52 เฮิร์ทซ์
ครับ

สวัสดีครับ 

นี่คือเรื่องชีวิตของผม ไม่สิ 

แค่เศษเสี้ยวหนึ่งเท่านั้น

ได้โปรดอย่าถามคำถามที่ผมต้องตอบมาเป็นหลายสิบครั้งและอีกหลายร้อยครั้งที่ผมย้ำกับตัวเองโดยไม่ได้ตั้งใจ 

ในหมู่คลื่นความถี่ขนาดนี้ ก็มีแต่ผมคนเดียวนี่แหละที่ได้ยิน แต่เค้าว่ากันว่าไม่ได้มีแค่ผมคนเดียวที่ได้คลื่นความถี่นี้ แต่จากการเดินทางหลายร้อยไมล์ของผม ผมขอไม่เชื่อแล้วกัน 

คุณไม่จำเป็นต้องรู้สึกสงสารผมทั้งๆที่รู้ดีว่าคุณอดสงสารผมไม่ได้ 

ผมรู้หน่าว่าคุณก็รู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนกัน คุณอาจจะมีพวกที่ใช้ความถี่ย่านเดียวกันรอบตัวมากกว่าผม แต่เชื่อผมสิ ว่าการสื่อสารผ่านคลื่นพันนั้นก็ทำให้คุณโดดเดี่ยวเหมือนกับผม....แต่อาจจะรู้สึกเหงาใจมากกว่าผมด้วยซ้ำ

ตราบใดที่ยังมีแพลงตันให้ผมได้กินละก็ ความโดดเดี่ยวไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร 

อย่าหาว่าผมเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้จากการอยู่คนเดียวมานานเลยนะครับ เพียงแต่ผมแค่ไม่รู้สึกยินดียินร้ายกับการมีอยู่ของใครอีกซักตัวจะดีกว่า 

มันน่าขันนะครับ เวลาเห็นพวกมนุษย์โอดครวญกับความโดดเดี่ยว 

ทำอย่างกับมันเป็นเรื่องใหญ่โตของชีวิต กับการนั่งอยู่มุมห้องอยู่คนเดียวแล้วร้องไห้โดยไม่ทำอะไร
ผมไม่เคยเห็นหรอกกับตาหรอกนะแต่อดัมบอกผมมาครั้งที่เราพบกันโดยบังเอิญ แต่ก็พอจะนึกภาพออกอยู่บ้างจากการใช้จินตนาการในฐานะสิ่งมีชีวิตเหมือนกัน

การตั้งฉายาให้ผมให้เป็นสิ่งที่โดดเดี่ยวที่สุดในโลกก็น่าขันอีกเหมือนกัน เขาไม่รู้หรอกหรือว่าสิ่งที่โดดเดี่ยวที่แท้จริงคือการที่รายล้อมไปด้วยคลื่นความถี่มากมายแต่ไม่มีคลื่นไหนตรงกับตัวเอง และที่เศร้าที่สุดคือการที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีตัวไหนมีคลื่นย่านเดียวกับคุณ คุณจะเข้าใจภาษาผมไหมนะ มันประมาณว่า คุณมองเห็นเขา และเขาก็เห็นคุณนะ 
แต่คุณไม่ได้อยู่ในขอบเขตของความสนใจ 
คุณเคยเห็นคุณเต่าทะเลมั้ย นั่นเขาก็โดดเดี่ยวตัวพ่อเลยนะ เขาอาจจะชอบฉายานี้ด้วยซ้ำ ถ้าคุณเจอเขาก็ลองไปทักเขาดูแล้วกัน จะถามด้วยก็ได้ว่ารู้สึกเหงาบ้างไหมกับที่เป็นอยู่

แต่ถ้าคุณรู้สึกอย่างที่ผมว่าไปก็อย่าเศร้านะ ผมก็พูดไปอย่างงั้น โลกนี้มันไม่มีอะไรเศร้าที่สุดหรอก ผมเชื่อว่าอย่างน้อยการได้เห็นตัวตนของคนคลื่นความถี่ที่ต่างกันมันก็ทำให้ใจชื้นบ้างละนะ

แต่อะไรจะเท่ามหาสมุทรผืนนี้
กับอัตราเร็วในการว่ายเท่านี้เท่านี้
กับเสียงของผม 
ที่ผมมี
ที่คลื่นความถี่ที่ 52 เฮิร์ทซ์
คุณไม่มีทางเห็นอะไรที่เป็นขอบเขตได้เลย หากปราศจากลำแสงแดดด้านบน คุณลองจิตนาการถึงตอนกลางคืน ในสิ่งที่เราเรียกว่าความมืด มันก็ยังมีสิ่งที่มืดกว่านั้นที่เราต้องเผชิญ 
นอกจากจะต้องสู้กับความมืดที่ทำให้รู้ว่าตัวเองอยู่ตัวเดียวจริงๆแล้ว ยังจะต้องสู้กับความกลัวความจริงที่ว่าตัวเองอยู่ตัวเดียวจริงๆอีกด้วย
คุณอาจจะเริ่มอุ่นใจกับการโดดเดี่ยวอยู่แบบนี้
เมื่อเทียบกับแบบที่ผมเป็น

แต่อย่างที่บอกครับ
คุณไม่จำเป็นต้องสงสารผม แค่มีแพลงตัน ผมก็อุ่นใจมากแล้ว


.
.
.
เสียงดังเข้าโสตประสาทหูทั้งสองข้าง ความถี่จากบนผืนดินยังคงดังแข่งกับเสียงความวุ่นวายของเสียงกระแสน้ำรอบตัว ผมเคลื่อนที่ตามเสียงที่ดึงดูด แต่ก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อสายตากวาดไปพบอะไรบางอย่าง หรือบางทีเขาอาจจะคิดไปเอง เขาหันกลับไปตามเสียงดนตรีอีกครั้งถึงแม้ความรู้สึกจะยังติดค้างอยู่ก็ตาม แต่แล้วมันก็พลันหายไป พร้อมกับเสียงตะโกนที่ดังขึ้นมากระแทกหูซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาเริ่มสับสนว่าเสียงดนตรีที่ได้ยินเป็นเสียงจริงหรือเสียงจากความคิดของใครกันแน่

คุณว่ายกับผมนานเกินไปแล้ว ออกซิเจนคุณคงจะหมดแล้วล่ะ
ผมว่าผมจะย้อนไปทางนี้สักหน่อย ผมน่าจะเจอคุณเต่าผ่านมาบ้างเผื่อได้ยิ้มทักทายกัน

คุณจะอยู่ตรงนี้ต่อก็ได้นะ ถ้าเจอใครผ่านมา วานบอกเขาหน่อยว่า
อย่าเพิ่งว่ายไปไหนไกลจากคลื่นความถี่นี้ และถ้าเป็นไปได้ วานให้เขาส่งเสียงร้องอีกที 
แล้วผมจะรีบกลับมา 



-
ปล.เรื่องสั้นเรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากประสบการณ์การจมน้ำของผู้เขียน  
SHARE
Writer
smisarthcon
summer lover
s(um)m(er) is ar(ound) th(e) con(er) http://summerisaroundthecorner.blogspot.com

Comments