอีฟก็คาดหวังในตัวน้อง ไอซ์ คนนี้ไว้มากน่ะสิคะ?
 A: จะว่าคาดหวังไหม? อีฟว่า คงไม่ถึงกับคาดหวังค่ะ เพราะอีฟรู้ว่า เขามีชีวิต มีจิตใจ และมีความคิดเป็นของตัวเอง เราสามารถสอนเขาในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น พอถึงช่วงวัยหนึ่งเขาจะเริ่มไม่ค่อยอยากให้เราสอน แต่อยากให้เราแนะแนวทางมากกว่า ดังนั้นอีฟยังไม่คิดว่าน้องไอซ์จะเป็นเช่นไร แค่อยากเลี้ยงดูและสอนเขาให้เป็นคนดีที่มีความสุขควบคู่ไปด้วยค่ะ
 Q: แสดงว่าการที่น้องไอซ์มักเข้าร่วมประกวดเวทีร้องเพลงต่างๆ แล้วคุณอีฟคอยไปเชียร์นั้น ก็เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลเขาในแบบของคุณใช่ไหมคะ?
 A: ใช่ค่ะ ฉันพยายามให้อิสระทางความคิดกับเขา อยากเป็นอะไร อยากทำอะไร ถ้ามันไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ฉันพร้อมสนับสนุนเต็มที่ค่ะ 
 Q: แล้วคุณอีฟคิดว่า คุณอีฟรู้สึกอย่างไรในบทบาทการเป็นแม่ค่ะ ที่เห็นลูกชายพยายามเดินตามความฝันของตัวเอง?
 A: รู้สึกภาคภูมิใจค่ะ แม้ว่าเขาจะไม่เคยผ่านเข้ารอบเลยก็ตาม ฮ่ะฮะฮ่า แต่อย่างน้อยเขาก็ได้เรียนรู้ และปรับปรุงพัฒนาตัวเอง รู้แพ้อาจจะยังไม่่ชนะ แต่อีฟดีใจมากๆที่น้องไอซ์ยังคงสู้เพื่อความฝันของตนเอง และไม่คิดเปลี่ยนแนวทางของตัวเอง ดังนั้นอีฟอยากฝากถึงพ่อแม่ทุกคนว่า 
เราสามารถสั่งสอนสร้างความคิดเขาได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ส่วนเขาจะนำสิ่งนั้นไปปั้นไว้เป็นจิตใจของเขาหรือไม่นั้น เราไม่สามารถไปยัดเยียดได้ ความคิดสร้างเราได้ แต่ความคิดเราสร้างใครไม่ได้ เพราะทุกคนต้องมีความคิดเป็นของตัวเองเช่นกัน 
 Q: ไม่น่าเชื่อนะคะจากนักธุรกิจสาวจะผันตัวมาเป็นคุณแม่ของนักล่าฝันอย่างน้องไอซ์ ต้องติดตามรอดูกันต่อไปว่า คุณแม่จะผลักดันคุณลูกตามความฝันได้หรือไม่นะคะ? 
 A: ยังไงก็ฝากติดตามน้องไอซ์ด้วยแล้วกันนะคะ

 
           
               

SHARE
Written in this book
แค่ความคิด
เมื่อคิดได้ แล้วคันมือ จึงขอเขียนหน่อยแล้วกัน
Writer
memmew
People
แค่คนหนึ่งคิดเขียน

Comments