เมื่อเราตกหลุมรักใครสักคน...และการเริ่มต้นใหม่  #3

 No.13


ผู้คนมากมายปรารถนาที่จะตกหลุมรัก
แต่เมื่อหลุมรักชักมีปัญหา กลับปล่อยให้ค้างคา
ปล่อยทิ้งไว้ โดยไม่คิดที่จะเริ่มต้นตกหลุมรักกันใหม่อีกครั้ง...

เราจะปล่อยให้ความรักเป็นเช่นนั้นหรือ...  


7 เมษายน 2556

เมื่อเราตกหลุมรักใครสักคน...และการเริ่มต้นใหม่ (โดยหลวงแม่ แห่งหมู่บ้านพลัมนานาชาติ) 

และแล้วก็เข้าสู่วันที่ 7 แห่งการภาวนาในการเข้าร่วมภาวนาจริยธรรมประยุกต์ 4-8 เมษายน 2556


วันนี้นอกจากจะมีการปุจฉา-วิสัชนา จากหลวงปู่ติช นัท ฮันห์ ในช่วงเช้าแล้ว ในช่วงบ่ายยังมีธรรมะบรรยายจากหลวงแม่ เป็นธรรมบรรยายที่ฟังสนุกและได้ข้อคิดดีๆ กับทั้งตัวเองและคนที่คุณรัก ไม่เชื่อลองอ่านดูสิ... 


ธรรมบรรยายจากหลวงแม่

...หลวงแม่ไม่ได้บอกว่าตัวเองอายุเท่าไร แต่หากประเมินจากรูปร่างหน้าตาแล้วน่าจะเข้าสู่หลัก 6 หรือไม่ก็ 7แล้ว(หรืออาจจะมากกว่านั้น) แต่หน้าตายังผ่องใสและมีสุขภาพที่แข็งแรงมาก วันนี้หลวงแม่มาเป็นผู้นำในการออกกำลังกายหลังจากการผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์ (Total Relaxing) เสร็จ เป็นท่ากายบริหารแบบดูเหมือนจะง่าย บางท่าคล้ายท่าฝึกโยคะที่เคยเล่น และบางท่าก็ทำเอาคนหนุ่มสาวอย่างเราต้องหัวเราะออกมา ท่าออกกำลังกายของหลวงแม่แอดวานซ์มากจริงๆ หลวงแม่บอกว่านี่เป็นเคล็ดลับแห่งความเป็นหนุ่มเป็นสาวเชียวนะ....

...หลังจากนำออกกำลังกายเสร็จ หลวงแม่ก็ธรรมบรรยายต่อคำสอนของหลวงแม่เจือไปด้วยอารมณ์ขัน เสียงหัวเราะของหลวงแม่กังวาน สนุกแต่ได้ข้อคิด เรียกเสียงหัวเราะจากคนเรือนพันดังกระหึ่ม...


ติ๊งงงงงง....................................ระฆังแห่งสติถูกเชิญให้เรากลับมาอยู่กับสติกลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะ


การรับรู้ก็เหมือนกับคนตาบอดคลำช้าง
คลำเจอส่วนไหนก็คิดว่าส่วนนั้นใช่ ส่วนนั้นจริง
แต่สิ่งที่รับรู้อาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมด


หากเราตกหลุมรักใครสักคน... เราอาจเห็นความรักเป็นเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นคือ หูช้าง แล้วก็สรุปเอาว่าหูช้างนั้นมันดีและคงจะดีที่สุด ทั้งๆ ที่ช้างนั้นยังมีอีกหลายส่วนที่เรายังไม่ได้คลำ ยังไม่ได้สัมผัส

เมื่อเราตกหลุมรักใครสักคน...เราอาจจะรู้จักเขาดีแต่ความจริงแล้วเธออาจเป็นในแบบบรรพบุรุษเขาก็เป็นได้

บางสิ่งที่เธออาจรู้สึกชื่นชมใครสักคนจนอยากจะเป็น... แต่เมื่อมีบางอย่างที่ผิดจากความคิดเกิดขึ้นแล้วอาจรับไม่ได้ 

ฉะนั้นเมื่อจะมองสิ่งใดสิ่งหนึ่งจึงควรมองอย่างลึกซึ้ง
กลับมามองดูทุกส่วนของความเป็นจริง
จะไม่ทำให้เราถูกพัดพาไปด้วยความเข้าใจผิดหรือคิดไปเอง

หากมีหญิงสาวผมยาวเข้ามาในชีวิตของเด็กชายคนหนึ่ง หญิงสาวผมยาวคนนั้นอาจกลายมาเป็นเป้าหมายในชีวิตเด็กชายคนนั้นก็ให้เขาจดจำไว้ในใจ เมล็ดพันธุ์จะก่อตัวขึ้นอยู่ในจิตสำนึกของเด็กชาย เธออาจจะใส่ชุดสีฟ้าและเกิดความประทับใจแก่เด็กชาย และเมื่อเด็กชายคนนั้นเติบโตขึ้นหลายเป็นชายหนุ่ม  เมื่อเขาได้พบเจอคนที่คล้ายกับผู้หญิงผมยาวใส่ชุดสีฟ้านั้นเขาก็จะคิดว่านี่แหละ...คือนางในฝันของเขา


เมื่อเรารู้สึกช็อก ขอให้เราหยุดคิด หยุดการกระทำทั้งหมด
บางที...ใครที่ทำอะไรที่เธอไม่ชอบ
เขาอาจจะมีเหตุผลภูมิหลังบางอย่างที่เธอไม่รู้ก็ได้ 



เมื่อเราตกหลุมรักใครสักคน... เราอาจผิดหวังจากสิ่งที่เราอาจคาดหวังให้เขาเป็น เช่นในระดับ 1 2 3 4 5 6 เราอาจคาดหวังให้เขาอยู่ในระดับ 6 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาเป็นได้แค่ระดับ 4 เมื่อเราตกหลุมรักใครสักคน...เราอาจอาจคาดหวังในตัวของเขาว่าจะต้องเป็นไปในแบบที่เรานึกคิดและวาดฝันไว้ แต่พอเขาไม่ได้เป็นอย่างที่เราต้องการ เราก็อาจผิดหวังและรู้สึกว่าทำไมเขาไม่เป็นเหมือนแรกที่เราพบกัน ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วเขาเป็นในแบบของเขามาตั้งแต่แรก แต่เพราะจินตนาการเกี่ยวกับเขาในความนึกคิดของเรา ทำให้เราผิดหวัง เขาอาจมีวิธีการดูแลแม่หรือคนที่เขารักแตกต่างกันออกไป ผิดจากที่เราคาดหวังอยากให้เขาเป็นตั้งแต่แรก…..

 
เรื่องนี้หลวงแม่ได้ยกตัวอย่างเรื่องผู้ชายกับผู้หญิงที่เป็นคู่รักกัน...

วันหนึ่งผู้หญิงพาแฟนไปรับประทานข้าวที่บ้านกับพ่อและแม่ และเมื่อรับประทานเสร็จก็ต้องเก็บจานชามไปล้างในครัว ฝ่ายชายก็ไม่ได้ช่วยเก็บจานชามไปล้างในครัวแต่อย่างใด ยังคงนั้นอยู่เฉยๆ แม่ของฝ่ายหญิงจึงเกิดความไม่พอใจและพาลไม่ชอบแฟนของลูกคนนี้ ลูกสาวได้ฟังดังนั้นก็เกิดความทุกข์ใจไม่รู้จะทำอย่างไรและก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาจึงไม่เข้ามาช่วยเก็บจานชามไปล้าง จึงเกิดความรู้สึกคล้อยตามคำพูดของพ่อแม่ที่บอกว่าผู้ชายคนนี้ใช้ไม่ได้!
แล้วเราจะมีวิธีการจัดการความรู้สึกตรงนี้ได้อย่างไร? 

Bottle the flower (รดน้ำต้นไม้)

ความรู้สึกของมนุษย์นั้นเปราะบางมาก
และบางครั้งก็ทำให้ใครเจ็บปวดโดยไม่รู้ตัว
 
ฉะนั้น เราต้องมีทักษะที่ดีในการบอกถึงความผิดพลาด

ถ้าเราชื่นชมใครสักคนอย่างเต็มหัวใจ 
เขาอาจจะได้แรงบันดาลใจกลับมาดูตัวเขาเอง 
และทำตัวเองให้ดีกว่าเดิม 

รดน้ำสิ่งดีๆ ให้กันทุกวัน…. ชีวิต...บางทีก็เป็นเช่นดอกไม้
หากไร้การรดน้ำพรวนดิน ดอกไม้ก็คงเหี่ยวเฉา แคระแกร็น ไม่ชื่นบาน
ฉะนั้นเราต้องหมั่นรดสิ่งดีๆ ให้ชีวิตของกันและกัน 
4 วิธีรดน้ำดอกไม้แห่งชีวิต
1.รดน้ำดอกไม้ มองหาคุณสมบัติ ของเขาและชื่นชม

2.บ่งบอกถึงความเจ็บปวด เสียใจ โดยค่อยๆ บอก

3.ถามว่าฉันทำอะไรให้เธอเสียใจ เจ็บปวดหรือไม่

4.กล่าวขอบคุณ มองอย่างลึกซึ้ง

เมื่อเราโกรธอย่าทำหน้าตาเกลียดแค้นใส่กัน แต่ให้ออกไปเดินข้างนอก
พอกลับมาแล้วให้ทำหน้าตาใสน่ารัก และบอกว่าตอนนี้ฉันรู้สึกแย่ รู้สึกไม่ดี
และตอนนี้ฉันยังไม่แข็งแรงพอ อีก 3 วันค่อยคุยกันใหม่นะ เป็นต้น 


การรดน้ำดอกไม้-ต้นไม้ ถือเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยจัดการและเยียวยาให้เหตุการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะกับคนรัก เพื่อนร่วมงานหรือคนอื่นๆ ที่เรามีปฏิสัมพันธ์ด้วยให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น เพราะในแต่ละวัน ทั้งกาย วาจา และใจย่อมนำพาเราไปสู่สถานการณ์ทั้งที่เราตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ บางท่านรู้ถึงความผิดพลาดของตัวเองแต่ไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไร นี่จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ง่าย และนำไปสู่ความเข้าใจ และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ...


หลังจากที่ฝ่ายหญิงและแม่เกิดความรู้สึกไม่พอใจในพฤติกรรมของแฟนหนุ่มเกิดขึ้นในมื้ออาหารแล้ว เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่่างหญิงสาวชายหนุ่มจะเป็นอย่างไรต่อไป?

หลวงแม่เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างหญิงสาวกับชายหนุ่มที่พ่อแม่ของฝ่ายหญิงไม่พอใจที่ไม่มีน้ำใจช่วยเหลือหลังรับประทานอาหารร่วมกันจนเกิดความไม่ประทับใจและคิดว่าไม่อยากให้ผู้ชายคนนี้มาเป็นคนรักของลูกสาว หลังจากที่เราได้เรียนรู้การรดน้ำต้นไม้กันไปแล้ว  หลวงแม่ก็ได้เล่าถึงบทสรุปของเรื่องราวนี้ให้ฟัง พอสรุปใจความสำคัญล้อไปกับ Bottle the flower (รดน้ำต้นไม้) ได้ดังนี้.... 

หลังจากที่ลูกสาวไม่พอใจแฟนหนุ่มอยู่นาน ซึ่งแม่ก็เป็นทุกข์และลูกสาวก็เป็นทุกข์ที่มีความขัดแย้งภายในใจเกิดขึ้น ไม่มีใครมีความสุขจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลย 

ลูกสาวจึงกล้าที่จะเดินเข้าไปหาและบอกกล่าวพูดคุยในสิ่งที่ค้างคาใจกับแฟนของเธอ โดยบอกถึงความรู้สึกที่เธอมีต่อเขาว่า เธอรักเขามากแค่ไหนและเขาเป็นผู้ชายที่ดีและสำคัญอย่างไรในชีวิตของเธอ (ใช้วิธีการข้อ 1.รดน้ำดอกไม้ มองหาคุณสมบัติ ของเขาและชื่นชม)

จากนั้นบอกถึงความเจ็บปวดที่ต้องเผชิญหลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นที่ฉันเคืองเธอ และพ่อแม่ของฉันก็ไม่พอใจเธอด้วยที่เธอเอาแต่นั่งดูดายไม่เข้าไปช่วยแหลือในครัวเลย หรือที่ทำให้เธอเป็นแบบนั้นเพราะครอบครัวฉัน หรือพ่อแม่ฉัน หรือตัวของฉันเอง (ใช้วิธีการข้อ 2.บ่งบอกถึงความเจ็บปวด เสียใจ โดยค่อยๆ บอก) 

จากนั้นเธอก็ขอบคุณที่เขารับฟังเธอและเธอก็เริ่มรับฟังเขาอย่างลึกซึ้ง....

...และเรื่องราวที่เกิดขึ้นในใจก็กระจ่าง เมื่อชายหนุ่มเล่าว่าเหตุที่เขาไม่ได้เข้าไปช่วยอะไรในครัวเลยหลังมื้ออาหารค่ำในวันนั้นไม่ใช่ว่าเขานิ่งดูดายหรือเห็นว่างานในครัวเป็นงานของผู้หญิง หรือไม่มีความรับผิดชอบร่วมกันแต่อย่างใด ส่วนอาหารในวันนั้นก็อร่อยมาก คุณพ่อคุณแม่ก็มีอัธยาศัยที่ดีและเอ็นดูเขามาก

แต่เพราะธรรมเนียมที่บ้านของฝ่ายชายหรือที่เขาปฏิบัติกันมานั้นบอกว่า หากไปรับประทานอาหารบ้านของผู้อื่นในฐานะแขกผู้มาเยือน เราไม่สมควรจะเข้าไปก้าวก่ายกิจในครัวของบ้านนั้น เพราะครัวถือเป็นสถานที่ส่วนตัวของเจ้าของบ้านพอๆ กับห้องนอน การเข้าไปจึงอาจเป็นการละลาบละล้วง สถานที่ๆ เฉพาะเจาะจงของเจ้าของบ้านก็เท่านั้น

ฉะนั้นตนจึงเห็นว่าการนั่งสนทนากับพ่อของแฟนสาวที่ห้องรับแขกเพื่อรอแฟนสาวและแม่ทำกิจธุระในครัวเสร็จก่อนจึงค่อยพูดคุยสักเล็กน้อยและลากลับบ้านนี่คือสิ่งที่น่าจะเป็นการสมควรและเหมาะสมมากกว่า

...พอได้ฟังแฟนหนุ่มอธิบายดังนั้นแฟนสาวที่ฟังอย่างลึกซึ้งจึงเข้าใจเขาอย่างแจ่มแจ้งถึงการกระทำที่ทำให้ตนเป็นทุกข์ จึงนำไปสู่การเข้าใจความเป็นจริงที่เกิดขึ้นและนำไปสู่ความสุขในที่สุด



...และนี่ก็คือวิธีการง่ายๆ ในการทำความเข้าใจให้เกิดขึ้นภายใต้ความขัดแย้ง ที่เป็นส่วนหนึ่งของ Begining & New เมื่อเกิดความโกรธไม่พอใจ ต่างคนก็ต่างคิดไปเอง ไม่บอก ไม่พูดความรู้สึกที่เกิดขึ้นให้อีกฝ่ายได้ฟัง ทำให้เิกิดความเข้าใจผิด บางคนอาจเจอเหตุการณ์แบบนี้และก็ปล่อยให้เวลาผ่านไป และคิดว่าเวลาจะช่วยให้อะไรๆ ดีขึ้น 

...พอเวลาผ่านไปก็อาจทำให้ความโกรธนั้้นคลายลงไปและสามารถกลับมาพูดกันได้เหมือนเดิมก็จริง แต่ตะกอน ความขุ่นข้องหมองใจก็คงยังอยู่ และถูกกดและเก็บไว้ พอมีเหตุการณ์เดิมหรือเหตุการณ์ใหม่มากระทบอีก ก็อาจปะทุกลายเป็นระเบิดลูกใหญ่ขึ้นมาอีกได้ 

ฉะนั้นการรดน้ำดอกไม้ จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถเยียวยาและเข้าถึงความรู้สึกอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี เมื่ออีกฝ่ายรู้ถึงข้อผิดพลาดของตัวเอง ก็จะนำมาปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นและทำสิ่งที่ก่อให้เกิดความพอใจซึ่งกันและกัน เกิดความเข้าใจกัน และมีความสุขได้ในที่สุด...
 


ขอบคุณภาพจาก Pinterest  
SHARE
Writer
TadsaniofLove
นักคิด-ขีด-เขียน-เรียนรู้
Stay simple,learn dhamma,exercise,explore the world

Comments

Chanan
3 years ago
ติ๊งงงงงง...ระะฆังแห่งสติ ดังขึ้นมาทันที พออ่านจบ
Reply