หมูกระทะ
เราเกิดมาเพื่อเหมือน ๆ กับคนอื่น

กระทั่งตอนจำความไม่ได้ ก็ต้องเริ่มเดินให้ได้เหมือนกับเด็กคนอื่นแล้ว
เรียกปาป๊า มาม๊า ให้ได้เหมือนที่คนอื่นเรียก ต้องอ้วนจ้ำม่ำให้ได้เหมือนที่พ่อแม่คนอื่นชอบ
เริ่มท่อง ก.ไก่ ให้ได้ เหมือนที่เด็กในวัยเดียวกันควรจะทำได้ 

ต้องตัดผมให้เหมือนเพื่อนๆในห้อง ต่อแถวในตำแหน่งเดียวกับคนที่สูงเท่าๆกัน
อ่าหนังสือเรียนแบบเดียวกัน ท่องอาขยานพร้อม ๆ กัน ทำข้อสอบแบบเดียวกัน

แต่เพื่อจะเติบโตขึ้นไปให้แตกต่างจากคนอื่น..

   ผมหยิบภาพถ่ายตอนประถมออกมาจากอัลบั้มบนชั้นวางหนังสือเก่าๆ
แดดของบ่ายวันเสาร์สีแปลกไปคล้ายว่าวันนี้จะมีฝน
หรืออาจเป็นสีในความทรงจำของผมต่างหากที่ถูกต่อเติมจนผิดเพี้ยน

ห้องดูเล็กลงไปทุกอย่าง ทั้งกว้าง ยาว สูง ทุกอย่างในความทรงจำเคยใหญ่กว่านี้
ผมนั่งลงบนเก้าอี้ที่เคยใหญ่กว่าตัว ค่อยๆคลี่แต่ละภาพที่หยิบมาออกมาดู 
ภาพหลายภาพลางเลือนไปมาก ทั้งในความหมายของภาพถ่ายที่ซีดลงจนขาว
หรือในความหมายของความทรงจำที่ลืมไปจนแทบไม่เหลือ ถ่ายที่ไหน เมื่อไหร่ แทบไม่มีอะไรอยู่ในหัวเลย...

เด็กนักเรียนอายุไม่ถึงสิบขวบสามสิบคนยืนเรียงกันถ่ายรูป
ผมใช้เวลาพอสมควรเพื่อหาตัวเองในภาพ ก่อนจะเข้าใจอะไรบางอย่างไปเอง 

 วันหนึ่งเราจะเรียนรู้เองที่จะแปลกแยก
 เริ่มอยากจะวาดรูปบนสมุดเรียน เริ่มกล้าทำสิ่งที่ไม่เหมือนคนอื่น
เริ่มเลือกปากกาแบบที่ตัวเองชอบ เริ่มไม่อยากเล่นกีฬาอย่างฟุตบอลที่ตัวเองเล่นได้ไม่ดี
เพื่อไปเริ่มจับคอร์ด c บนกีตาร์ เริ่มฟังเพลงที่ดุดันแบบที่คนอื่นไม่ฟัง
เลือกเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นในสายที่ตนเองชอบ เพื่อคัดสิ่งที่ไม่ใช่ออกไป
ไปหาสังคมกลุ่มเล็กลงที่ใกล้เคียงกับเรา เลือกคณะที่แตกต่าง เลือกวิชาเอกที่แตกต่าง
เพื่อย่อยสังคมให้แคบลง ก่อนจะจบมาเลือกงานที่แตกต่าง มีชีวิตที่ต่าง งานอดิเรกที่ต่าง

คัดกรองเหลือแต่สิ่งที่เป็นตัวเองจนสร้างเป็นส่วนผสมที่โดดเดี่ยว


 
 วันนี้เป็นวันที่เพื่อนประถมของผมนัดเจอกันในรอบหลายปี พอมีเฟซบุ้คเราก็เริ่มตามตัวกันง่ายขึ้น
ประจวบกับเป็นวันเสาร์ที่ผมคงหาโอกาสได้กลับบ้านที่ต่างจังหวัดที่ไม่ได้กลับมานาน
ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการพบปะกันที่ไม่เป็นทางการขนาดไหน ผมเองก็อดไม่ได้ที่จะเริ่มประหม่า จนต้องมาคุ้ยภาพเก่า ๆ เพื่อที่จะรื้อฟื้น และจำอะไรให้ได้มากที่สุด

เพื่อนบางคนกลายเป็นสมาชิก อบต. บางคนเป็นพยาบาลสถานีอนามัย 
บางคนทำฟาร์มเกษตร บางคนกลายเป็นสิบตำรวจ
วันชัย เด็กเรียนที่สุดในห้อง ผมเพิ่งได้ข่าวว่าเขาเพิ่งกลับจากการเกณฑ์ทหาร 
ส่วนผม ตอนนี้กลายเป็นอะไรสักอย่างที่ไม่แน่ใจว่าตอนเด็กๆตัวเองอยากเป็นหรือเปล่า...

มือผมเลื่อนดูกลุ่มในไลน์ ตั้งใจจะส่งภาพของผมลงไปให้ทุกคนได้ดูบ้าง
ทุกคนหัวเราะคึกคัก ค่ำนี้ผมคงคิดหนักว่าเราจะคุยกันเรื่องอะไรดี 
กิตติจะยังจำเกมรถถังที่เขาชอบได้ไหม? หรือจักรภพจะจำได้หรือเปล่าว่าเขาชอบเพ็ญพลอยขนาดที่ต้องวานผมเอาจดหมายไปวางใต้โต๊ะวันวาเลนไทน์? 
รายชื่อในกลุ่มที่ยังไม่คุ้น ตอนนี้ก็ยังคงไม่คุ้น 
ส่วนบางรายชื่อที่คุ้น ตอนนี้ก็เริ่มไม่แน่ใจ
ว่าเขาจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นอะไรที่ไม่คุ้นแล้วหรือเปล่า?

หรือจริง ๆ แล้วเราอาจจะเติบโตมาเพื่อโดดเดี่ยว
 
 เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้นสองสามครั้ง พร้อมกับเสียงตะโกนของคุณยาย
' ยายเอาเนื้อเค็มมาให้ แกยังไม่ได้กินอะไรมาเลยไม่ใช่เหรอ? ' 
ผมเปิดประตูห้องไปรับเนื้อเค็มจานใหญ่ และขอบคุณคุณยาย
จ้องมองมันพักใหญ่ ก่อนบรรจงเอาส้อมเสียบเนื้อเค็มเข้าปาก และถอนหายใจ

ผมเป็นมังสวิรัติได้ปีหนึ่งแล้ว คุณยายคงไม่รู้เรื่องนี้
แต่ช่างมันเถอะ วันนี้ผมจะเป็นเหมือนคนอื่นสักวันก็ได้

 โทรศัพท์ผมดังขึ้น เจ้าของสายที่โทรมาคือวันชัย 
สงสัยคงได้เวลาที่ผมต้องออกไปกินหมูกระทะแล้ว
SHARE
Writer
margot
witness
I'm not living, I'm just killing time

Comments

StoryCollector
3 years ago
ฮั่นแน่!
Reply
margot
3 years ago
เจ้าถิ่นมาเยือน

imonkey7
3 years ago
เยี่ยม
Reply
Pencilerlee
3 years ago
ชอบตรง เพื่อจะเติบโตให้ต่างจากคนอื่น จังเลย
Reply
Ai_Nara
2 years ago
เป็นประโยคที่ ลึกซึ้งดีนะคะ ชอบๆ