ใครถ่ายรูปผม?
มือถือเครื่องนี้ถ่ายภาพของผมตอนหลับ มากว่า 3 สัปดาห์ ทุกคืน คืนละหลายภาพ บ้างก็จากข้างบน บ้างก็จากปลายเตียง บางรูปก็ดูราวกับถ่ายมาจากข้างในตู้เสื้อผ้า
เป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือนแล้วที่ผมไม่ได้ออกจากห้องไปไหนไกลกว่าระเบียงห้องตัวเอง ปะทังชีวิตด้วยอาหารแช่แข็ง และบริการเดลิเวอรี่ ความเหงาจากการกักตัวอยู่คนเดียว พอบรรเทาได้บ้างจากการพบปะ และกลับไปสานสัมพันธ์กับเพื่อนสมัยเรียนที่ไม่ได้ติดต่อกันนาน บทสนทนารำลึกความหลัง และประโยคที่สัญญาว่า เดี๋ยวไว้นัดเจอกันบ้างนะ ซึ่งครอบคลุมเวลาตั้งแต่ สัปดาห์ถัดไป ถึง อีก 5 ปีข้างหน้า ตอนใครซักคนแต่งงาน มีลูก ย้ายไปทำงานต่างประเทศ หรือตาย แต่ด้วยความเหงาตอนนี้ ผมอยากจะเชื่อว่าเราคงจะได้พบกันอีก อย่างน้อยๆผมก็สัญญาว่าจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นกระตือรือร้นที่จะเป็นฝ่ายนัดก่อน

 บรรยากาศเปลี่ยวเหงา กินอาหารเดิมๆ อยู่แต่ห้องสี่เหลี่ยมซ้ำๆซากๆ จะยิ่งแย่ไปใหญ่หากคุณไม่ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง เช่นการกินนอนไม่เป็นเวลา ไม่ได้รับแสงอาทิตย์ที่กระตุ้นนาฬิกาชีวิตให้เดินไปอย่างเป็นปกติ เวลาอย่างนี้อาจทำให้ภาวะซึมเศร้าถูกกระตุ้นให้กลับมาได้ และผมค่อนข้างอยากจะอวดอย่างภูมิใจว่า ตารางชีวิตของผมที่เละเทะอยู่เป็นเสมอระหว่างช่วงชีวิตปกติ ได้ถูกจัดการบริหารได้อย่างเป็นสัดเป็นส่วน เป็นระเบียบเรียบร้อยที่สุดตั้งแต่เกิดมา ระหว่างช่วงเวลาวิกฤตนี่เอง ไม่มีอีกแล้วข้ออ้างว่าไม่มีเวลาสำหรับการออกกำลังกาย หรือเริ่มโปรเจคเรื่องสั้นเรื่องใหม่ ไม่มีอีกต่อไปกับการดองหนังสือที่อยากอ่าน ซีรี่ที่อยากดู ไม่มีอย่างเดียวที่ไม่ดีในช่วงนี้คือไม่มีงานให้ทำ ซึ่งน่าหดหู่ไม่น้อย แต่ก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเริ่มใหม่อีกครั้ง 
 เสียงแจ้งเตือนในมือถือดังขึ้นให้ผมรู้ตัวว่าได้เวลาเข้านอนสำหรับค่ำคืนนี้ ผมบอกลาเพื่อนๆในกลุ่มแชท เข้าไปเช็กข่าวสารและการแจ้งเตือนในแอปโซเชียลเป็นครั้งสุดท้าย #10yearschallenge งั้นเหรอ ผมหลุดยิ้มออกมา แต่ละคนเด๋อชะมัด มันคือการท้าให้เพื่อนของคุณลงรูปของตัวเองเมื่อ 10 ปีก่อน จากนั้นก็ส่งคำท้านั้นต่อไปให้กับเพื่อนของคุณ เพื่อให้เพื่อนของคุณ ท้าเพื่อนของคุณต่อไปอีกเรื่อยๆ รูป 10 years challenge ของผมคงจะต่างจากคนอื่นไปเยอะ เพราะคงมีไม่กี่คนที่จะใช้ชีวิตได้ตกต่ำลงมากแบบผม ท่ามกลางกระแสสังคมที่ตะโกนบอกให้คุณมีมากขึ้น ดีมากขึ้น และทำให้มากขึ้น ถึงอย่างนั้นผมก็เลิกโทษตัวเอง และจมจ่อมกับความรู้สึกมีไม่เท่าใครๆแล้ว ช่างมันประไร ใช่ว่าจะสายไปซะหน่อย สิ่งสำคัญคือผมมีความสุข ผมดูแลตัวเองได้ และมีชีวิตรอด ไม่มีใครคาดหวังให้ผมต้องประสบความสำเร็จเสียหน่อย และถ้าใครที่ไม่ใช่พ่อกับแม่ของผมคาดหวัง ก็ช่างแม่ง โอเค ออกนอกเรื่องไปไกลละ เอาล่ะ ผมจะหารูป10ปีไปเล่นกับคนอื่นบ้าง

ผมกดปุ่มเพิ่มรูปในแอพโทรศัพท์ ซึ่งตั้งค่า default ของการอัพโหลดภาพไว้ ที่รูปภาพล่าสุดจากคลังภาพถ่ายเป็นอย่างแรก ผมกำลังจะกดสลับไปยังภาพที่บันทึกเอาไว้ เพื่อจะได้ค้นหาภาพเก่าสมัยเรียน แต่สายตาและนิ้วมือก็ถูกหยุดเอาไว้ด้วยรูปถ่ายล่าสุด รูปที่ไม่คุ้นตา แต่ก็ปรากฏอยู่ในโทรศัพท์ของผมแล้ว ภาพนั้นถูกถ่ายด้วยมือถือของผมจริงๆ มันฟ้องด้วยtimestamp บนภาพ ด้วยเวลาสามนาฬิกา สามสิบสามนาทีของเมื่อคืน มันเป็นภาพ ของผมเอง

ภาพนั้นถูกถ่ายจากปลายเตียง ในภาพมีชายผิวคล้ำหัวดำคนหนึ่งทอดร่างบนเตียง เสื้อสีดำที่เขาใส่กลืนร่างท่อนบนให้หายไปในเงาสลัวที่แสงไฟจากแหล่งปริศนาทอดไปไม่ถึง เหลือไว้แต่ท่อนรยางค์ของร่างกายที่โผล่พ้นร่มผ้าเรียงรายเปะปะตามแรงดิ้นบนผ้าปูที่นอนสีแดงเลือดนกที่ช้ำเลือดช้ำหนองเพราะไม่ได้รับการดูแลบ่อยเท่าที่เหมาะสม ดูราวกับถูกตัดออกมาเป็นชิ้นๆแล้วโยนลงไปส่งๆ ปล่อยให้เลือดไหลนองกองอยู่อย่างนั้น จนแม้ผ้าห่มสีฟ้าสดใสตัดกันนั้นก็ไม่ช่วยให้ภาพที่เห็นดีขึ้นมาก ร่างนั้นนอนทอดอยู่ แม้จะมองไม่เห็นใบหน้าชัดเจน แต่นั่นมันต้องเป็นผมแน่ๆ ไม่ต้องสงสัยเลย…หรือไม่ใช่ ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในหัว ผมไม่แน่ใจเลยว่าอย่างไหนจะน่ากลัวกว่ากันระหว่าง นั่นคือผมเอง หรือ นั่นไม่ใช่ผม

ผมลืมเรื่อง 10 years challenge ไปสนิท ออกจากหน้าจอโซเชียล เปิดคลังรูปภาพออกมา เลื่อนดูภาพถ่ายทั้งหมดอีกครั้ง และไม่ใช่ภาพนี้ภาพเดียว โทรศัพท์เครื่องนี้ถูกใช้ถ่ายภาพของผมตอนนอนหลับ มากว่า 3 สัปดาห์ ทุกคืน คืนละหลายภาพ บ้างก็จากข้างบน บ้างก็จากปลายเตียง บางรูปดูราวกับว่าถูกถ่ายออกมาจากข้างในตู้เสื้อผ้า มีทั้งภาพที่เห็นใบหน้า เท้า ท่อนแขน รวมถึง ที่เด็ดที่สุดคือภาพตะแคงแนวนอนจากข้างหลังของผมใกล้ๆ มองเห็นหลังหัวและแผ่นหลังของผม และภาพจากมุมด้านบนที่เห็นผมนอนหงายด้วย


หมดกัน การเข้านอนเร็ว และตื่นเช้า ผมคงจะอยู่อย่างนี้จนตะวันขึ้น ขับไล่ความมืดที่ปรกคลุมความคิด ความครุ่นคิดที่ว่า ใคร หรือ อะไรกันแน่ ที่ถ่ายรูปพวกนี้ให้ผม

ผมคิดว่าผมอาจจะลองตั้งกล้องถ่ายเพื่อจับ 'สิ่งนั้น' ให้ได้คาหนังคาเขา แต่อีกใจนึงก็กลัวคำตอบนั้นเหลือเกิน

จบ

จากนี้จะย้ายไป fictionlog ถาวรแล้วนะครับ สำหรับผู้ติดตาม (ถ้ามี5555) ก็ไปเจอกันได้ชื่อ ณพ วณช ครับ ตอนนี้มือเรื่องสั้น stock เอาไว้เยอะอยู่ จะพยายามลงทุกสัปดาห์ครับ และก็ช่องทางนี้จะลองเขียนแนวทดลองที่ไม่ใช่ fiction ดูครับ

เหมือนเดิม คิดเห็นเช่นไรก็บอกกันได้ในคอมเม้นท์นะครับ จะดีใจมากๆถ้าทุกคนมาคุยกัน ชอบไม่ชอบยังไงบอกได้หมดครับ

RedRum/ณพ วณช
SHARE
Written in this book
Universe of the Mess
จักรวาลแห่งความบรรลัย ของตัวละครที่ต้องตามใจคนเขียนบ้าๆ รวมเรื่องสั้นหัดเขียนของข้าพเจ้า (365วัน 365เรื่องไม่ไหวจริงๆ ขอโทษ อนุญาตให้้ด่าได้แต่อย่าแรงมาก) ประจำปี 2016 ตั้งเป้าไว้ว่า 100 เรื่องเป็นอย่างน้อย เอ้ามาดูกัน
Writer
RedRum
Novelist&Storyteller
ครีเอทีฟตกงาน ชอบอ่านเรื่องสั้นและนิยาย เคยเขียนบทซีรี่ด้วย ใครใจดีโปรดจ้างกระผมเถิดขอรับ Please

Comments