เก็บตกไต้หวัน
 
เนื่องจากน้องแซ้กได้ไปใช้ชีวิตแบบนักท่องเที่ยวในไต้หวันเป็นเวลา 7 วันด้วยกันช่วง 3 วันแรกยังขยันๆ อยู่จึงอัพรูปลงอัลบั้ม Taiwan Snap พร้อมแคปชั่นอยู่เป็นระยะ แต่หลังจากนั้นเริ่มหมดพลังงานไปกับการเดินอันนี้จึงเหมือนการเก็บตกที่ไม่ได้เล่าไว้ เตือนว่ายาวหน่อย

1. คนไต้หวันชอบเดิน เราสังเกตจากการแต่งตัวของคนที่นี่แทบทุกคนจะใส่รองเท้าผ้าใบไม่ก็รองเท้าวิ่ง แม้กระทั่งกับชุดทำงานใส่สูทผูกไทด์ก็ใส่รองเท้าวิ่ง และสภาพแวดล้อมที่นี่เหมาะแก่การเดินมาก ฟุตบาธไม่มีร้านค้าแผงลอย ไม่มีมอเตอร์ไซต์ ไม่มีหาบเร่ คนเดินกันจริงจัง เดินจนตีนบวม เดินจนน่องปูด เดินจนร้องขอชีวิต เดินจนบางทีอยากให้มีพี่วินมอไซต์ หนูยอมจ่าย 15 บาทพาหนูเข้าซอยที



2. ระบบขนส่งมวลชนที่นี่สะดวกสบายมาก มีรถไฟไปแทบทุกที่ ยิ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหรือจุดสำคัญๆ หายห่วง นั่ง MRT หรือรถไฟฟ้าไปได้หมด พกไกด์บุ๊กส์ไปซักเล่ม จำว่าลงสถานีไหน ทางออกอะไร แค่นี้ไม่มีหลง รถบัสก็มาตรงเวลา พาไปได้ทั่วถึงถ้ารู้ป้าย รับรองโดยคนที่ระบบนำทางในสมองห่วยๆ อย่างเราว่าตั้งแต่ใช้มาไม่เคยพาไปหลง นอกจากจะนั่งคุยกันเพลิน อ้าว เลยสถานี



3. โรงแรมที่พัก ด้วยความคุณหนูตกยาก เราเลยเลือกพักโฮสเทล โฮสเทลที่เราไปพักสภาพคล้ายๆ กันคือเป็นห้องใหญ่ๆ มีหลายๆ เตียง (โฮสเทลที่ไหนก็เป็นแบบนี้ปะวะ) เพราะฉะนั้นเลยเหมารวมไปว่าโอเคสภาพดีไม่ต่างกันมาก ขึ้นอยู่กับดวงว่าจะเจอรูมเมทเหี้ยไหม เราโชคดีมาตลอดจนคืนสุดท้าย เจอมนุษย์ลุงสูบบุหรี่ในห้องน้ำซึ่งอยู่ในห้องนอน อิดอกกกก เหม็นตลบอบอวลไปทั้งคืน ทุกวันนี้นึกขึ้นได้ก็แอบแช่งชักหักกระดูกนางอยู่ทุกครั้ง เพราะฉะนั้นทำบุญไว้เยอะๆ แต่ราคาไม่ต่างกันมากจองผ่านเว็ปน่าจะถูกกว่าวอล์คอิน และส่วนใหญ่โฮสเทลจะแฝงตัวอยู่ในตึกแบบ ชั้น 8 เป็นโฮสเทลจ้า แต่ชั้น 4 เป็นคาราโอเกะ ชั้น 6 เป็นโต๊ะสนุ๊ก ทางเข้าอาจจะน่ากลัวเหมือนซ่องก็ไม่ต้องใส่ใจ ขึ้นลิฟท์ไปกดชั้นโฮสเทลโลด



4.คน คนที่นี่เป็นมิตรอาจเพราะเราไปในฐานะนักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่จะเจอแต่คนที่ทำงานบริการพวกพนักงานต้อนรับ พนักงานขายของ พนักงานรถไฟ ส่วนใหญ่พูดอังกฤษรู้เรื่องใครไม่รู้ภาษาจีนไม่ต้องห่วง แต่คนทั่วไปก็ใจดีนะเคยไปถามทางเขาก็แนะนำดี ส่วนผู้ชายก็มีหล่อบ้าง ผีบ้าง แต่ใครชอบตี๋ๆ แว่นๆ มาที่นี่อาจจะถูกใจเพราะส่วนใหญ่คนไต้หวันใส่แว่นเยอะชิบ หน้าตี๋ๆ เนิร์ดๆ เพี๊ยบบ อีกอย่างประเทศนี้อุดมไปด้วยคนแก่ เพราะไปทางไหนก็มักจะเจอคนแก่อยู่เต็มไปหมด Old man runs this country นะเราว่าแต่เป็นคนแก่ไม่มีพิษภัยไม่ใช่มนุษย์ป้า สบายใจได้



5. อาหาร นอกจากชาไข่มุกแล้วทุกอย่งก็แหลววว เราไม่ชอบอาหารของที่นี่ รสชาติเผ็ดมันก็ไม่เผ็ดแบบไทยๆ อาหารจืดชืด มันๆ แบบอาหารจีน แต่มีมื้อนึงที่เพื่อนของเพื่อนพาไปกิน ร้านอร่อยร้านนึงก่อนกลับ ทำให้คิดได้ว่าหรือจริงๆ มันอร่อยแต่กูเจอร้านไม่อร่อยเองวะ ไปกินบุฟเฟ่ห์อยู่มื้อนึง ของเยอะและดีมีไอติมฮาเก้นดาช แต่น้ำจิ้มไม่อร่อย ควรพกน้ำจิ้มไปเอง แต่ร้านอาหารที่นี่ไม่มีน้ำเปล่าเพื่อนคนไต้หวันบอกว่ามีแต่กูไม่เคยเจอ ซื้อจากเซเว่นพกเข้าไปกินได้ เบียร์อร่อยและถูกหาซื้อได้ในเซเว่น เสี่ยวหลงเปาคือติ่มซำที่มีใส้หมูและน้ำร้อนอยู่ข้างในระวังลวกปาก น้ำเต้าหู้คือหายนะเหม็นเขียวและแหยะแบบที่สุด



6.สถานที่ท่องเที่ยว มีให้เลือกเยอะแยะ ทั้งพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ประวัติศาสตร์ บลาๆ หรือแอดเวนเจอร์ ปีนเขา ชมธรรมชาติ ไปทะเล จับโปเกม่อน แช่น้ำพุร้อน ไปเปิดไกด์บุ๊กส์ดูแต่ที่เราไปและชอบมากก็จุ้ยเฟิงนั่นแหละ ฝังใจกับ spirited away เลยอินมาก ปลื้มปริ่ม ที่เหลือหาเอง ฮ่าๆๆๆ



7. Easy Card อันนี้ประทับใจเจ้าหญิงจนต้องเขียนแยกอีกหัวข้อ ด้วยความที่มาจากประเทศโลกที่สามกำลังพัฒนาขนาดรถไฟฟ้าไปต่อรถใต้ดินยังต้องใช้บัตรคนละใบเลยประทับใจมาก เพราะอีซี่การ์ดมันอีซี่จริงๆ หาซื้อได้ที่เซเว่นราคาสองร้อยกว่าบาทเติมเงินแล้วสามารถใช้ขึ้นรถไฟฟ้า เอ็มอาร์ที รถไฟความเร็วสูง รถเมล์ แท็กซี่ จ่ายค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ ซื้อของ ทุกจุดที่มีเครื่องแตะอีซี่การ์ดใช้ได้หมด ไม่พอยังเอาไปลงทะเบียนเช่ารถจักรยานต์ที่มีจุดจอดอยู่ทั่วเมือง เข้าใจเลยว่าประเทศที่เขาใส่ใจพลเมืองของตัวเองเป็นยังไง ว่าแล้วก็ถอนหายใจเห้อ



8. พื้นที่สาธารณะ บอกไว้ก่อนว่าพื้นที่สาธารณะของเขาคือสาธารณะมาก ด้วยความที่ไต้หวันเป็นประเทศที่เป็นเกาะ ผู้คนก็จะมีที่พักอาศัยแบบคอนโด อพาร์ทเมนต์ เป็นห้องๆ มากกว่าจะมีบ้านเป็นหลังๆ เพราะที่ดินแพง แล้วจะให้คนมาอยู่ที่แคบๆ เป็นห้องๆ ทั้งวันทั้งคืนก็เครียดตายพอดีใช่มะ นี่เลยพื้นที่สาธารณะของนางคือสวนกว้างๆ ใหญ่ๆ  ให้ผู้คนออกมาเดินเล่น วิ่งเล่น นั่งเล่น นอนเล่น กระโดดเล่น พอ !  มีทั้งคนแก่ ผู้ใหญ่ เด็กเล็กเด็กน้อย คือมันเป็นที่ๆ เหมาะกับกิจกรรมสันทนาการจริงๆ อะ และด้วยความที่ขนส่งมวลชนนางทั่วถึงการเดินทางไปก็ง่ายนิดเดียวบันเทิงมากแก และยิ่งห้องสมุดมีแทบทุกเมืองเลย ดีด้วย ตอนเราไปนี่คนเต็มมม พ่อแม่พาลูกมาอ่านหนังสือ เด็กๆ มากับกลุ่มเพื่อน บรรยากาศมันเอื้อต่อการเรียนรู้มากแก พิพิธภัณฑ์อะไรก็น่าไป ไม่เคร่งครัดพิธีการใส่ขาสั้นรองเท้าแตะยังไงก็เข้าได้ ว๊าย 

เขียนมาซะยาวจริงๆ อยากเขียนอะไรอีกตั้งเยอะแต่เป็นรายละเอียดปลีกย่อยกลัวจะเวิ่นเว้อ เรามาตัดจบแค่นี้ดีกว่า  อ้าว ! ฮ่าๆๆๆ ล้อเล่น สุดท้ายไม่ว่าจะไปที่ไหนที่ๆ เราจะต้องกลับมาก็คือบ้านของเราแต่พอเราไปเห็นความเจริญ เห็นบ้านเมืองที่เขาพัฒนาแล้ว ความสะดวกสบายที่รัฐมอบให้กับประชาชนของเขาเรายิ่งสะท้อนใจ กลับมามองบ้านเมืองตัวเองเราก็ได้แต่ตั้งคำถามว่าทำไมกัน จริงๆ ยิ่งคิดมันก็ยิ่งหดหู่นะ หดหู่ที่เราเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ เราก็ได้แต่หวังว่าซักวันเราจะสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีในบ้านของตัวเอง.  



เริ่มมาเฮฮาจบเครียดทำไม ฮ่าๆๆๆ  


SHARE
Writer
LP04
student writer
I don't know how I feel then I write it to know how I feel.

Comments