นักบำบัดรัก (Love Therapy)
  บ่อเกิดของเรื่องหัวใจสลาย...คงมาจากรักสามเศร้า ที่ไม่อาจลงเอยกันด้วยดี
        เช้าวันอาทิตย์สีแดงอากาศแจ่มใส..คุณถูกนำตัวมานั่งลงในห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้า..
ห้องหับเร้นลับที่ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไปสำหรับคนสองคน...ห้องที่ไม่ว่าใครมาที่นี่
ต่างก็พบว่ามันเป็นห้องที่ไม่มีหน้าต่าง แล้วทุกๆด้านของผนังปูนเก่าถูกทาทับด้วยสีดำที่เป็นสีเดียวกันกับท้องฟ้าในรัตติกาลไร้ดาว   มีเพียงแสงสีส้มจากโคมไฟเรือเรื่องรูปทรงสามเหลี่ยม
บนเพดานเท่านั้น ที่ส่องลงมา ยังบนโต๊ะที่ปูไว้ด้วยผ้ารูปดวงตานกยูงสีม่วงอะเมทิส ทำงานคู่กัน
กับไฟในตะเกียงอาหรับที่ลุกโชนวูปไหวราวกับว่าไม่เคยมอดดับ สำหรับการสนทนาแห่งนี้
เราเรียกมันว่าสถานบำบัดความโศกเศร้า...บ้างก็ว่ากันว่าเป็นสถานที่ปลุกพลังใจจากรักที่อับเฉา ฟื้นฟูสภาพใจจากพิษรัก ที่มัวเมา..เช่นคุณไม่รักฉัน..ฉันไม่รักเธอ

“พอจะเล่าสิ่งที่อยู่ในใจคุณออกมาได้ไหมคะ ดิฉันยินดีรับฟัง”

...หญิงสาวนักบำบัดความโศกเศร้า สาขาอกหักวิทยาเอ่ยขึ้น พร้อมกับเปิดลิ้นชักหยิบกำยานขึ้นมาจุด เพื่อไถ่ถามถึงเรื่องราวสาเหตุที่ทำให้คุณยังคงถูกความรู้สึกซึมเศร้าเหล่านั้นจองจำไว้ 
ควันของกำยานกลิ่นบุหงาส่าหรีคละคลุ้งล่องลอยค่อยๆโชยวนเป็นริ้วสายขึ้นแล้วฟุ้งจางกระจายไปในพรายอากาศ...กลิ่นหอมเหล่านั้นกำลังกล่อมเกลาคุณเข้าสู่สภาวะจิตที่กึ่งจริง กึ่งฝัน 
เสียงเพลงร่ำรำพันจากเครื่องเล่นเทปคลาสเสท เป็นเสียงเปียโน คอนเซอโต้ นัมเบอร์ทู ของราทมานินอฟ ฉุดดึงเอาความโศกสันต์ระคนใจ จากห้วงร้างลึกที่ซุกซ่อนไว้
ในความทรงจำของคุณนั้นกลับมา...

“ไม่รู้ว่ามันจะเรียกว่าเป็นเรื่องอกหักชอกช้ำจากความรักได้ไหม?..
“เพราะมันไม่เคยเกิดขึ้น...มันควรจะถูกเรียกว่าความรู้สึกหัวใจสลาย ในวัยมัธยมปลาย 
กับความรู้สึกที่คุณเผลอเรอคิดไปไกล..ทั้งๆที่เขาไม่ได้ให้ใจคุณตั้งแต่แรก..
ไม่..ไม่มีทางแม้แต่จะคิดเสียมากกว่า”...

คุณครุ่นคิดบอกกับสาวนักบำบัด ระหว่างนั้นภาพก็กรอกลับไปยังความทรงจำ...
ความเจ็บปวดระทมปราบแปร่ง...ความรู้สึกคร่ำครวญที่ไม่ควรโหยไห้..
มันเป็นความชอกช้ำที่คุณเองอยากลืมลบกลบล้างเลือนไปจากความทรงจำ 
อยากให้ทุกห้วงคำนึงที่ยังจำได้อยู่ คือที่ที่ของรักได้สาบสูญ...
ราวกับตัวคุณและเขานั้นไม่เคยมีอยู่...ราวกับโลกไม่มีคำว่ารัก...
ราวกับสิ่งเหล่านั้นไม่มีทางเกิดขึ้น
แต่จนแล้วจนรอด “คุณก็ลืมเขาไม่ได้” 

         หวนรำลึกถึงความทรงจำระคนเศร้าสร้อยในรั้วมัธยมปลายวันก่อนวาเลนไทน์  
วันที่แสงแดดเรือเรื่อร้อนแรงสิ้นฤทธ์ลงในกุมภาพันธ์...วันที่เพลงวันฝนพรำของxyzถูกเปิดขึ้นมาในเสียงตามสาย...วันก่อนที่พ่อค้าแม่ขายจะนำเอาช่อกุหลาบราคาแพงออกมาเรียงรายวางขาย    อยู่ที่ประตูหน้าโรงเรียน   ส่วนที่หลังโรงเรียนมีสนามบาสอยู่ติดโรงเพาะชำและสระว่ายน้ำอันเก่าแก่ที่ไม่มีน้ำอยู่   และเมื่อเอ่ยถึงความสัมพันธ์..คุณเป็นแค่ใครคนหนึ่งที่บังเอิญเดินผ่านเข้าไปในตรอกตึกที่ร้างไร้ความจอแจของผู้คน  ซึ่งรู้กันดีว่าในเวลาใกล้เลิกเรียนเช่นนี้ไม่มีใครอยู่แถวนี้อีกแล้ว     จะด้วยเรื่องเล่าของภารโรงช้ำรักที่ผูกคอตาย  หรือวิญญาณผีพรายที่ถูกคนบ้าข่มขืนแล้วโยนลงสระน้ำ แต่ตรงซอกหลืบตะคุ่มมืดเงียบงันนั้นกลับมีคู่หนุ่มสาวในชุดนักเรียน ยืนกอดอก ขมวดคิ้ว ทะเลาะกันอย่างเอาเรื่อง..หนุ่มตี๋ร่างสูงทรงผมรองทรงคนนั้นเขาอยู่ห้องหกทับหก 
เพื่อนร่วมชั้นเรียนเดียวกับคุณ...ส่วนเธอที่เป็นแฟนเขานั้นอยู่ห้องหกทับห้า 
และภาพตรงหน้ามีแต่การโยนกันไปมาระหว่างอารมณ์โกรธเคืองถ่ายทอด
ผ่านคำสบถหยามหยาบอย่างไม่จบสิ้น  ในนาทีนั้น..ตรงนั้นคุณคิดว่าต้องการเพียงเดินผ่าน
เพื่อที่จะเอาบัวรดน้ำที่ใช้งานเสร็จในวิชาเกษตรไปเก็บที่โรงเพาะชำ คุณเดินผ่านโดยที่คุณก็ไม่สบตาเขา..พวกเขาก็ไม่สบตาพวกคุณ เพราะต่างก็ไม่รู้ว่าคุณนั้นยืนอยู่ในความเงียบสงัดแน่นิ่งแห่งนั้นมาหลายนาทีแล้ว
“บอกมาว่าไอ้หมอนั่นมันเป็นใคร ที่โทรมาพร้อมฝากรุ่นน้องเอาจดหมายมาให้”...
เขาตะคอกใส่เธอ...
“อย่ามางี่เง่ามากได้ไหม..ผู้ชายห่าอะไร ยียวนกวนใจกันอยู่ได้...”
“บอกว่าเรื่องส่วนตัวของเราก็คือเรื่องส่วนตัวของเราสิ”
หญิงสาวผู้เป็นแฟนตอบกลับเขาอย่างระอาเอือม ราวไร้รักเตรียมพร้อมที่จะเดินหนี
นาทีนั้นคุณเดินผ่านเข้าไปใกล้พวกเขา...แล้วพวกเขาก็เห็นคุณพอดี เขาแย่งมือถือมอโตโลร่าสีชมพูที่พับได้ของเธอได้ทันท่วงที  ราวกับรวมเอาความโทสะที่มีอยู่ทั้งหมดที่มีปามันลงไป แตกร้าว       ชิ้นส่วนกระจัดกระจายอยู่ที่พื้นคอนกรีต...ชายหนุ่มร้องไห้ แต่เธอนั้นไม่มีน้ำตา...
เขาบอกกับเธอว่าเมื่อคิดนอกใจกันได้ เขาก็นอกใจเธอได้เหมือนกัน ...
ราวกับเป็นเรื่องตลกร้ายในฉากสุดท้ายของละครใกล้จบ  เขาเรียกชื่อของคุณ
แล้วฉุดดึงคุณที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเข้าไปแล้วบดจูบ...                   
การบดจูบที่ดูดดื่มเร่าร้อน แต่ทว่าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา...
หน้าแดงก่ำไม่ใช่เพราะความเขิน...แต่แดงเพราะความอึดอั้นเสียใจ...
สิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณและเขานั้นไม่มีความสำคัญมากพอที่จะเรียกว่าการแสดงถึงความรักได้...
สิ่งนั้นเกิดขึ้นต่างก็เข้าใจเพื่อประชดแฟนสาวของเขาก็เพียงเท่านั้น 
นาทีนั้นคุณเองก็ตกใจ...คุณผลักไหล่เขาออก ส่วนเธอผู้เป็นต้นเหตุของเรื่องก้มเก็บ
ซากโทรศัพท์มือถือแล้วเดินเข้ามาง้างมือแล้วตบลงไปด้วยความแรงที่หน้าของเขา                 ก่อนที่เธอจะหอบหิ้วกระเป๋าเดินหายลับจากไปอย่างไม่ใยดี

“จากนั้นคุณก็ตกหลุมรักเขาเข้าให้แล้วใช่ไหมคะ”
“บางทีดิฉันคิดว่าไม่ใช่แค่รอยจูบที่ทำให้คุณรู้สึกรักเขาแต่มันต้องเป็นความรู้สึก
บางอย่างที่ทำให้คุณสั่นเทาได้”
 “ดิฉันพอจะเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นในใจคุณว่า...การแอบรักเพื่อนได้ไหมคะ?”

คุณถอนหายใจตอบสาวนักบำบัดกลับไปอย่างไร้คำตอบ 
เพราะคุณรู้ดีหลังจากเหตุการณ์ประหลาดสู่เช้าวันวาเลนไทน์ ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเขานั้นไม่มีทางเป็นอื่น... แม้ความรักที่หอมหวานสุดสามัญดาษดื่นระหว่างเขาและเธอนั้นจะกลายเป็น
สิ่งมีค่าของกันและกันที่ต่างคนต่างได้ทำมันสูญหาย...ว่างเปล่า...แล้วสลายไปแล้วก็ตาม
คุณคือเพื่อนของเขา...ส่วนเขาคือเพื่อนของคุณ ถ้าอยากเก็บรักษามิตรภาพเอาไว้นานๆ 
คุณเองคิดว่าเลือกที่จะเก็บความรู้สึกนั้นไว้เสียดีกว่า...ความรู้สึกที่เป็นท๊อปซีเครซที่มีแต่เพียงคุณคนเดียวเท่านั้นล่วงรู้และเข้าใจดี แม้ในเหตุการณ์ก่อนหน้านี้จะทำให้คุณคิด
กับเขาเป็นอื่นไปแล้วก็ตาม


คาบบ่ายเคลื่อนคล้อยหลังคาบวิชาหน้าที่พลเมือง
 ผู้คนแห่แหนไปซื้อกุหลาบให้กัน 
ตัวคุณนั้นแอบซุกซ่อนกุหลาบแดงสดก้านหนึ่งพร้อมกับจดหมายกลอนรักที่ไม่มีชื่อไว้ใต้โต๊ะเขา...
เขาผู้ที่เป็นนักบาสตัวยงของโรงเรียน ถ้าอยากรู้ว่ามีคนแอบชอบเขาเยอะหรือไม่ให้สังเกต
ได้จากถุงช๊อกโกแลตและช่อดอกกุหลาบที่ซุกไว้อยู่ในใต้โต๊ะที่ใกล้ล้นออกมา...เขาผู้ที่เป็นเพื่อนคุณ
เล่นบาสกลับเข้ามา โกยเอาสิ่งที่อยู่ใต้โต๊ะลงในถุงกระดาษแล้วไปโยนไว้ในถังขยะหลังห้อง 

บางทีเขาอาจจะเจ็บที่ถูกนอกใจแล้วไม่อยากที่จะคิดรักใครในตอนนี้...ก็ได้... 

คุณเองคิดว่าอย่างนั้น หลังเลิกเรียนตอนเย็น คุณอาสาเป็นเวรทำความสะอาดกวาดเก็บห้อง 
ลบกระดาน ทิ้งถังขยะ...เป็นปกติ   แต่ถึงอย่างไรนั้นคุณก็ไม่ลังเลที่จะเก็บ ช่อกุหลาบ และจดหมายกลอนรักของคุณที่เขาทิ้งไป มาสอดไว้ในหนังสือเรียนวิชาเคมี แล้วเก็บใส่กระเป๋ากลับบ้าน
กริ่งเลิกเรียนดัง ในสองวันต่อมา เขาเดินเข้ามาตบไหล่คุณ 

“วันนี้มึงไม่ไปซ้อมบาสเหรอวะ”...คุณถาม
“กูว่าจะไปทำการบ้านที่บ้านมึงดีกว่า”
“พรุ่งนี้เช้าครูเรียกส่งสมุดจดเคมี กูไม่มีอะไรอยู่ข้างในก็ตายห่ากันพอดีสัส”...เขาตอบคุณ

คุณพาเขามายังบ้านที่คุณก็รู้จักดี...เย็นวันนั้นหม่าม๊าคุณ มีปลัดอำเภอ แขกเหรื่อ 
มาพบสนทนาคุยเรื่องสมทบทุนสร้างถนนในหมู่บ้าน...ถนนในหมู่บ้านที่ใครๆ
ก็ต่างสงสัยว่างบประมาณมีมาเท่าไหร่ เหตุไฉนก็ยังไม่พอ หม่าม๊าต้องอยู่ปฏิเสธ
การเรี่ยรายเงินทุนอยู่นานสองนานเป็นแน่แท้  
คุณและเขาเลยต้องหอบการบ้านขึ้นไปทำบนห้อง...
ความรู้สึกวูบไหวสู่ห้องนอนที่เต็มไปด้วยทุกสิ่งทุกอย่าง 
ประตูห้องที่ติดโปสเตอร์Linkin park...ชั้นหนังสือการ์ตูนที่ลดหลั่นกันกับกรอบรูป
ที่ใส่เกียรติบัตรผลการเรียนดี  เยื้องกันกับเครื่องวิทยุสเตอริโอ เป็นชั้นหนังสือเรียนที่ถูกวางทับ
ด้วยแผ่นเกมส์เพลย์ที่กองสุม...เราต่างวางกระเป๋าลงไปที่ตรงข้างเตียง

  “มึงมีสูตรเคมีที่มึงติวมาใช่ไหม...“กูขอดูบ้างสิ”

คุณตอบกลับเขาด้วยการชี้ไปยังตู้ชั้นหนังสือที่อยู่ตรงมุมห้อง นาทีนั้น...
ชายหนุ่มรื้อค้นเจอหนังสือเคมี...แต่ข้างในกลับมีช่อกุหลาบแดงที่ถูกทับแบนสนิทติดหน้ากระดาษหนังสือ จดหมายกลอนรักที่หวานซึ้งสละสลวยซุกซ่อนอยู่...จดหมายที่คุณอุตสาหะ 
จรดหมึกบรรจงเขียนมันด้วยลายมือของคุณเอง ถึงชื่อของเขา...มันเป็นลายมือของคุณ
ที่คนขอยืมการบ้านไปลอกบ่อยๆอย่างเขานั้นจดจำได้...เขายืนแน่นิ่งไปพร้อมกับสิ่งที่ปรากฏอยู่ในกลอนรักจดหมายลับนั้น ...คุณตกใจ...แต่เขาแน่นิ่งไร้การไหวติง...คุณพยามสรรหา 
คำแก้ตัวนับล้าน มาอธิบายกับเขาที่ยืนบ้าใบ้อยู่ตรงหน้า...เขาที่ไม่อาจจะเป็นเพื่อนคุณได้อีก
แม้แต่คนที่รู้จักกัน...ความตกใจหวาดหวั่นก่อกำเนิดขึ้นทันที เมื่อพบว่าเขาได้เห็นจดหมายของคุณ
ได้อ่านสิ่งนั้นรวมทั้ง สมุดไดอารีสีน้ำเงินที่คุณแอบเขียนความรู้สึกถึงทุกสิ่งอย่างบนโลก
แม้แต่การพร่ำเพ้อละเมอฝันถึงตัวเขา แต่เมื่อเขาเจอแล้วก้มอ่านมัน เขากลับไม่พูดเอื้อนเอ่ย 
หรือแม้แต่ปรากฏสีหน้าใดๆ...เขาวางมันลงบนชั้นที่เดิมแล้ว เก็บกระเป๋าเดินออกจากบ้าน 
ออกจากความความรู้สึกหวานชื่นฟุ้งเฟื่องฝันของคุณไปอย่างไม่มีวี่แววว่าจะกลับมา...
ก่อนปิดเทอมฤดูร้อนในเดือนมีนา ตรงโต๊ะเรียนที่นั่งอยู่ตรงข้างคุณนั้นไม่มีเขาอีกแล้ว
เขาเพื่อนคุณผู้รับรู้ทุกอย่าง...รู้กระทั่งที่คุณแอบชอบเขาตั้งแต่มัธยมต้น
มาถึงวันที่เขาเล่นบาสเสร็จในวาเลนไทน์ครั้งนั้น ก่อนที่เขากลับเข้ามาในห้องเรียน
เขาก็มองเห็นคุณ...คุณผู้ซุกซ่อนจดหมายรักปริศนากับกุหลาบสีแดงไว้ใต้โต๊ะเขา
เขาบุคคลผู้ซึ่งไม่อยากจะคิดกับคุณไปมากกว่า...คนที่มีมิตรภาพดีๆให้แก่กัน
หลังจบการศึกษามัธยมปลาย ในฤดูร้อนนั้นแม้แต่ชื่อของเขา...คุณก็ไม่เคยได้ยินใครๆเอ่ยถึงอีกเลย
ความเศร้าเสียใจประดังเข้ามาด้วยความรู้สึกละอายใจที่การแอบรักที่ราวกับเป็นเรื่องที่ผิดบาป..

“ถ้าสิ่งเหล่านั้นเรียกว่าเป็นสิ่งที่ทำให้หัวใจคุณบอบช้ำ...”
“หัวใจของคุณนั้นก็คงไม่ได้มีไว้เพื่อแตกสลาย” ...หญิงสาวนักบำบัดกล่าวกับคุณไว้อย่างนั้น
“ให้อภัยตัวเองเถิดค่ะ...การที่เราจะรักใครสักคนหาใช่เรื่องผิดบาป... 
 หากมันเป็นความรู้สึกดีดีที่เขาไม่อาจจะรับได้ก็เพียงเท่านั้น” 
หญิงสาวนักบำบัดพูดขึ้นพร้อมยื่นมาเข้ามาสัมผัสหลังมือของคุณ
ที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างแผ่วเบา โคมไฟทรงสามเหลี่ยมสีส้มโคลงเคลงเพยิบเอนไหวไปมา แม้ยามที่ไม่มีลมพัดเข้ามาจากประตู

“คุณรู้ไหมคะกว่าดิฉันจะมาเป็นนักบำบัดรักได้ก็เคยรวดร้าว...ใจสลายสูญเสียน้ำตาไม่ต่างกัน”
“การเสียใจโหยไห้ครั้งแล้ว...ครั้งเล่า..โดยไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่..จะเป็นรักสุดท้าย”
“ใช่ ใครๆต่างก็เคยมีรักและใจสลายกันทั้งนั้น” 
คุณบอกกับเธอพร้อมกับดึงมือออก
หญิงสาวหัวเราะร่วน....

“นี่ค่ะคือรูปดิฉันสมัยมัธยมปลาย...ตอนนั้นฉันก็คงอายุใกล้เคียงคุณ”
“ฉันอยู่โรงเรียนเดียวกับคุณด้วยนะคะ...ฉันอยู่ห้องหกทับห้า แต่ก็แปลก 
ทั้งๆที่อยู่ห้องติดกัน เราต่างไม่เคยเจอกันเลยสักครั้งสักครา”

 เธอเริ่มเล่าเรื่องราวรักร้าวหัวใจสลายให้คุณฟัง เธอบอกว่า ในตอนนั้น
ก่อนที่เธอจะมีความรัก...เธอตอบรับคำรักเขาโดยที่เธอไม่ไถ่ถามใจตัวเองให้แน่ชัดว่ารักเขาหรือไม่... เธอไม่ได้เป็นแม่สาวใจแตกที่ต้องการสละพรมจารีย์ สดุดีความบริสุทธ์ให้แก่พระเจ้า
แต่เธอก็ปฏิบัติต่อเขาดุจดั่งที่เขาปฏิบัติต่อเธอ...เธอพลั้งเผลอร่วมรักกับเขาชายหนุ่มนักบาสคนนั้น ราวกับว่าเธอเล่นบทเป็นตุ๊กตายางหลากฟังค์ชั่น เธอจูบเขา...ร่วมรักกับเขา...
เรื่อยมาจนถึงวันหมั้นเงียบงันที่จัดโดยขึ้นผู้ใหญ่ของฝ่ายชาย
ก่อนที่เธอจะค้นพบตัวเองว่า...ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอแทบจะไม่ได้รักเขาเลย...

เธอเล่าให้คุณฟังอีกว่า...เธออยู่กับเขาเพียงเพราะติดใจในเซ็กซ์ลีลากลกามอันกระเส่าเร่าร้อน 
ที่สามารถเอาเธออยู่ จนวันหนึ่ง...เธอบอกว่าเธอเองก็เริ่มแหนงหน่ายเขา 
ไม่ใช่เพราะเขาหมกมุ่นแต่ซ้อมบาสสำหรับเทศกาลกีฬาโรงเรียน จนทำให้มีกิจกรรมเข้าจังหวะ 
กับเธอน้อยเกินไป แต่เพียงเพราะเหตุผลเธอไม่เคยรักเขาเลยอีกนั่นแหละ
หลายเดือนต่อมาเธอตัดสินใจลาขาดจากเขาก่อนวันวาเลนไทน์ ที่หลังโรงเรียน 
เพียงเพราะเธอในตอนนั้นได้รู้จักกับอุปกรณ์ใหม่ที่สั่นได้ไวกว่า หลังการเลิกรา 
เธอบอกคุณว่าเธอไม่มีอะไรต้องเสียใจ...ร้องไห้หรือต้องค่ำครวญอะไรทั้งนั้น

“เอาเป็นว่าคุณสนใจอยากลองใช้สิ่งเหล่านี้ดูไหมคะ”...เธอถามคุณพร้อมกางแคทตล๊อก
ที่เต็มไปด้วยเซ็กซ์ทอยและไวท์เบย์เตอร์ ขนาดลดหลั่น ต่างกันไป   
“คุณสามารถที่จะใช้จนกว่าคุณจะพึงพอใจ...ทุกความทรงจำรวดร้าวที่โศกศัลย์
มันจะเลือนรางไปในสักวัน....”  
“เชื่อฉันเถอะนะคะ...อะไรดีดิฉันก็ว่าดี...หากไม่พึงพอใจ...ดิฉันยินดีคืนเงิน” 
จู่ๆหญิงสาวนักบำบัดพร่ำกล่าวราวกับ เสียงโฆษณาชวนเชื่อที่คุณเคยฟังในวิทยุ
กำยานมอดดับ...คุณตื่นขึ้นมาจากพวังค์...คุณพบว่าสีมืดดำของผนังห้อง
คือภาพลวงที่คุณต่างก็สร้างมันขึ้นมากักตัวเองไว้กับความรู้สึก โหยหารักจากอดีตที่ไกลแสนไกล
บางที...การเวลาคงจะขัดสีฉวีวรรณให้ทุกอย่างดีขึ้น
ในห้วงของความทรงจำที่ระคนรวดร้าว...จะไม่มีคุณ...ไม่มีเขา...และไม่มีเธอ
ไม่มีความรัก...ไม่มีชิงชัง...ไม่มีการประชดประชัน
ไม่หลงเหลือความเศร้าใดๆทั้งนั้น...ตราบใดที่หัวใจถูกตั้งค่าไว้เพียงเพื่อแตกสลายแล้วดับสิ้นไป
รอการเศร้าเสียใจช เพื่อกลับมาสู่ห้องหับสถานบำบัดใหม่ 
แล้วถูกเสนอขายสินค้าที่คุณไม่จำเป็นต้องใช้...ก็เพียงเท่านั้น  

 
SHARE
Writer
Chaya_Killer_Silent
Writer,Killer,Darker
นักฆ่าผู้หลงใหลวรรณกรรม...บูชาแมวดำที่มาจากดาวพลูโต

Comments

July_Moon
3 years ago
อ่านจบเราก็ช็อคไปเป็นที่เรียบร้อย เป็นเรื่องที่อ่านได้เพลินๆ แล้วหักมุมตอนท้ายได้อย่างแยบคาย สนุกดีคะ ;)
Reply
ขอบคุณนะครับ...หากคุณกำลังเศร้า หรือกำลังชอกช้ำระกำทรวงในเรื่องรักหรือไม่ หวังว่าเรื่องนี้จะสามารถบำบัดความเศร้าทำให้คุณยิ้มได้ นะครับ :)
violetto_l3utpen
3 years ago
อ่านเพลินจนจบแล้วพบว่ามัน..
ใช่!
Reply
ขอบคุณที่มาใช้บริการในการร่วมเข้าบำบัด เลิฟ เธอราพี ครั้งนี้นะครับ :)
niji
3 years ago
โอ้โห อื้ม อึ้ง หักมุมหน้าหงาย แต่ละเมียดละไมมากเลยนะคะ บรรยายความรักมัธยมได้ลึกซึ้งมากเลย
Reply
คนเขียนเองก็เขียนไปกลั้นใจระทวยโหยไห้ไปกว่าจะเขียนมันออกมาได้จากใจจริงๆ..ยังไงก็ขอบคุณมากนะครับ :)
RED_SUNFLOWER
3 years ago
ชอบภาษา ชอบการเรียบเรียงประโยคค่ะ สวยมาก
Reply
ขอบคุณมากคร้าบบ 😀
Mattabow
3 years ago
Motorola ฝาพับสีชมพู
Poster Linking Park
นึกภาพออกเลยค่ะ 😊
Reply
ใช่มั้ยครับ 😀ย้อนกลับไปในวัยวันอันกรุ้มกริ่ม...สิ่งเหล่านี้นั้นฮิตในวัยรุ่น ม.ปลาย ในสมัยนั้นจริงๆครับ ^^