ฤ ดู ไ ม่ ห น า ว
ตีสาม
เป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มเสียยิ่งนัก แต่คงไม่ใช่สำหรับชายชราอย่างแก ตาชัย การตื่นขึ้นมากับเวลาที่ใครต่อใครหลับใหลนั้นนับว่าเป็นเรื่องปรกติของวัยอย่างแกเลยทีเดียว... บางทีคนแก่อาจไม่ต้องนอนมากนักก็ได้ เพราะไม่เท่าไรก็คงจะได้พักจริงกันแล้ว... 

แกได้แต่คิดเรื่อยเปื่อยไปตามประสาพลางเอื้อมมือคลำหาวิทยุทรานซิสเตอร์บนหัวนอน ทันทีที่หมุนปุ่มเปิดเสียง เพลงลูกทุ่งเก่าๆ สมัยยังหนุ่มก็ดังมาพอให้ยิ้มได้ ดีเจอ่านข้อความเอสเอ็มเอส สลับข้อความจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ บางคราวก็รับสายพูดคุยกับแฟนเพลงที่โทรมา... เป็นสิ่งที่รับรู้ได้ว่ามันแตกต่างจากสมัยที่แกยังมีเรี่ยวแรงด้วยวัยที่น้อยกว่านี้มากนัก สมัยนั้นการจะติดต่อพูดคุยกับดีเจ ต้องผ่านจดหมายที่ส่งไปแล้วก็นับวันรอที่จะได้อ่านออกอากาศ... แต่จะว่าไปสมัยนั้นสังคมมิตรเพลงยังจะดูคึกคักอบอุ่นกว่าสมัยเทคโนโลยี่ทันใจแบบนี้เสียอีก นั่นเป็นสิ่งที่ตาชัยรับรู้ได้อย่างลึกๆ ในใจ 

ตีสี่กว่าแล้ว 
ได้เวลาลุกเข้าครัวหุงหาอาร ถึงแม้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรีบกันขนาดนี้ แต่แกก็เบื่อที่จะนอนขดใต้ผ้าห่มเก่าๆ อีกต่อไปแล้ว อากาศค่อนข้างเย็นเพราะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว แต่ก็นั่นแหละ หน้าหนาวสมัยนี้อย่างมากก็แค่เย็น จะหาหนาวจับใจแบบเมื่อก่อนคงไม่มีแล้ว แกจำไม่ได้แล้วด้วยว่าลมหนาวที่เข้ามาทักทายแกครั้งสุดท้ายนั้นมันเมื่อไร... เสียงถ่านติดไฟปะทุในเตาอั้งโล่ และความร้อนจากกระไอไฟ* ที่สัมผัสผิว กับอากาศแห้งๆ แบบนี้ ก็พอที่จะทำให้ฝาฟากสับเบื้องหน้าพร่าเลือน ขณะที่ความทรงจำเริ่มแจ่มชัด...

เสียงปะทุดังเป็นระยะจากกองฟืนที่สุมไล่ความเหน็บหนาว เด็กน้อยขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มกับอ้อมกอดอบอุ่นของยายอย่างสุขใจ... 

หนาวปีนี้หนักกว่าทุกปี มันหนาวเหน็บแทรกลึกเข้าไปถึงกระดูกน้อยๆ ของเขาเลยทีเดียว แม้แต่ผ้าห่มยังเย็นเฉียบ ยิ่งใกล้สว่างความหนาวเย็นนั้นก็เกินกว่าที่เขาจะหลับต่อได้ และเกินที่จะรอให้ตะวันโผล่ฟ้า... ก่อนที่ไก่จะขัน เมื่อพ่อลงบ้านมาก่อไฟที่ใต้ถุน** เขาก็จะตามลงมาทันทีที่ไดยินเสียงไฟ การได้ซุกตัวในอ้อมกอดของยายภายใต้ผ้าห่มหน้ากองไฟแบบนี้ ช่างเป็นอะไรที่เขารู้สึกโปรดปรานเสียยิ่งนัก มันเป็นที่ซึ่งอบอุ่นที่สุดในหน้าหนาวแบบนี้เลยทีเดียว เด็กน้อยอ้าปากหาวพ่นไอออกมาก่อนจะหลับตาลงกับรอยยิ้มอีกครั้ง

เขาลืมตาขึ้นมาอีกหนเมื่อรุ่งสางพร้อมกับนิทานของพ่อ และรสชาติกล้วยดิบเผาร้อนๆ จากมือแม่ก็นับว่าเป็นอีกสิ่งซึ่งประทับใจ มันเทศที่หมกดินในกองไฟนั่นก็เช่นกัน

ตั้งแต่ตอนเย็นวานนี้แล้วที่เขาได้ออกหาขุดมันเทศหากล้วยดิบมาเตรียมไว้ เพราะมันเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการผิงไฟช่วงหน้าหนาวแบบนี้ กว่าจะเช้า เด็กน้อยก็อิ่มจนแทบไม่ต้องกินข้าว...
รุ่งเช้า
ฝ่ามือเหี่ยวย่นตามวัยบีบน้ำออกจากยอดผักที่ต้มจนเปื่อยตั้งแต่เมื่อวาน ก่อนจิ้มในถ้วยน้ำพริกที่ทำเองอย่างง่ายๆ แล้วเปิบข้าวสวยร้อนๆ ตามไป ปลาเค็มแห้งๆ ตัวหนึ่งยังคงวางอยู่ในจาน เสียงวิทยุรายงานข่าวว่าหน้าหนาวปีนี้จะสั้นอันเนื่องมาจากปัญหาโลกร้อนที่แกเองก็ไม่เข้าใจ และคงไม่ได้ใส่ใจสักเท่าไร

กินข้าวไปตาชัยก็อดที่จะยกฝ่ามือปาดน้ำตา ไปด้วยเสียไม่ได้ หากไม่ใช่เพราะสงสารชีวิต ไม่ได้คิดถึงลูกหลานที่นานๆ จะกลับมาเยี่ยมสักครั้ง เพียงแต่อากาศแห้งเย็นยามเช้าแบบนี้ มันทำให้แกอดนึกถึงฤดูหนาวที่แสนอบอุ่นเมื่อครั้งยังเด็กไม่ได้สักที.
* ภาษาถิ่นหมายถึงไอความร้อนจากไฟ
** คำว่าใต้ถุนนั้นบางทีอาจไม่ได้หมายถึงพื้นที่ใต้พื้นบ้านเสมอไป ลานหน้าบ้านและพื้นที่รอบบ้านนั้น บางครั้งก็เรียกใต้ถุนได้เช่นกัน




SHARE
Written in this book
เรื่องสั้นจิปาถะ
รวมเรื่องสั้น งานฝึกหัด /ยินดีรับฟัง และขอบคุณทุกความคิดเห็นนะครับ/
Writer
Lava
ผู้เฒ่าธรรมดา
เจ้าปัญหา จอมโวยวาย

Comments