เมื่อหัวใจ....มีไว้เพื่อแตกสลายย ย ย    ย       ย
เดือนกุมภาพันธ์ เป็นเดือนแห่งความรักของใครหลายๆคน
แต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 คือ วันที่ผมประกาศอิสรภาพให้กับตัวเอง
เป็นวันที่ผมตัดสินใจลาออกจากงานประจำ
และ... ลาออกจากการเป็นตัวเอง
ตัวเองที่ไม่เอาไหน ไม่มั่นใจ ชอบผลัดวันขยันน้อย
ตื่นสายในวันหยุด ออกกำลังกายทั้งทีมักมีข้ออ้าง
เงินที่หามาได้ก็ไม่รู้จักเก็บ
เอาเงินไปสนอง Need...Featuring กับสิ่งที่รัก
รักอะไรเทหมดใจ โตไปเลยไม่มีเงินเก็บ
ไม่ค่อยแคร์ความรู้สึกคนอื่น เพราะเหตุนี้ 
ป็นตัวเองบางทีมันก็เหนื่อยนะ....เฮ้อออ อ   อ  อ 

ผมจึงตั้งศาลเตี้ยตัดสินให้ตัวเองลาออก
จำเลยไม่ฟ้องร้อง ไม่สู้คดี
ทำได้เพียงยอมรับคำตัดสินของศาล
เผื่อว่า....ชีวิตจะได้ดีขึ้นบ้าง
 
เหตุที่ผมลาออกจากงานประจำมีอยู่ 2 เหตุผล
เหตุผลแรก คือ แด่ลมหายใจที่เหลืออยู่
เหตุผลที่สอง คือ แด่การจากลาที่ไร้ซึ่งการกอด

ผมไม่รู้ว่าเราใช้ลมหายใจร่วมกันกับเวลาไปเพื่ออะไร?
จนกระทั่ง ผมถูกเอกสารที่วางกองอยู่ตรงหน้า
ก่อเป็นกำแพงปิดกั้น ไม่ให้ผมเข้าไปในโลกที่รอผมอยู่ 
ผมถูกอีเมลล์และข้อความจากลูกค้า
จากหัวหน้าส่งมา เสมือนตำรวจคอยตั้งด่าน
ไม่ให้ผมเดินทางไปยังกาแล็กซี่แห่งการเรียนรู้
ใจผมหลุดออกนอกหน้าต่าง เวิ่นเว้ออยู่บ่อยๆ
อยากเรียนรู้ อยากทำในสิ่งที่อยากทำ 
แต่เนื่องด้วยผลตอบแทนของงานมันล่ามขาผมไว้ 
จะก้าวจะเดิน จะลางานไปรับงานนอกก็ลำบาก  
งานที่ผมทำอยู่นั้น...สอนให้เราเติบโต แต่ผมกลับไม่รู้สึกตื่นเต้น
งานเก่ายังเคลียร์ไม่หมด งานใหม่ก็ผุดขึ้นมา
ผมถูกเงื่อนไขของเวลาล็อคคอเอาไว้
ทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ บางวันเลิก 3 ทุ่ม 
ผมนี่กลุ้มใจ เพราะ เวลาเข้ายิมของผมหายไป
ความสดใสในชีวิตของผมก็หายไปด้วย
การออกกำลังกายที่ขาดการต่อเนื่อง
ก็เหมือนการปลูกทุเรียนที่หวังกินผลแต่ไม่รดน้ำ
เรื่องนี่อาจจะเป็นเรื่องเล็กสำหรับคนอื่น
แต่นี้คือ เรื่องสำคัญสำหรับชีวิตผม
 
หัวหน้าผมโอเค ถึงแม้ว่าจะงี่เง่า เอาแต่ใจ ไม่มีความเป็นผู้นำ
แบบนี้แหละ แถวบ้านผมเรียกกว่า โอเค
เพราะ นี่คือเรื่องปกติที่เพื่อนๆผม ก็ประสบพบเจอกัน 
หรือว่าแท้จริงแล้ว หัวหน้าเราปกติ
แต่เราไม่ปกติกันแน่ฟ่ะ? 
ห็นมั้ยครับ!!!
ผมไม่แคร์ ไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกคนอื่น
เอาแต่ใจ วิพากษ์วิจารณ์ ตัดสินคนอื่นไปเรื่อย 
ดีนะที่ผมไหวตัวทัน! รีบลาออกจากการเป็นตัวเองซะก่อน
ไม่ว่ายังไงก็ตาม แบบอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอน 
ผมเชื่อแบบนั้น งานที่ผมทำเป็นงานที่ดี
บริษัทมีอนาคต แต่ไม่ใช่อนาคตของผม
ผมจึงตัดสินใจวางแผนทำลายกำแพงงานประจำ 
และ...วาดแผนที่การเดินทางให้ตัวเองใหม่
 
เวลาผ่านไป 1 ปี 3 เดือน...
แรกๆมันก็ดีนะ เป็นเจ้านายตัวเอง
ไม่มีกำแพงปิดกั้น ไม่มีใครตั้งด่านขัดขวางเรา
ไม่มีโซ่งานประจำล่ามขา
ไม่มีเงื่อนไขของเวลาล็อคคอเราไว้ 
รายได้ 3 เดือนแรก หลังจากผมตัดสินใจลาออก
มากกว่างานประจำ 4 เท่า
(งานที่ผมทำเกิดจากการวางแผนล่วงหน้าไว้ดีแล้ว)
***ไม่ได้ซี้ซั้ว สุ่มสี่สุ่ม
ปาปริก้า แล้วลาออก*** 

เวลาไม่เคยรอใคร... 
แต่ทำไม...เดินมาเนิ่นนานไม่ถึงสักที
แต่ทำไม...มองดูเส้นทางเหมือนยาวออกไป
อยากรู้ว่าฉัน ต้องทำตัวอย่างไร อีกไกลแค่ไหน
เมื่อไหร่จะหยุดพร่ำซักที!  

ผมพร่ำ ผมเวิ่นเว้อหลงประเด็นอยู่นาน
สุดท้าย...ผมได้ลาออกจากงานประจำ
แต่ไม่ได้ทำให้ผมลาออกจากการเป็นตัวเองจริงๆซักที
ผมยังคงเป็นตัวเองอยู่
แค่ย้ายจากโลกนึงมาอยู่อีกโลกนึง
ผมเดินออกจากโลกงานประจำ 
แต่มาสร้างอาณาจักรตัวเองในโลกของธุรกิจ 
โลกที่คนหมู่มากไม่เคยล่วงรู้
โลกที่โหดร้ายกว่าที่เคยมีมา
โลกที่เหมาะกับคนที่มีใจเหนือคนธรรมดา
มันไม่ได้สวยงามสามก๊กอย่างที่เราเคยฝันไว้ 

จากที่ผมเป็นคนไม่เอาไหน 
ผมกลับตั้งเป้าหมายใหญ่ให้ชีวิต
จากที่ผมเป็นคนไม่มั่นใจ
ผมกลับศรัทธาและเชื่อในตัวเองมากขึ้น  
จากที่ผมชอบผลัดวันขยันน้อย
ผมกลับเห็นคุณค่าของทุกๆวัน 
จากที่ผมตื่นสายในวันหยุด
ผมกลับไม่มีวันหยุดให้ตื่นสาย  
จากที่ผมมีข้ออ้างให้กับการออกกำลังกาย 
ผมกลับกลัวตายและเสียดายเวลา
เพราะ เงินซื้อสุขภาพดีไม่ได้
แต่สุขภาพดีทำให้หาเงินได้ 
จากที่ผมไม่เห็นคุณค่าของการออมเงิน
ผมกลับเข้าใจว่าการเดินหมากชีวิต
ต้องคิดถึงเงินทุนสำรองเสมอ
จากที่ผมมีเงินเท่าไรเทใจให้สิ่งที่รัก  
ผมกลับเข้าใจในสิ่งที่ทำและรู้จักตัวเองมากขึ้น
จากที่ผมไม่ค่อยแคร์ความรู้สึกคนอื่น 
ผมพยายามนึกถึงคนอื่นมากกว่าตัวเอง
จากที่ผมเป็นตัวเองแล้วเหนื่อย
ผมกลับคิดว่า...การมีชีวิตเรื่อยๆนั้นเหนื่อยยิ่งกว่า! 

ถ้าผมไม่ออกมาสร้างโลกของตัวเอง
ผมจะไม่มีวันเข้าใจ คุณค่าของเวลา
คุณค่าของเงิน คุณค่าของมิตรภาพ
คุณค่าของดอกเบี้ยทบต้น
งานที่เราจัดการเวลาการทำงานเองได้
มันทำให้เรามีเวลา ในการกล้าเดินออกไปเรียนรู้สิ่งใหม่ 
ถ้าผมยังคงทำงานเดิมอยู่ ผมคงไม่มีโอกาส
ได้เดินทางไปสิงคโปร์ตัวคนเดียวทั้งอาทิตย์ 
ถ้าผมทำงานเดิมอยู่ ผมคงไ่ม่มีโอกาส
เดินทางไปเรียนรู้ที่ กทม. แทบทุกเดือน
(ผมเป็นคนภูเก็ตนะครับ)
และ...ถ้าผมยังคงทำงานเดิมอยู่
โอกาสที่ผมจะได้เดินทางไปอังกฤษ 
ในเวลาอันใกล้นี้แทบเป็นศูนย์
  
แต่แล้วหัวใจมีไว้ให้ถูกย่ำยี! 
ความแน่นอนไม่เคยแน่นิ่ง
รักแท้มีอยู่จริง เฉพาะผู้หญิงที่เรียกว่าแม่
หรือผมต้องยอมแพ้เพียงเพราะ
คู่แข่งเกิดขึ้น ตลาดเปิดใหม่
เทรนด์โลกเปลี่ยนไป
ลูกค้าอ่อนไหว เบื่ออะไรแบบเดิมๆ   

รายได้ต่อเดือนของผมหายไป 50%
จากเดือนละ 8 หมื่นเหลือ 4 หมื่น  
จากเดือนละ 4 หมื่นเหลือ 2 หมื่น
แต่รายจ่ายไม่เคยเท่าเดิม มีแต่เพิ่มขึ้น! 
ค่าผ่อนรถ ค่าน้ำมัน ค่าที่ ค่ากินจ่ายบลาๆ
ผมต้องรีบปรับตัว
ผมต้องรอด   
ผมต้องรอด
ผมต้องรอด
...
...
ผมต้องรอด
...
...
ผมต้องรอด
...
..
.
ต้องรอดสิว่ะ
(ผมตะโกนประโยคนี้ในใจ เผื่อเทวดาแถวนี้ได้ยิน)

เงินส่วนใหญ่ผมหมดไปกับการหาความรู้
ผมไม่ได้ลงทุนให้กับตัวเอง
ผมลงทุนให้กับอนาคต
อนาคตที่ยังมาไม่ถึง
อนาคตที่ผมเชื่อว่าวันนึง...
มันจะเป็นวันของผม!  

วิกฤตก็กล่ำกรายเข้ามาทุกที  
ผมพยายามขับหนี 
มันก็ยิ่งไล่ ยิ่งตาม ไม่มีห่าง  
ผมเอะใจ???...ทำไมผมเป็นรอง 
เครื่องยนต์ผมแค่พันสอง
แต่...วิกฤตเครื่องยนต์สองพัน!

ในเมื่อทิศทางสำคัญกว่าความเร็ว
ผมต้องรีบปรับตัว
ผมตัดสินใจโยกย้ายตัวเอง
จากออฟไลน์เข้าสู่ตลาดออนไลน์ทันที
ตลาดที่คนเห็นสินค้าผมได้มากกว่า
ตลาดที่ใช้ Cost ต่ำ แต่ใช้เวลาและแรงไปแลกเงิน
ตลาดที่มีลูกค้าทั่วประเทศและทั่วโลก
ต้นทุนคือ ความรู้+ประสบการณ์
ใช้เครื่องมือทุ่นแรง ใช้ระบบย่นย่อเวลา
ผมไม่ชอบพูด แต่ผมชอบเขียน!
ใครไว ใครเร็วกว่า เจ้าจงครองนี้ตลาดไป 

แด่ลมหายใจที่เหลืออยู่...
เราจะไม่มีทางรู้ว่าเราชอบอะไร 
จนกว่า...เราจะลองทำให้มากพอ 
การได้ลองทำ เสมือนเรากำลังค้นหา 
เจ็บใจให้มากพอ เสมือนหัวใจได้ถูกทำงาน 
พลาดให้มากพอ เสมือนสมองสั่งการให้เราพัฒนา
ลองทำ > เรียนรู้ > แก้ไข ลองทำใหม่!

เหตุผลที่สอง ที่ผมลาออกจากงานประจำ
คือ การจากลาที่ไร้ซึ่งการกอด
"ผมให้ค่ากับเค้า แต่เค้านั้นไม่เอา เมื่อรักผมเกิด"
ขอพอแล้วใจ ....รักตัวเองดีกว่า (T_T)
ผมเชื่อเสมอว่า เราจะควรคู่กับคนที่เรานั้นคู่ควร
เพราะฉะนั้น เราต้องการคู่ชีวิตแบบไหน
เราทำตัวให้คู่ควร! 

เกิดมาแล้วต้องตายฉันใด
หัวใจยังคงมีไว้แตกสลายฉันนั้น
เหล็กจะเป็นดาบก็ต้องถูกการตี
เพชรจะมีค่าก็ต้องถูกการเจียระไน 
ก็ถูกต้องแล้วนี่! 
หัวใจจะแข็งแรง ต้องเคยโดนทิ่มแทงเป็นธรรมดา

ผมผ่านจุด A มาได้
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า
จุด B จะผ่านง่ายเหมือนจุด A
 
วิธีการที่ผมผ่านแต่ละจุดของชีวิตได้อย่างราบรื่น
1.ผมเลือกมองเห็นแก่นของทุกๆสิ่ง
ถ้าเราเข้าใจแก่น อะไรๆในโลกก็เป็นไปได้
แก่นของความรัก คือ การใส่ใจไม่ใช่แค่ดูแล 
แก่นของการขายสินค้า คือ การทำให้มีคนเห็นสินค้าเรามากที่สุด
แก่นของการมีชีวิต คือ การรู้ตัวว่าชีวิตนี้ต้องการอะไร?
  
 
2.ก่อนตัดสินใจผมจะแยก Fact กับ มโน ให้ออก 
Fact คือ ความจริงที่พิสูจน์ได้มีที่มาของผลลัพธ์ 
มโน คือ ความจริงที่เกิดจากการปรุงแต่ง   
ทำไมคุณถึงรักฉัน?
เพราะ ผมชอบคุณตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกัน (ไอ้นี่มโน) 
หรือ 
เพราะ คุณเป็นคนเดียวที่ผมอยู่ด้วยแล้วสบายใจ
เป็นตัวเอง วันไหนที่ไม่ได้คุยกัน ผมรู้สึกคิดถึงคุณมาก 
(ไอ้นี่พิสูจน์ได้ มีที่มาของความรู้สึก)    
 
3.ก่อนจะทำอะไรลงไป ทำใจให้เป็นปกติเสียก่อน
เมื่อก่อนผมโกรธใครผมใส่เลยนะ!
เมื่อก่อนผมอคติใครผมตัดใจเลยนะ! 
ตอนนี้ผมกำลังรู้สึกอะไร ผมรีบปรับจิต 
ปรับจิตให้เป็นปกติ เป็นกลาง
ไม่ร้อน ไม่เย็นเกินไป แล้วค่อยๆตัดสินใจ
เพราะ เราควรยินดีกับผลลัพธ์ที่เกิดจากการตัดสินใจ
ตอนเรามีจิตใจที่เป็นปกติดีแล้ว

มาจนถึงวันนี้ หัวใจผมแตกสลายมาแล้ว 2 ครั้ง 
ครั้งแล้ว และก็ ครั้งเล่า 
เมื่อไม่มีแรงบันดาลใจ จงใช้ใจบันดาลแรง  
เจ็บให้มากพอ ได้หรือไม่ได้ ขอให้ลองดูก่อน
การลงมือทำนั้นชนะทุกสิ่ง ผมพิสูจน์มาแล้ว! 
 
SHARE
Writer
CHAWAPOL
dear dream
โลกใหม่อยู่ข้างหน้า แค่กล้าก็พอ.

Comments

Mediary
3 years ago
หายไป 10 วัน มีโปรเจ็คจะเขียนเกี่ยวกับเรื่องการลาออกพอดีค่ะ เจอเรื่องนี้ แล้วยิ่งอินเลยค่ะ ชอบมากค่ะ
Reply
CHAWAPOL
3 years ago
ขอบคุณนะค้าบบบบ รออ่านนะครับ :) :) :)
aiimmeez
3 years ago
ไม่ได้เข้ามานาน
เซอร์ไพร้สทุกทีเลยนะณล
เห็นด้วยมากๆ และชอบมากๆ อ่านแล้วอินเลย
ได้กำลังใจ ได้แรงบันดาลใจ โดนไม่ต้องใช้ใจบันดาลเลยย ฮ่าๆๆ 😆😆😆😆
Reply
CHAWAPOL
3 years ago
ฮ่าาาๆ เข้ามาได้งายยยย เอิ๊กๆขอบคุณค้าบออย 😁😁😁
aiimmeez
3 years ago
😇ขอบคุณค้าบบบบ
imonkey7
3 years ago
ไปหาพรี่หนอมแล้วจัดสัมนา
รวยพันล้าน จากการแรพโย่
เยี่ยม
อ่านแล้วอยากชวนเฮีย duex ลาออกเบย
#ไปกันพี่สุชาติ
Reply
Deux
3 years ago
เดี๋ยวๆ ลืมหมวกกันน๊อค
imonkey7
3 years ago
เฮียไปก่อนนะ ผมตสมไป
CHAWAPOL
3 years ago
ไปไหนกัน มีคนช่วยถือกระเป๋ายังครับ
WhiteTheRock
2 years ago
ขอบคุณนะณล
Reply
Boomerang12
2 months ago
วันนี้โดนขยี้มาสองรอบ จนคิดว่าการเป็นตัวเราเองมันไม่ดีหรา!!! มันก็ไม่ใช่ เราแค่ต้องเป็นเราในเวอร์ชั่นที่ดีกว่าเดิม....ขอบคุณนะ.... ตัวหนังสือของคุณทำให้เรามีสติมากขึ้น เราจะคิดและตั้งใจทำมัน พร้อมกับยอมรับผลที่จะตามมาไม่ว่าจะยังไง เราก็เป็นคนเดียวที่สามารถกำหมดทางของตัวเองได้ ☺️
Reply