49. การเดินทางสร้างฉัน

"ชีวิตที่เมกาเป็นไงบ้างแก"
"ก็ดีนะ มีแต่เรื่องไม่คาดคิด"
"เออ เราตามอ่านอยู่นะ เห็นที่แกโพสตอนไปเที่ยว น่าสนุกดี"
"อันไหน?"
"ก็ที่แกไปทำพาสปอร์ตหายไง ตอนปีใหม่มั้ง"
"ที่เขียนว่าไปเดินเตร็ดเตร่เป็น Homeless อยู่นิวยอร์คอ่ะนะ??"
"นั่นแหละๆๆ"
"บ้าาาาา มันน่าสนุกตรงไหนแกกกกกก????"



จริงๆแล้วการเดินทางของฉันที่เกิดขึ้นในอเมริกาจะมีเรื่องหัวใจวายเป็นส่วนประกอบซะส่วนใหญ่ ไม่เว้นแม้กระทั่งทริปปีใหม่นี้ เริ่มตั้งแต่เดินหลงไปหลงมาในบอสตันตอนสามทุ่ม ซึ่งจะไม่หนักหนาเลยถ้ามือขวาไม่ได้ลากกระเป๋าเดินทาง มือซ้ายถือโทรศัพท์ดู google map (ที่บอกทางผิดตลอด) และอุณหภูมิลบแปดองศา

เดินไปอยู่หน้าเกตที่สนามบินเพื่อเตรียมจะขึ้นเครื่องแล้วพบว่าทำพาสปอร์ตหาย อีกสิบนาทีจะถึงเวลาขึ้นเครื่อง รีบวิ่งไปหาตามที่ต่างๆก็ไม่เจอ สุดท้ายมีคนเก็บได้แล้วมาส่งคืนให้ที่เกต

เคาท์ดาวน์ปีใหม่ที่ไทม์สแควร์กับเพื่อน ตามแผนคือจะเดินไปเรื่อยๆจนถึงเช้า แล้วจองรถรอบแรกออกจากนิวยอร์คตอนหกโมง ซึ่งพอถึงเวลาจริงๆอากาศหนาวมาก เดินได้อยู่ชั่วโมงเดียวก็ต้องไปนั่งหลบหนาวอยู่ในแมคโดนัล หลังจากที่ผลัดกันหลับๆตื่นๆกับเพื่อน พนักงานก็ไล่ทุกคนออกจากร้านตอนตีสี่ ฉันกับเพื่อนจึงตัดสินใจเดินไปถ่ายรูปที่ไทม์สแควร์ทำให้ได้รูปในอีกอารมณ์หนึ่ง เพราะพนักงานเทศบาลกำลังกวาดเศษกระดาษ ล้างถนน เก็บขยะกันอย่างขมักเขม้น

ระหว่างทางเจอฝรั่งเมาสองคนเดินมาจับแขนถามว่าเป็นคนญี่ปุ่นหรือเปล่าโน่นนี่นั่น ฉันทำเป็นฟังไม่รู้เรื่องแล้วรีบเดินเลี่ยงออกมา

เดินจนถึงตีห้า อากาศเริ่มเย็นจัดทนเดินต่อไปไม่ไหวตัดสินใจหนีลงสถานีรถไฟใต้ดิน ฉันกับเพื่อนนั่งคุยกันไปเรื่อยๆ เกือบหกโมงเราตัดสินใจแยกทางกัน เพื่อนนั่งรถกลับตามแผนเดิม ส่วนฉันอยู่นิวยอร์คต่อเพื่อขึ้นตึกเอมไพร์สเตทในตอนเช้าเพราะอยากถ่ายรูปแสงแรกของวันปีใหม่

นั่งอยู่คนเดียวสักพัก ก็เริ่มง่วง หลับๆตื่นๆทำเป็นรอรถไฟ หลังจากปล่อยให้รถไฟผ่านไปผ่านมาอยู่หลายขบวน จึงตัดสินใจขึ้นสายที่ไกลที่สุดคิดว่าจะนั่งหลับไปจนสุดสายแล้วก็นั่งกลับ

นั่งหลับอยู่ดีๆก็มีคนมาสะกิดไหล่ สะดุ้งตื่นขึ้นมาเห็นว่าเป็นตำรวจ ถามว่าจะไปไหน ก็เลยตอบว่าจะนั่งไปสถานีใกล้ๆตึกเอมไพร์ ตำรวจกวักมือแล้วบอกว่าออกมาคุยกันข้างนอกหน่อย ตอนนั้นยอมรับเลยว่าตกใจมากเพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

พอออกมาตำรวจถามว่าทำไมมานั่งหลับคนเดียวแบบนี้ มันอันตรายรู้ไหม พลางชี้ให้ดูในโบกี้ที่เพิ่งออกมา ปรากฎว่ามีแต่คนที่เหมือนเป็น Homeless สี่คนนั่งคุยกัน ฉันจึงบอกว่าฉันง่วงมากเลยเผลอหลับไป ตำรวจคนนั้นจึงพาเดินไปส่งโบกี้ที่อยู่ไกลออกไปพร้อมกับบอกว่าดูแลตัวเองดีๆ

นั่งกลับมาสถานีเดิม เห็นว่าเกือบเจ็ดโมงแล้วจึงเดินออกจากสถานีฝ่าความหนาวไปตึกเอมไพร์ ปรากฎว่าประตูเปิดแปดโมง จึงเดินเข้าไปนั่งในแมคโดนัลที่อยู่ตรงข้ามตึกพอดี ปกติเมนูอาหารเช้าของแมคโดนัลที่ไทยจะเป็นโจ๊กหรือไม่ก็มัฟฟิ่น แต่ที่นี่เป็นโอ๊ตมีลกับมัฟฟิ่น จำได้ว่าโอ๊ตมีลกับโกโก้ร้อนในตอนนั้นอร่อยมากกกกก

ทันทีที่เห็นประตูเปิดตอนเจ็ดโมงครึ่ง ก็รีบเดินไป ปรากฎว่าฉันเป็นคนที่เก้าซะแล้ว ข้างหน้าเป็นคุณยายคนหนึ่ง คุณยายหันมาถามเวลาจึงได้คุยกัน คุณยายบอกว่าเมื่อคืนอยู่ที่สมาคมแทงโก้ เต้นแทงโก้กันข้ามคืนจนถึงเช้า แต่คุณยายอยากแวะที่ตึกเอมไพร์ก่อนจะนั่งรถกลับบ้านเลยมายืนรอ (คุณยายเปรี้ยวกว่าฉันอีก!) ฉันชอบการเดินทางก็ตรงนี้ล่ะ เรื่องของคนข้างๆทำให้ประหลาดใจได้เสมอเลย

หลังจากที่ฉันเล่ารายละเอียดของทริปนี้ให้เพื่อนฟัง เนื้อหามีแต่ความยากลำบาก ความทุกข์ระทมที่ได้เจอเพื่อนยังบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าน่าสนุก บางทีอาจเป็นเพราะว่าฉันผ่านเหตุการณ์นั้นมาได้แล้ว พอนำมาเล่าความหนักหนาเลยดูเบาบางลง แต่ถ้าเป็นฉันในตอนนั้นคงพูดได้ไม่เต็มปากว่าฉันอยากมาเจออะไรแบบนี้



เดือนที่แล้ว เพื่อนของฉันเพิ่งกลับมาจากทริปเดินภูเขาหิมาลัยที่เนปาล รูปที่สวยงามเหมือนอยู่ในสวรรค์ วิดีโอที่แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของเทือกเขา แลกมาพร้อมกับสเตตัสยาวๆที่บ่งบอกว่าต้องใช้แรงกายแรงใจเป็นอย่างมาก คิดอยากจะล้มเลิกทริปแล้วกลับบ้านตั้งแต่วันแรกด้วยซ้ำ แต่ก็กัดฟันอดทนจนผ่านมาได้

จะมีกี่คนที่รับรู้ความลำบากในตอนนั้น



ย้อนกลับไปตอนปีใหม่ ในขณะที่ฉันไปเผชิญชะตากรรมอยู่ทางเหนือของอเมริกา มีเพื่อนอีกกลุ่มเดินทางไปเที่ยวอเมริกาใต้ ทริปโบลิเวียโหดร้ายกับเพื่อนฉันมาก มีเพื่อนคนหนึ่งโทรมาร้องไห้ให้รุ่นพี่ที่เกนวิวฟังว่าทนไม่ไหวแล้วอยากกลับบ้าน น้องอีกคนไอเป็นเลือด โรงแรมที่นอนไม่มีหลังคา อาบน้ำเย็นอุณหภูมิติดลบ ตื่นเช้ามาเจอศพวางอยู่ด้านหน้าโรงแรม ทั้งหมดนี้ทุกคนกลับมาเล่าพร้อมกับเสียงหัวเราะ เรียกเสียงฮาจากเพื่อนๆทุกคน

ถ้าถามว่าจะกลับไปอีกไหม ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ แต่ถ้าถามว่าคุ้มไหมที่ได้ไป ทุกคนก็บอกว่าคุ้มมาก คุ้มจนเกินพอด้วยซ้ำ



การเดินทางก็แบบนี้
เบื้องหน้าที่สวยงาม มักมีเบื้องหลังซ่อนอยู่เสมอ หลังจากที่ได้พบเจอเหตุการณ์ต่างๆไม่ว่าจะดีมากหรือแย่มาก กว่าจะรู้ตัวอีกทีเราก็เติบโตขึ้นซะแล้ว

การเดินทางของชีวิตก็เช่นกัน
ชีวิตที่สวยงามของใครบางคน ก็มีความไม่สวยงามแอบซ่อนอยู่ ไม่มีชีวิตใครสมบูรณ์แบบทุกวันหรอก ต่างคนต่างมีความทุกข์ของตัวเอง เพียงแต่ว่าเราจะก้าวข้ามผ่านปัญหาเหล่านั้นไปได้อย่างไร ปัญหาที่ดูใหญ่เสียเหลือเกินในตอนนี้ พอผ่านไปได้ กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็เราก็สามารถเล่าไปยิ้มไปให้คนอื่นฟังได้แล้ว


ชีวิตก็แบบนี้
ถ้าไม่ทำให้ใครเดือดร้อน
ก็ต้องเจอเหตุการณ์แย่ๆซะบ้าง
พอมองย้อนกลับไปแล้วจะได้ไม่เสียดาย
ว่าทำไมชีวิตไม่มีสีสันเอาซะเลย
เนอะ!





SHARE
Writer
Silencewaltz
melody of life
stories * movies * diaries * etc.

Comments

Deux
3 years ago
นั่นสินะ ภาพสวยๆ ความจริงนะโหดร้ายจะตายไป 555
Reply
imonkey7
3 years ago
ผมว่าอังเขาเก่งในเรื่องสร้างสถานะการณ์ลำบากให้ตัวเองแหละ
ปล่อยๆเขาไป ดูมีความสุขดี
ความคิดสร้างฉัน ฉันสร้างเหตุการ
555555
lalajinx
3 years ago
ตำรวจยังเป็นห่วง คิดดู
Meeniie
3 years ago
อ่านไปแล้วรู้สึกเห็นสีสันในชีวิตเลยค่ะ555
Reply
Mediary
3 years ago
ประสบการณ์แบบนี้มักเป็นความทรงจำที่ดีเสมอ
Reply
monkwinez
3 years ago
ไม่ได้มาซะนาน หวังว่าจะสบายดีนะคะ:)
Reply
Denny
7 months ago
ชอบมากครับ ประสบการณ์โดยตรงเนี้ยะ เพราะตอนนี้ผมเองยังคงหลงทางอยู่ในความคิดตัวเอง
Reply