262728.05.16
ติดตามนักวาดเพราะชอบภาพเขามาก ไลก์ทุกรูปเลย จนเจอตัวจริงแล้วเขาน่ารักมาก หลังจากนั้นการไลก์รูปเขาแม่งไม่บริสุทธิ์ใจอีกต่อไป โลกทำงานแบบนี้cr. moomanaww ทวิตเตอร์

มีคนรีทวิตจำนวนนึง
ให้ตาย โลกนี้ไม่ได้มีเราคนเดียว




ไม่กี่วันก่อน

เลิกเป็นแฟนคลับแล้วมาเป็นแฟนเราดีกว่า.






เค้าชอบงานมึง
ไม่ได้ชอบมึง
ท่อง.

แต่หนูชอบค่ะ กรี๊ดดดดดดดดดด





ใช่ เค้าไม่ได้พูดถึงเราหรอกค่ะ แต่การมโนแล้วทำให้หัวใจสดชื่นก็ไม่ได้เสียหายอะไร

'พี่คะ หนูรู้ว่าพี่ชอบคนอื่น แต่หนูชอบพี่ค่ะ หนูเขียนเรื่องถึงพี่ด้วยค่ะ *แนบลิ้งค์* ถ้าพี่หันมาสนใจหนูซักนิด เรื่องราวมันจะน่ารักขึ้นมาชิบหายเลยค่ะ พี่คะ ลองกลับไปคิดดูนะคะ'

'น้องรู้มั้ยครับ ว่าจริงๆแล้ว คนคนนั้น ก็คือน้องนะครับ'

โอเค นี่เป็นบทสนทนาของเรากับเพื่อนหลังจากเราแคปทวีตนั้นส่งไปแบบขำๆที่มันดูจะตรงกับเราซะเหลือเกิน
สนุกสนานกันไป  ก็ไม่ได้จริงจังหรอกนะ แต่เขินจัง 5555555555



สืบเนื่องจากตอน liker

ได้คำตอบมา 1 ข้อ
พี่ J. จำเราได้




พฤ. 26 พ.ค. 59


เห็นเพื่อนลงรูปเหมือนจะเป็นงานโชว์ผลงานอะไรซักอย่างที่ไปดูมาที่ CTW

เห้ย งานพี่ J. นี่

เราคุ้นๆ รีบกลับไปส่องไอจีพี่ J. ด้วยความอยากรู้ เหมือนรูปล่าสุดที่ลง บอกว่างานเหลืออีก 3 วัน เมื่อ 3 วันที่แล้ว

งั้นวันนี้ก็วันสุดท้ายอะดิ
หรือพรุ่งนี้วะ งง

มีแพลนจะไปสยามพรุ่งนี้อยู่แล้ว
เอาไงดี รอไปพรุ่งนี้ดีมั้ย
แต่ไปหาข้อมูลให้แน่ใจ สรุปวันนี้วันสุดท้าย มีถึง 3 ทุ่ม
ทำไงดี หรือจะไม่ไปดีฟ้ะ
เราไม่ได้มีจิตวิญญาณศิลปะอะไรหรอก
แค่อยากไปดู 5 วิ
ดูแค่ในรูปพอมั้ยวะ
แต่ก็อยากไปจัง

สุดท้ายก็เลยลองลากเพื่อนๆที่แสนดีให้ไปเป็นเพื่อน จากมีแค่พี่เฟิ้ด ก็มีไข่กับฝ้ายด้วย

คิดนานมากว่าจะแต่งตัวยังไงดี ถึงขั้นไปอาบน้ำสระผมใหม่อีกรอบ
ต้องแต่งตัวติสๆมั้ยฟร้ะ
ต้องไปยืนจ้องแล้วทำหน้าเหมือนรู้อะไร แต่จริงๆก็ไม่รู้หรอกรึเปล่า
ให้ตาย ต้องทำตัวยังไงบอกที

สุดท้ายเราก็เหมือนเดิม ผมไม่หวี เสื้อเหี่ยวๆกับกางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ สะพายกระเป๋าสีแดงใบใหม่คู่ใจ



ไปถึงก็ทุ่มกว่าแล้ว เดินหาว่างานอยู่ตรงไหนอีกหลายนาที จนสุดท้ายก็ต้องไปถามประชาสัมพันธ์

'เอ งานเหมือนจะมีไปเมื่อวาน'

อิสัส งานมีถึงวันนี้ 3 ทุ่มโว้ย อย่ามาหลอกกู้วววว

สุดท้ายก็สื่อสารจนหาเจอค่ะ 
เดินวนๆอยู่แปปนึงก็ไปหยุดอยู่ที่งานของพี่ J.
หน้าตาเหมือนที่เพื่อนลงรูปเป๊ะเลย 
แหงสิ มันงานเดียวกันนี่

ฮืออ ได้เห็นงานของจริงก็เขินแล้ว เราชอบงานพี่เค้านะ แต่คงไม่ได้เข้าใจลึกซึ้งอะไรหรอก ก็แค่ชอบน่ะ ชอบ เข้าใจมั้ย

เรายืนจ้องกันอยู่ซักพัก เหงื่อออกเป็นเม็ดๆ มือเปียก สงสัยห้างจะร้อน

ฝ้ายหยิบหนังสือที่ตั้งไว้ขึ้นมาอ่าน
เราไม่รู้มันเรียกอะไร ที่มันเป็นหนังสือที่เขียนพวกแรงบันดาลใจหรือคำอธิบายในผลงานของพี่เค้าน่ะ เอาเป็นว่าเล่มนั้นแหละ
ยืนอ่านจนจบเล่มเลยนะ

จริงๆระหว่างนั้นเราก็แอบมองไปรอบๆว่า พี่ J. เจ้าของงานอยู่แถวนั้นรึเปล่า
ตอนเปิดอ่านไปได้แปปนึงก็เห็นว่าพี่เค้าคุยโทรศัพท์อยู่ในกลุ่มเพื่อนเจ้าของงานอื่นๆแถวนั้น
พี่เค้าหันมามองกลุ่มเราบ้างเป็นระยะ ก็นะ พวกเราหยุดอยู่ที่งานพี่เค้าตั้งนาน แต่พี่เค้าก็ไม่ได้เดินมาอธิบายอะไรหรอก ซึ่งก็ดีแล้ว

เราอยากจะทำอะไรซักอย่าง แต่จะทำอะไรได้ล่ะ ขโมยผลงานดีมั้ย

หลังจากอ่านจนจบและยืนปลื้มปริ่มอยู่ซักพัก พวกเราก็ว่าจะไปหาข้าวเย็นกินกัน
ฝ้ายเห็นว่ามันมีกล่องนามบัตรแจกอยู่เลยหยิบมา พี่เฟิ้ดเลยเสนอว่าก็เอาไปขอลายเซ็นซี่
ตัดสินใจอยู่นาน เรารวบรวมความกล้าหันไปกะจะขอลายเซ็นนี่แหละ

อ่าว เป้าหมายหายไปแล้ว



ไม่เป็นไร ไปหาไรกินก่อนแล้วกัน


เราไม่ค่อยมีสติเท่าไหร่แล้วตอนนั้น
รู้ตัวอีกทีก็โดนลากมากินชาบูชิ ทั้งๆที่ไม่ได้หิวเท่าไหร่ วันนั้นกินโคตรไม่คุ้มจริงๆ

แต่เราก็อยากจะได้ลายเซ็นหรืออะไรซักอย่างจริงๆนะ 
ฝ้ายดูจะเข้าใจ เลยบอกว่าเดี๋ยวใกล้ๆ 3 ทุ่มลงไปใหม่ เดี๋ยวไปเป็นเพื่อน

เรากินน้อยกว่าปกติไปหลายเท่า เสียดายชะมัด นั่งจ้องแต่นาฬิกา



อีก 5 นาที 3 ทุ่ม
ฝ้ายหยิบปากกาเขียนซีดีใส่กระเป๋ากระโปรงของมันมาด้วย

ลงไปที่งานอีกครั้ง
มองตั้งแต่บันไดเลื่อน เราว่าเราไม่เห็นนะ
ใช่ ลงไปถึงก็หาไม่เจอจริงๆ 
เราเลยว่าจะลองไปถามตรงกลุ่มพี่ตรงนั้นดู แต่ก็ไม่กล้า เดินตรงเข้าไปแล้วก็ถอยออกมาทำตัวมีพิรุธเหี้ยๆ จนพี่เสื้อแดงที่นั่งอยู่มองมาแรงมาก

สุดท้ายเราก็เดินเข้าไปถามจนได้

'พี่ J. อยู่มั้ยคะ'

เราใช้ชื่อเล่นของพี่เค้าถามไป ไม่ได้ใช้ชื่อที่เขียนอยู่ตรงผลงาน จริงๆซ้อมไว้ว่าจะบอกว่าเป็นรุ่นน้องโรงเรียนเก่าน่ะค่ะ นู่นนี่ จะได้ดูเหมือนมาหารุ่นพี่ที่รู้จักเฉยๆ แต่ก็นั่นแหละ พูดไปได้แค่นั้น

ไม่แน่ใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น พี่เค้าก็ดูงงๆกันแหละนะ
พี่ J. ไม่อยู่ เมื่อกี้ยังอยู่อยู่เลย สงสัยจะไป___ (อะไรซักอย่าง เราฟังไม่ออก)

นอกจากจะนกแล้วยังจะดูแปลกในสายตาเพื่อนพี่เค้าอีก
กลับไปกินชาบูชิที่ยังไม่หมดเวลาดีกว่าฝ้ายเพื่อนยาก



เราเดินไปจนถึงบันไดเลื่อน จะกลับไปกินต่อ
เรามองกลับมาอีกครั้งแบบที่ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ นั่นสิ

เห้ย นั่นมันหัวพี่ J.

ไม่รู้เหมือนกันว่ากลุ่มพี่ที่เหลือพูดอะไรถึงเราบ้างรึเปล่า อาจจะแบบ 
'มีชะนีแปลกๆ 2 คนถามถึงมึงอะ' 
อะไรแบบนั้น แต่จะให้เราทำไง พี่เค้าอยู่แค่เอื้อม



เราเดินกลับมาอีกครั้ง แต่ฝ้ายแม่งวิ่ง

อิสัส ทำตัวมีพิรุธเป็นเหี้ย



พอกลับมาถึง เราก็ยังคงทำตัวลับๆล่อๆ ไม่กล้าเข้าไปอยู่ดี

เอาไงดีมึง งุงิๆๆ &:)19(&/";9,!-฿

หันไปอีกที พี่เสื้อแดงที่มองแรงก็ยืนอยู่กับพี่ J. และชี้มาทางเรากับฝ้าย

'...'

เออ ช่างแม่ง ถ้าวิ่งหนีคงดูแปลกหนักกว่าเดิม stay cool ไว้เพื่อน


เราก็เริ่มเดินไป
อู้ว ช่างเหมือนภาพในเอ็มวี แบบว่าเดินเข้ามาหากันจากไกลๆ ไม่มีใครมาคั่นกลาง
แต่หน้าเราคงดูโรคจิตมากทีเดียว

เราพยายามจะสื่อสารด้วยการชี้ตัวเองและถามประมาณว่าจำเราได้มั้ย

'น้อง P.'


อิเหี้ยยยยยย จำไดดดดดดดดดด้
เราไม่ได้ฟังผิดใช่มั้ย

เป็นชื่อเล่นของเราจริงๆ ที่ไม่มีคนเรียกมานานแล้ว เพราะเพื่อนเรียกเราอีกชื่อนึง 
โอย น้ำตาจะไหล เราก็ทำอะไรไม่ค่อยถูก เพราะเขินมาก

เรายื่นนามบัตรที่หยิบมาบอกให้เซ็นให้หน่อย พี่เค้าทำท่าที่เราตีความได้ว่า 
'หือม์ กูหรอ'
ใช่ค่ะ พร้อมยื่นปากกาที่เตรียมมา เพราะไม่รู้จะทำอะไรนอกจากขอลายเซ็นแล้วจริงๆ


'ถ่ายรูปหน่อยเปล่า'
'ต้องแล้วแต่น้องเค้าสิ กูยังไงก็ได้อยู่แล้ว'

เป็นพี่ผู้หญิงคนนึงที่เราก็เคยเห็นหน้าในไอจีพี่ J. น่ะแหละ
พี่เค้าน่ารักดีนะ แต่ถ้าหลังจากวันนั้นเราไปฟอลพี่เค้าด้วยอาจจะดูน่ากลัวเกินไป เราเลยขอส่องเงียบๆดีกว่า

'ถ่ายก็ได้ค่ะ'
โอกาสมาแล้ว! เรายังคงน่าจะดูโรคจิตต่อไป

เราพยายามจะถามฝ้ายว่าถ่ายด้วยกันมั้ย เพราะเราเขินมาก แต่มันก็ไม่
สรุปเราก็ได้รูปคู่มา ฉากหลังเป็นงานของพี่ J. 

แม่คะ เขิน

เหมือนว่าพี่ผู้หญิงคนนั้นจะถ่ายจากโทรศัพท์ตัวเองด้วย แปลว่าพวกพี่เค้าก็จะมีหน้าเราอยู่ในเครื่องด้วยสินะ
อันที่จริงก็รู้แหละนะว่าพี่ J. คงไม่ได้อะไร และมันก็คงไม่มีผลกระทบกับเราเท่าไหร่ แต่ที่เราเครียดคือรูปจากเครื่องเราหน้าเราแย่มาก เครื่องพี่เค้าก็คงไม่ต่างกัน


ศ. 27 พ.ค. 59


วันนี้คือเหตุผลที่เรานั่งรถตู้มากรุงเทพวันพฤหัส ทำให้ได้เจอ
มันบังเอิญแค่วันนั้นเรามากรุงเทพแหละ ที่เหลือของการได้เจอมันเกิดจากความพยายามของเราเอง (ฮา)

วันนี้มีรับน้องใหญ่ที่โรงเรียน ซึ่งเอาจริงๆเราไม่ได้สนใจเท่าไหร่หรอก ไม่อยากไปด้วย แต่แค่อยากเจอเพื่อนมากกว่า เลยหาเรื่องเข้ากรุงเทพมา

เราวางแผนจะมาไถผมพร้อมกับผู้หมุนตั้งแต่เมื่อวาน แต่ก็มีการผิดพลาด ส่วนวันนี้ก็ว่าจะออกไปร้านตัดผมกับไข่ แต่สุดท้ายก็ผิดพลาดอีก สรุปวันนี้เราไปหาน้องๆ ซึ่งก็ผิดพลาดอีก

เรากับผู้หมุนนั่งรอที่นอกโรงเรียนตามตารางรับน้องที่น้องๆส่งมาให้ แต่เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงตาราง น้องเลยไม่มาตรงที่เรารอแล้ว เรากับผู้หมุนนั่งเฝ้าของเพื่อนคนอื่นที่เข้าโรงเรียนไปเลยต้องนั่งเฝ้าต่อไปเพราะแบกทั้งหมดตามไปโรงเรียนด้วยไม่ไหว

นั่งเม้ากับผู้หมุน อวดเรื่องเมื่อวาน

'กูนึกว่ามึงอ้วนขึ้น รูปเมื่อวานมึงหน้าบานมาก'
'มึงดูเหมือนไม่ได้แค่ปลื้มพี่เค้าแบบนั้นแล้วนะ'
'แต่กูว่าก็ดูเข้ากับมึงดีนะ'

อย่าๆ อย่าทำกูหวั่นไหว 
แต่ผู้หมุนผู้มองความรักลึกซึ้งเกินไป กูจะไม่เชื่อมึงเท่าไหร่ก็แล้วกัน
แต่มันก็พอเข้าใจ เหมือนเวลาได้เจอศิลปินก็จะมีความรู้สึกนึงที่ทำให้ชอบมากกว่าเดิมก่อนจะยังไม่เคยเจอ


หลังจากจบเรื่องรับน้อง กินข้าว กลับมาก็ดึกแล้ว แม่ผู้หมุนขับรถมาส่งพวกเราที่หอไม้ไหม เรามานอนกันที่นี่อีกแล้ว
วันนี้มีความผิดพลาดอีกมากมาย ตั้งแต่เราทำฝาชักโครกหลุดติดมือ แล้วก็ทำขวดครีมของไแตกแล้วต้องเทครีมที่เหลือใส่ถุงแกงเอาไว้ เป็น p.ตัวซวย p.เดอะเดสทรอยเออร์


ไม่รู้ว่าอาจจะเป็นเพราะความเมาที่ได้เจอพี่ J. แล้วยังไม่มีสติเท่าไหร่รึเปล่า ตกลงกันไปกันมา เรายอมให้แฟงไถผมให้ ไม่ไปที่ร้านแล้ว
นั่นสิ กูบ้าจี้จังวะ ตั้งแต่วันนั้นที่มันชวนเล่นสงกรานต์ในห้องน้ำแล้วเรายอมเล่นด้วยละ
มันนั่งศึกษาวิธีไถจากยูทูป ระหว่างอยู่บนรถแม่ผู้หมุนนั่นแหละ
แต่คืนนั้นร้านที่ขายอุปกรณ์ทำผมแถวหอไม้ไหมปิดไปแล้วเพราะเรามากันดึกเกินไป เรื่องราวมันจึงเกิดขึ้นในอีกวัน


ส. 28 พ.ค. 59


เราตื่นมา 9 โมง ปลุกแฟง

9 โมงครึ่ง เรากับแฟงลงไปอยู่ที่ร้านขายอุปกรณ์ทำผม ด้วยชุดนอน หน้าตาง่วงๆ

'แบตเตอเลี่ยนแบบถูกสุดนี่กี่บาทอะคะ'
'499 ค่ะ บลาๆๆ'
'พี่สอนวิธีใช้ได้มั้ยคะ'


15 นาทีต่อมา

เรากลับมาอยู่ที่ห้องไม้ไหมอีกครั้ง

แฟงกำลังลองใช้ 'ปัตตาเลี่ยน' ที่ซื้อมาใหม่กับผมตัวเอง 
(ไปเสิชกูเกิ้ลมา เค้าเรียกปัตตาเลี่ยนหรอวะ แปลก)

'กูไม่เข้าใจว่ะ อันนี้มันครอบนี่ละจะไถยังไงวะ'
'...'
'อ๋อ กูเข้าใจละ'


เราเอาความไว้ใจมากมายขนาดนี้มาจากไหนกัน เรายอมให้แฟงที่เพิ่งเรียนรู้วิธีใช้ปัตตาเลี่ยนจากคนขายเมื่อกี้ให้ไถผมให้
ไม่รู้สิ แต่เราก็ไม่ค่อยกลัวมันผิดพลาดนะ

สุดท้ายมันโอเคเลยนะ ส่งรูปไปอวดป้าจิ๋ม ป้าจิ๋มยังบอกวันหลังให้แฟงมาไถให้บ้าง


แต่ที่เราข้องใจ เราลงรูปในไอจีปลอมเป็นรูปแฟงกำลังยุ่งกับหัวเรา รูปแฟงกำลังทำความสะอาดปัตตาเลี่ยน แล้วก็รูปผมเราตอนสุดท้าย


J. ถูกใจรูปแฟงกำลังทำความสะอาดปัตตาเลี่ยน


นี่มันเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดรึเปล่า นังเพื่อนชั่ว


ปล. ถ้ามีคนสนใจ inbox มาได้นา ไถฟรี กำลังร้อนวิชา


'ทำไมอยู่ๆมึงกลับมาคลั่งเค้าวะ'

ติ๋วถามเราเมื่อวาน

เออนั่นสิ ทำไมวะ เราพยายามจะนึก
แต่จริงๆเราก็ชอบมาตลอดนะ
ไม่รู้เหมือนกัน


แอบสงสัยว่าต่อไปจะมีอะไรเกิดขึ้นมั้ย

รูปเราในเครื่องนั้นล่ะ จะโดนลบ จะโดนส่งต่อไปให้พี่เค้ารึเปล่า หรือจะมีวันที่เราได้รูปมามั้ย (บางทีรูปมันอาจจะไม่แย่เท่ารูปในเครื่องเราก็ได้นะ แต่ก็คงจะยาก)


หลังจากเราโผล่ไปตอนนั้นคงไม่มีใครพูดถึงเราเหมือนที่เรามาสกรีมกับเพื่อนใช่มั้ย
ถ้ามีมันคงเป็นไปในทางลบ
ขอให้สำหรับพี่เค้ามันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 
ขอให้เป็นแบบนั้นน่าจะดีกว่า
ขอให้ไม่มีใครที่เกี่ยวข้องได้มาอ่านด้วย (ฮา)

มันคงไม่น่ารักขึ้นมาชิบหายเหมือนที่เราเล่นกับเพื่อนหรอก


นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่ได้เจอ

ไม่งั้นจะได้เจอกันอีกด้วยเหตุผลอะไรล่ะ 


เรายังหาคำตอบไม่ได้
ว่านี่คือเรารู้จักกันรึยัง
หรือว่านี่เรียกว่าความสัมพันธ์ได้มั้ย

แต่คำตอบน่าจะใกล้เคียงกับคำว่า ไม่ นะ







SHARE
Written in this book
ขอให้นี่เป็นไดอารี่
I'm free to say whatever I like if it's wrong or right it's alright
Writer
sweetshit
a piece of shit
เพื่อนเรามีชื่อเป็นสัตว์ \ ขอให้นี่เป็นไดอารี่

Comments

Pencilerlee
4 years ago
อันนี้คือความติ่งหรือเปล่าคะ 5555
Reply
Pencilerlee
4 years ago
แต่ถ้าได้เลิกเป็นแฟนคลับแล้วเป็นอย่างอื่นได้ก็ยินดีด้วยนะะะ :3
sweetshit
4 years ago
อย่างอื่นนี่สตอล์กเกอร์ปะคะ 😂
Pencilerlee
4 years ago
ไม่อาจทราบได้ 55555
blur
4 years ago
แต่งแล้วบอกนะคะ
Reply