โลกซ้อนโลกตอน:กำเนิดทุ่งดอกไอริส

      เข็มนาฬิกาหน้าโถงลิฟต์บอกเวลา 7:00 น. ซึ่งความจริงมันบอกเวลา 7:00 น. มาชั่วโมงกว่าแล้ว นาฬิกาหน้าโถงลิฟต์ชั้นอื่นๆก็เดินล้ำล่วงเลยไปนานแล้ว ทิ้งให้เครื่องบอกเวลาที่ชั้น 8 ชิ้นนี้โดดเดี่ยวหยุดนิ่งเพียงลำพัง พลันมีใครคนหนึ่งเปิดประตูออกมาจากห้องพักทำลายความเงียบที่เคยมี เด็กหญิงผมยาวในชุดกระโปรงสีขาวขลิบน้ำเงินเดินออกมา เธอเดินมาช้าๆจนถึงหน้าโถงลิฟต์ที่มีนาฬิกาโดดเดี่ยวเรือนนั้นแขวนอยู่ นัยน์ตากลมแต่ไม่ไร้เดียงสาจ้องไปที่นาฬิกาพลางเอ่ยคำพูดที่เบาราวเสียงกระซิบ คำพูดที่มีพลังอำนาจเพียงพอจะทำให้เข็มทั้งสองไม่กล้าหลับไหลอีก

ได้เวลาเดินต่อไปแล้ว
2 วันก่อนหน้านี้
      ภายในห้องธุรการที่ชั้นหนึ่งของ SINGLE APARTMENT ไม่ได้เปิดไฟ แต่มู่ลี่ไม้ไผ่ถูกดึงเก็บแล้ว แสงแดดยามเช้าก็ส่องเข้ามา
      ชุดโต๊ะเก้าอี้ไม้แกะสลักโดยช่างมีฝีมือ ตั้งเด่นอยู่กลางห้อง ชาย 2 คนกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้คนละฝั่งของโต๊ะ คนหนึ่งตัวสูงมีผมหงอกประปราย วันนี้เขายังคงคาบบุหรี่ที่ไม่ถูกจุด ร่างอยู่ในคราบแบบฟอร์มที่คุ้นเคย เป็นเสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายสก๊อต-กางเกงยีนส์สีน้ำเงิน เท้าทั้งสองยังสวมรองเท้าแตะดาดๆคู่หนึ่ง อีกคนเตี้ยกว่าประมาณครึ่งฟุต ผมดำเป็นมันถูกหวีจนเป็นระเบียบเรียบเนียนไปกับหนังศีรษะ แว่นสายตากรอบไม้ที่ใส่ชวนให้คิดไปว่าเขาอาจเป็นหนอนหนังสือตัวยง ที่วันๆหนึ่งได้แต่เอ้อระเหยไปกับอักขระในตำรา แต่เสื้อกั๊กแขนยาวสีดำที่สวมทับเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงสแล็คสีเทาอ่อนเกือบทำให้เชื่อว่าคนผู้นี้เป็น ดีไซน์เนอร์มือดีด้านไหนสักอย่าง เพียงน่าเชื่อเท่านั้นเพราะน่าเศร้าที่เท้าทั้งคู่กลับสวมรองเท้าแตะดาดๆอีกคู่หนึ่ง!
      "วันนี้ไม่ไปไหนเหรอ ?" ชายสวมแว่นเอ่ย
      "ไม่ดีกว่า นี่เพิ่งต้นเดือนเอง ยังมีเวลาใช้เงินอีกเป็นกอง คุณชงล่ะ คิดจะนั่งเฝ้ารอลูกบ้านทั้งวันเลย ?" ชายตัวสูงมีท่าทีกระหยิ่ม คล้ายกำลังล้อเลียนอีกฝ่าย
      คุณชงยิ้ม ใช้แววตาเจ้าเล่ห์ภายใต้แว่นมองดูอีกฝ่ายก่อนตอบ
      "อย่าล้อผมเล่นสิวรา ถ้าผมทำได้ ผมทำไปนานแล้ว"
      "หากคุณมีผู้ช่วยสักคนก็คงดี บางทีอาจมีวันที่เราได้ไปดื่มด้วยกัน" วราเสนอ
      "คุณพอจะมีคนรู้จักแนะนำมั้ยล่ะ ?"
      "คุณคงรู้จักผู้หญิงห้อง 4-19 ใช่มั้ย ?"
วราตอบด้วยคำถาม
      "อ้อ เธอคนนั้นเอง หนูเอพิณ ผมเคยทาบทามเธอแล้วแถมยื่นข้อเสนอให้อยู่ฟรีคิดแค่ค่าไฟค่าน้ำด้วย แต่เธอกลับปฏิเสธเสียได้" คุณชงตอบได้สมกับเป็นเจ้าของอพาร์ทเม้นท์ผู้รู้ทุกสิ่ง
      "ฮ่า ฮ่า ก็สมเป็นเธอดี บรรยากาศตามทางเดินยังดีกว่าห้องนี้มากนัก" วราพูดอย่างไม่เกรงใจ แต่เขาก็เชื่อว่าไม่มีห้องธุรการของอพาร์ทเม้นท์ไหนในย่านนี้ที่จะให้ความรู้สึกเหมือนดั่งนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นเช่นที่นี่ เพียงดูจากชุดโต๊ะไม้ที่ทั้งคู่นั่งอยู่ก็รับประกันได้แล้ว ว่าคุณชงเจ้าของที่แห่งนี้จิตไม่ปกติจริงๆ หรือบางทีเขาอาจเป็นคนปกติที่สุดที่เพียงคิดจัดห้องที่ตนเองต้องสิงสถิตอยู่ทั้งวันให้ดูใกล้เคียงกับ"บ้าน"เท่านั้น
      "จะว่าไปแล้ว หมู่นี้ผมไม่ค่อยเห็นเธอเลย"
      "อาใช่ ผมก็เหมือนกัน เธอคงไม่ค่อยสบายนักช่วงนี้ อาจกำลังไปรักษาแผลใจที่ไหนสักแห่ง"
      "ไม่สบาย เธอเป็นอะไรมากมั้ยครับ ?" คุณชงเริ่มเป็นห่วงขึ้นมา
      "ไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ แค่โรคอกหักของคนขี้สงสัย" วราตอบไป แทบกลั่นหัวเราะไว้ไม่อยู่
      "มีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้มั้ย ?"คุณชงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง วราลังเลเล็กน้อยพลางคิด 'เอพิณเคยบอกเองว่าอาจยังไม่ถึงเวลา แต่ว่าเราเองก็อยากรู้อยู่เหมือนกัน'
      "ผมรู้ว่ามันอาจไม่ถูกต้องสักเท่าไร แต่คุณพอจะบอกอะไรเกี่ยวกับคนห้อง 4-20 ได้มั้ย ?"
ตอนนี้ วราเริ่มลำบากใจขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ยังคงถามออกไปจนได้
      "4-20...4-20..." คุณชงย้ำกับตัวเองเพื่อทบทวนความจำ "อ๋อ ผู้หญิงที่เพิ่งย้ายเข้ามาไม่นานนี้ใช่มั้ย มีอะไรผิดปกติเหรอ ?"
      "จะว่าผิดปกติมั้ยผมก็ไม่แน่ใจ แต่เหมือนคนบนชั้น 4 ไม่มีใครเคยพบเห็นเธอเลย" วราพูดต่อ รู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง 'ที่แท้คนห้อง 4-20 เป็นผู้หญิง แบบนี้บางทีคงไม่ต้องเป็นห่วงอะไร'
      "เรื่องส่วนตัวระดับรูปแบบการใช้ชีวิตผมเองก็ไม่อยากไปละเมิดสิทธิใคร ถึงจะเป็นคุณหรือเอพิณผมก็คงช่วยอะไรไม่ได้มากกว่านี้" คุณชงพูดไปพร้อมทั้งเก็บเอกสารค่าเช่าห้องของวรา ตอนนั้นเองที่วราอดไม่ได้ต้องมองตามมือที่เคลื่อนไหวของอีกฝ่าย พลันเหลือบไปเห็นใบแจ้งหนี้ปึกหนึ่ง ระบุห้อง 8-01,8-02 และคงเป็นห้องชั้น 8 ที่เหลือ ความจริงเอกสารพวกนี้ไม่น่ามีที่ใดน่าสนใจ หากแต่วราต้องรู้สึกประหลาดใจยิ่ง เมื่อได้เห็นค่าไฟของห้อง 8-01
      '8,442 บาท นี่เปิดแอร์เปิดไฟกันทั้งวันเลย ? หรือเปิดออฟฟิศให้เช่า ? นี่สินะที่เรียกว่าแปลกของจริง'
      "ไม่เบาเลยนะ ห้อง 8-01 สงสัยอยู่ชั้นบนสุดคงจะร้อนน่าดู" วราเปรยขึ้นมา
      "อา...ใช่ พูดถึงอะไรที่ผิดปกติผมว่าคงไม่มีใครเกินคนที่ชั้น 8 คนคนเดียวเล่นเหมาทั้งชั้น ไม่รู้..." คุณชงพลันชะงักเสียงไว้ รู้สึกผิดที่เผลอพูดสิ่งที่ไม่ควรพูด รู้สึกผิดต่อจรรยาบรรณของตัวเอง"
      วรายิ้มเชิงปลอบใจ คล้ายบอกอีกฝ่ายว่าไม่เป็นไร ธุระของเขาเรียบร้อยแล้ว เรื่องที่ควรรู้ก็รู้แล้ว ไม่มีอะไรต้องคิดเป็นกังวล เหลือเพียงไปบอกเอพิณเรื่องผู้หญิงในห้อง 4-20

      ในลิฟต์ วรากดปุ่มชั้น 4 ประปิดลง ตัวลิฟต์ก็เลื่อนขึ้นไป ลิฟต์เลื่อนช้ายิ่ง คล้ายกับเหนื่อยล้าที่ต้องแบกคนขึ้นลงทั้งวัน บางครั้งควรแบกคนมากมายไปในคราเดียว แต่พาลถูกบังคับให้ปิดประตูเสียก่อน จำใจต้องขึ้นลงอีกครั้งเพื่อมารับคนที่ถูกทิ้งในเสี้ยววินาที
บางทีการรอคอย ก็นับเป็นเรื่องลำบากยากเย็น ทั้งกับคนที่ถูกทิ้งให้รอ และกับคนที่ทิ้งให้อีกฝ่ายต้องรอ อาจเป็นเพราะเขาไม่สามารถรอได้เช่นกันจึงต้องทิ้งอีกฝ่ายไป      ในเวลาที่เหมือนเดินช้าเช่นนี้ วราก็ได้นึกถึงเหตุการณ์มากหลาย นึกถึงเอพิณ นึกถึงหญิงห้อง 4-20 นึกถึงบทสนทนาระหว่างตนกับคุณชง
และนึกถึงคนที่ชั้น 8
      ปฏิกิริยาที่รวดเร็วต่อจากนี้ แม้แต่ตัวเองก็ไม่อยากเชื่อ ขณะที่ลิฟต์กำลังจะเทียบที่ชั้น 4 นิ้วชี้ข้างซ้ายที่ว่างอยู่ก็ได้ประทับลงไปบนปุ่มที่มีเลข 8 และเลื่อนลงมากดปุ่มชั้น 4 ย้ำ 2 ครั้ง การจอดของลิฟต์ที่ชั้น 4 ก็ถูกยกเลิกไป
       เมื่อลิฟต์เลื่อนสูงขึ้นไป วราเริ่มรู้สึกได้ถึงอุณหภูมิที่ค่อยๆลดลง ความเย็นที่เดาว่ามีจุดกำเนิดมาจากเบื้องบน เริ่มแผ่เข้ามาในประสาทรับรู้ของเขา
      ประตูลิฟต์เปิดแล้ว ความรู้สึกเมื่อสักครู่แทบกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย เมื่อเทียบกับความหนาวเย็นที่วราได้สัมผัสในเวลานี้ในที่นี้บนชั้น 8 !
      ตอนนี้วราพลันนึกสมเพชตัวเองในใจ คำตำหนิของเอพิณที่ว่าเขาแต่งตัวซ้ำซากจำเจไม่เคยทำให้เขาคิดเปลี่ยนแปลงตัวเองเลย 'เสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายสก๊อตของเรายอดเยี่ยมเสมอมา' ตอนนี้เขากลับคิดห่มคลุมมันด้วยเสื้อกันหนาวขนสัตว์สักตัวหนึ่ง...หากว่าเขามี
      วราเดินไปตามทางเดินที่มีแสงแดดทิศตะวันออกส่องเข้ามา แสงแดดนี้พอจะช่วยคลายความหนาวกายลงได้บ้าง อีกด้านหนึ่งเป็นห้องพัก ประตูทุกห้องเหมือนจะเปิดอ้าไว้ ความเย็นแผ่ซ่านออกมาจากในนั้นเอง แต่เขาไม่ได้จ้องเข้าไป
      ยิ่งเดินต่อไปวรายิ่งรู้สึก สถานที่บนชั้น 8 นี้คล้ายแยกตัวเป็นเอกเทศจากชั้นอื่นๆ แม้ตามทางเดินจะไม่ค่อยพบเห็นผู้คนเหมือนกัน เงียบเชียบเหมือนกัน แต่ถ้าจะให้ยกคำว่า"เงียบ"ไปเปรียบกับชั้นไหนๆ อาจกล่าวได้ว่า
"เงียบ" ของชั้น 8 เป็นความเงียบที่แฝงความน่าพรั่นพรึงที่ไม่อาจพบเจอในชั้นล่างๆ มันเงียบจนคล้ายสามารถดูดเอาพลังงานความร้อนทั้งหมดออกไปจากร่าง กลายเป็นความเย็นเฉียบที่เสียดไปถึงกระดูก ยังเย็นเสียยิ่งกว่าแอร์ที่เปิดทิ้งไว้ภายในห้องทั้งหมด ซึ่งภายหลังจากวันนี้ไปอีกนาน วราก็ได้หวนคิดว่าทำไมความเงียบจึงสามารถสร้างความเย็นออกมาได้ทั้งที่ความจริงมันเป็นสิ่งที่ดูไปไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย แล้วเขาก็คิดได้ว่า"ความเย็น"ทั่วไปที่เขาคุ้นชิน กับ"ความเย็น" ที่กำเนิดเกิดจากความเงียบความจริงแล้วอาจเป็นสิ่งที่ต่างกัน ความเย็นทั่วไปอาจพอเยียวยาลงได้หากห่มคลุมด้วยผ้าหนาๆ แต่ความเย็นจากความเงียบต่อให้ห่มคลุมผ้าสักสิบยี่สิบผืนก็ไม่อาจเพิ่มความอบอุ่นในหัวใจ มันคล้ายเป็นส่วนผสมที่เกิดขึ้นในก้นบึ้งของความนึกคิดและความทรงจำในช่วงวัยที่ล่วงเลยมานานแสนนาน แต่ตอนนี้วรายังไม่อาจคิดถึงความต่างของมัน
      วราเพียงไม่รู้ว่าจะมีใครสามารถ"มีชีวีต"อยู่ ณ ที่นี้ได้ หากต้องให้คำจำกัดความถึงสถานที่นี้ในเวลานี้ มันนับได้ว่าเป็น"ห้องเก็บศพ"ที่เพียงมีแสงอาทิตย์ส่องถึง      แต่ในตอนนั้นเองก็บังเกิดเสียงฝีเท้าดังมาจากสุดปลายของทางเดิน เป็นเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคย หญิงสาวเดินออกมาจากห้อง 8-19 เธออยู่ในชุดกันหนาวสีขาวลายดอกสีชมพู ท่อนล่างสวมกางเกงวอร์มสีดำกับรองเท้าผ้าใบ ผมของเธอเป็นสีครีม ยังคงดูคล้ายทุ่งดอกหญ้ายามกระทบแสงตะวัน เป็นเอพิณ !
      "คุณมาทำอะไรที่นี่ ?" ทั้งสองเอ่ยถามแทบพร้อมๆกัน จากนั้นวราก็เริ่มสังเกตเห็น ขอบตาของเอพิณคล้ายแดงระเรื่ออยู่บ้าง 'เธอร้องไห้ ?'วรารีบเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายก้มลงมองหน้าเธอ แต่หญิงสาวไม่ได้เงยหน้ามองตอบ เธอก้มศีรษะพลางพูดเบาๆ
      "เธอเสียแล้ว"
      "ใครเสีย ?" วรารู้สึกตามสถานการณ์ไม่ทัน
      "อาริสา !"

      สายแล้ว บนเตียงนอนขนาด 5x6.5 ฟุตในห้อง 8-19 ความจริงมันถูกเตรียมไว้สำหรับคน 2 คนตอนนี้เตียงว่างเปล่า ก่อนนี้แม้ไม่ว่างก็เพียงนอนไว้ด้วยคนเพียงคนหนึ่ง เป็นหญิงชราคนหนึ่ง เธอมีชื่อว่า "อาริสา" ทว่า เธอจากไปแล้ว ร่างของเธอก็ถูกนำไปแล้ว ทิ้งให้เตียงต้องเดียวดาย คล้ายดังกับลิฟต์ที่ประตูปิดลง
เธอเองก็มิอาจรอได้ตลอดไป      ตรงข้ามห้องพักระหว่างห้อง 8-18 กับ 8-19 ยังมีโซฟาหนังสีแดงตัวหนึ่ง วรากับเอพิณนั่งอยู่ตรงนั้น ไม่ได้พูดอะไรแม้สักคำ ชายวัยกลางคนมองหญิงสาวเป็นช่วงๆ พยายามสังเกตอาการของเธอ เอพิณคล้ายไม่เห็นความกังวลของอีกฝ่าย ตอนนี้ในหัวของเธอมีแต่เรื่องของ"อาริสา"
      "คุณเองก็รู้จักเธอ ?" หญิงสาวเอ่ยถามขึ้น
      "ไม่...ไม่รู้จัก" วราเพิ่งรู้สึกตัวว่าเป็นฝ่ายโดนถาม ตอนนี้เขาคล้ายโดนสอบปากคำ
      "ถ้าอย่างนั้น คุณมาที่นี่ได้อย่างไร ?"
      "ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน" วราไม่รู้จะตอบอย่างไรจริงๆ เอพิณก็นิ่งไปคล้ายกำลังตัดสินใจใคร่ครวญบางสิ่ง ไม่นาน แววตาที่คล้ายอยู่ในห้วงภวังค์ก็กระจ่างชัด เธอลุกขึ้นคว้ามือวราเดินตรงไปที่ห้อง 8-17 ประตูห้องเปิดอยู่ ทั้งสองเดินตรงเข้าไป
      ภายในห้องมีกลิ่นหอมแปลกๆลอยออกมา แต่ที่ประหลาดกว่าคือ ห้องที่ควรเรียงรายด้วยเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ ตู้ เตียง กลับแทนที่ด้วยกระถางต้นไม้กว่าสิบกระถาง
      เอพิณปล่อยมือวรา หันไปอุ้มกระถางต้นไม้มาใบหนึ่ง พลางยื่นมาใกล้ๆวรา กลิ่นหอมเมื่อสักครู่เริ่มรุนแรงกว่าเดิม
      "มันคือต้นไอริส"
      "อา แต่มันมีความหมายอย่างไร ?"
      เอพิณไม่ตอบ เธอทำหน้าคล้ายผิดหวังอยู่บ้างพลางหันไปมองกระถางต้นไม้ที่เหลือในห้องให้วรามองตาม
      วราเริ่มพบความเหมือนบางอย่างของสิ่งที่อยู่ในกระถาง มันเป็นพืชพรรณเดียวกันทั้งหมด ! ใบสีเขียวเรียวแหลมคล้ายใบหญ้า กลีบดอกถูกแบ่งเป็น 2 ชั้นแต่ละชั้นมี 3 กลีบ ชั้นนอกเป็นสีขาวราวผืนกระดาษสำหรับรองภาพจิตรกรรม กลีบชั้นในที่แทรกตัวออกมาระหว่างช่องว่างของกลีบชั้นนอกเป็นสีม่วง มีจุดเหลืองน้ำตาลแต่งแต้มคล้ายผืนผ้าใบที่วาดสีลงลวดลายไว้แล้วเสร็จ
      "ดูท่า คุณอาริสาจะชอบไม้พรรณนี้มาก"
      เอพิณพยักหน้าเห็นด้วยพลางวางกระถางลงอย่างถนุถนอม
      "ถ้าคุณอยากรู้เรื่องที่เกิดขึ้น คุณต้องช่วยฉันก่อน" หญิงสาวยื่นข้อเสนอพร้อมเงื่อนไข
      วราเริ่มไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไรต่อ แต่ตอนนั้นพลันมีของหนักๆส่งถึงมือของเขา เป็นกระถางต้นไอริส 'เอพิณคงต้องให้เราช่วยจริงๆ'
      วราคาบบุหรี่ มือทั้งสองก็ยื่นไปรับกระถางมารับไว้ รู้สึกกินแรงอยู่บ้าง
      "คุณเอาไปวางที่ทางเดินนะ" หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงขอร้อง เธอทำขนาดนี้แล้ว เขายังปฏิเสธได้ ?

      บ่ายโมงกว่าแล้ว เอพิณและวรานั่งอยู่บนโซฟา ท่าทางเหนื่อยล้าหมดเรี่ยวแรง ตอนนี้บนทางเดินกว้างขวางถูกเติมเต็มด้วยกระถางต้น   ไอริสประมาณร้อยกระถางได้ เมื่อครู่ทั้งสองช่วยกันย้ายพวกมันทุกต้นมารับแดดที่ทางเดิน แต่กว่าจะขนย้ายเสร็จ แดดก็เคลื่อนคล้อยไปเหนืออาคารแล้ว      "ตกลง...คุณจะเล่าได้หรือยัง" วราเว้น่วงหายใจ ตอนนี้เขาต้องการอากาศบริสุทธิ์มากเป็นพิเศษ
      "ไม่กี่วันก่อนฉันรู้สึกแปลกๆ"
      "แปลกอย่างไร ?"
      "เหมือนมีอีกหลายอย่างที่ฉันยังไม่เข้าใจ"
      "คุณยังคาใจเรื่องห้อง 4-20 อยู่จริงๆ บอกคุณก็ได้ เธอเป็นผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่ง"
      "คุณรู้ได้อย่างไร ?" หญิงสาวฉงน
      "พอดีผมไปพบคุณชงมา แต่เขาไม่ได้บอกอะไรมากกว่านี้"
      เอพิณพยักหน้าขานรับ ดูเหมือนความสนใจของเธอจะโยกย้ายไปอยู่ที่เรื่องอื่นอีกแล้ว
      วราตามไม่ทัน ตอนนี้เขาคงต้องเงียบเพื่อรอให้เธอเผยความสับสนที่อยู่ในใจ
      "ฉันไม่รู้ทำอย่างให้จิตใจสงบลง ยิ่งใช้เวลาอยู่บนทางเดินนั่น ความอยากรู้ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นทุกวัน" เอพิณพยายามอธิบาย "แต่บางทีฉันเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการรู้เรื่องต่างๆไปเพื่ออะไร ฉันได้แค่เดิน เดินขึ้นมาเรื่อยๆจนถึงที่นี่
      มันนับเป็นครั้งแรกที่มีโอกาสขึ้นมาที่นี่ ฉันรู้ได้ในทันทีว่ามันไม่เหมือนที่อื่น มันทั้งเงียบสงบ และคล้ายกับเวลาได้หยุดนิ่งลง"
      วราจุดไฟที่บุหรี่ รู้สึกว่าตนกำลังเริ่มเข้าไปดื่มด่ำในประสบการณ์ของหญิงสาว เอพิณมองที่เขาอย่างขุ่นเคืองก่อนเหลือบไปที่ต้นไอริสใกล้ๆอย่างพะวง
      วรารีบดับมวนบุหรี่ทันที เพียงคาบไว้เปล่าๆเท่านั้น
      "แล้วฉันก็เจอเธอ เธออยู่ที่นี่เพียงลำพังกับต้นไม้เหล่านี้ ทุกเช้าเธอจะลากมันออกมาที่ทางเดินนี่ พอตกเย็นเธอก็จะย้ายมันไปเก็บไว้ในห้อง
เธอไม่ต้องการให้ดอกไม้ของเธอมาเกะทางของผู้คน"
      "ไหนคุณว่าไม่มีใครอีกนอกจากเธอ"
      "บางครั้งอาจมีใครแวะเวียนมา"
      "บางครั้ง ? คุณไม่เคยเห็นใครนอกจากเธอเลย ?"
      "ไม่มีเลย มีแค่อาริสากับฉัน ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ฉันจะมา...น่ากลัวเธออยู่ลำพังมาตลอด" เอพิณพูด น้ำเสียงแฝงอารมณ์ที่ชวนหวั่นไหว
      "เธออยู่ที่นี่มานานหรือยัง ?"
      "ฉันไม่รู้ ความจริงเราคุยอะไรกันไม่มาก ฉันแค่ช่วยเธออย่างไม่มีเหตุผล อาจแค่สงสารเธอ แต่นอกจากนั้นฉันก็ไม่ได้ขุดคุ้ยอะไรจากเธอเลย"
      "รู้อย่างนี้ผมน่าจะถามคุณชงเสียให้สิ้นเรื่อง ไม่สิ อย่างไรคนแบบเขาก็ไม่ยอมบอกอะไรอีกแน่"
      "ทุกวันเธอได้แต่ทำแบบเดิมซ้ำไปซ้ำมา แต่ฉันก็ไม่คิดอะไรมาก ไม่ถามว่าเธอทำไปทำไม ต้นไม้พวกนี้มีความสำคัญกับเธออย่างไร"
      วราเงียบเฉย ในใจได้แต่คิด'ดูๆไปแล้วคุณเองกับคุณอาริสาก็มีส่วนคล้ายกัน กระทำสิ่งที่ไร้จุดหมายและไม่มีใครเข้าใจทุกวันๆ ความจริงตัวเราเองอาจรู้จักเอพิณแค่เปลือกผิวเท่านั้น เราควรถามเธอทุกอย่างตรงๆเลยมั้ย ? หรือเราควรค่อยๆเรียนรู้เธอไป แต่หากมีอะไรเกิดขึ้นกับเธอเราก็คงค้างคาใจไปตลอดกาล คล้ายกับที่เอพิณค้างคาใจเรื่องคุณอาริสา'
      "ฮะ ฮะ คุณคงนึกสมเพชฉันอยู่ใช่มั้ย" เอพิณหันไปมองหน้าวราตรงๆ ครั้งก่อนที่เคยตกอยู่ในสถานการณ์คล้ายกันเธอยังไม่กล้าทำเช่นนี้ แต่บัดนี้เธอคล้ายพบเจอเรื่องราวที่ทำให้เธอเติบโตขึ้น แม้ไม่รู้จะอธิบายมันอย่างไร
      "ถ้าจะมีใครน่าสมเพช คงมีแต่ผมเท่านั้น ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลย เรื่องคุณอาริสา...หรือเรื่องของ...คุณ" วราค่อยๆเผยความรู้สึกตัวเอง "ไม่รู้พวกเราจะมีเวลาอีกแค่ไหน ?"
      "เวลา ?" เอพิณค่อยๆนึกทบทวนพฤติการณ์ของตัวเองที่มีอยู่ทุกวัน เธอนั่งอยู่ที่ทางเดิน มองดูเวลาเคลื่อนผ่านทุกสรรพสิ่งไป 'จะมีใครมีเวลาจริงๆ ?'
      "อาริสาเหมือนกำลังรออะไรบางอย่างอยู่"
      "โชคร้ายที่เธอรอตลอดไปไม่ได้"
      "บางทีอาริสาอาจโชคดีกว่านี้ หากเธอถือกำเนิดในโลกที่ไร้กาลเวลา เธอนับเป็นคนที่รอได้นานที่สุดเท่าที่ฉันเคยรู้จัก" เอพิณกล่าวด้วยอาลัย แต่เธอก็อดคิดไม่ได้ 'หรืออาจบางทีอาริสาเพียงเกิดมาเพื่อรอ แม้ไม่รู้จุดหมายของการรอนั้นเลยก็ตาม'
      วราเองก็รู้สึกสะทกสะท้อน 'โลกที่ไร้กาลเวลาไม่มีอยู่จริงหรอก ตราบเท่าที่ยังมีสิ่งมีชีวิต เพราะสิ่งมีชีวิตมีอายุขัยจึงมีเวลา เมื่อมีเวลาทุกคนก็ไม่อาจรั้งรอได้ตลอดไป เมื่อมีคนไม่อาจรั้งรอก็ต้องมีคนถูกทิ้งให้รอ เป้าหมายในการรอของแต่ละคนก็มีที่เหมือนกันบ้าง ไม่เหมือนกันบ้าง'
บางคนรอความสำเร็จ บางคนรอความรัก บางคนรอการให้อภัย รูปแบบการรอของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป บางคนอยู่เฉยไม่ทำอะไร บางคนทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อร่นระยะเวลาการรอ เพื่อฆ่าเวลา แต่สิ่งที่ถูกฆ่าอยู่ทุกวินาทีความจริงเป็นเวลาหรือตัวคนที่คิดว่าฆ่ามันได้กันแน่ ?
กระนั้น สิ่งหนึ่งที่น่าจะเหมือนกันคือทุกคนต่าง"เคย"รอด้วยหัวใจที่เชื่อมั่น หัวใจที่มีหวัง แต่หัวใจนั้นจะคงอยู่ได้นานสักแค่ไหน "หัวใจ"ที่สูบฉีดเลือดยังมีวันเสื่อมสลายไปตามกาลที่คล้อยเคลื่อน แล้ว"หัวใจ"ที่เป็นถ้อยคำเปรียบสิ่งสำคัญยิ่งชีวิตจะมีอายุยาวนานสักเท่าไร ในเมื่อทุกสิ่งไม่อาจคงอยู่เป็นนิรันดร์ใน"โลกของกาลเวลา"
      "ฮ่า ฮ่า" วราหัวเราะเบาๆด้วยสลด "เหมือนลิฟต์จริงๆ กลับกันตรงที่เดิมเป็น"คน"ที่กดปุ่มลิฟต์ แต่ตอนนี้เป็น"เวลา"ที่กดปุ่มคน"
      "คนมีปุ่มให้กดด้วย ?" เอพิณพบว่าชายวัยกลางคนผู้นี้ก็ได้พบเหตุการณ์บางอย่างมาเหมือนกัน
      "มีสิ เพียงแต่เรามองไม่เห็น แต่นั่นไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าเมื่อไรปุ่มจะถูกกด"
      เอพิณคล้ายเข้าใจขึ้นมา 'ปุ่มของอาริสาก็ถูกกดไปแล้ว อาริสาก็เลื่อนขึ้นไปยังอีกที่หนึ่ง ทิ้งต้นไอริสพวกนี้เอาไว้ แล้วหากปล่อยไว้อย่างนี้ ไม่ช้าก็เร็ว ปุ่มของต้นไอริสเองก็ต้องถูกกดเช่นกัน หากเราไม่หาวิธีชะลอเวลา'
      "เหลือแค่พวกเรา"
      "หมายถึงต้นไม้พวกนี้เหรอ ?"
      "คุณกับฉันต้องช่วยกันรักษาไอริสพวกนี้ไว้" เธอพูดแกมบังคับ
      "คุณบอกว่าไม่เคยเห็นใครคนอื่นนอกจากอาริสาที่ชั้นนี้ ?" วราพลันมีความคิดดีๆขึ้นมา "บางทีเรื่องนี้คุณชงอาจช่วยได้ และถ้าเขาช่วย ต้นไม้พวกนี้ก็ไม่ต้องถูกย้ายไปย้ายมาอีก"


      เย็นวันนั้น วรากับเอพิณได้ไปปรึกษาคุณชงถึงวิธีจัดการกับต้นไอริสที่ชั้น 8 แล้วทั้งสองก็ต้องประหลาดใจที่คุณชงกลับเป็นฝ่ายเสนอไอเดียขึ้นมาเอง เขาว่าจะทำการปรับปรุงชั้น 8 ให้เป็นสวนสำหรับคนใน SINGLE APARTMENT แต่นั่นคงต้องรออีกสักระยะหนึ่ง

      ในลิฟต์ เอพิณกับวรายืนเคียงข้างกัน ทั้งสองกดปุ่มลิฟต์ไปที่ชั้น 4 ไม่มีใครต้องรอใคร ไม่มีใครต้องทิ้งใคร แต่เมื่อลิฟต์จอดที่ชั้น 4 ประตูก็เปิดออก หญิงสาวต้องไปที่ห้องของเธอ ชายวัยกลางคนก็เช่นกัน ทว่าตอนนั้นทั้งวราและเอพิณกลับไม่รู้สึกถูกทิ้งโดยอีกฝ่าย เพราะรู้แน่ว่าการรอคอยต้องสิ้นสุดลง วันถัดมาทั้งคู่ยังจะได้พบกัน บนทางเดินที่แสงส่องเข้ามาถึงนี้
      วันถัดมาทุกอย่างดูไปคล้ายเป็นปกติ วราเดินมาตามทางเดิน เพียงแต่เขาไม่พบเอพิณ วันนั้นเอพิณได้หายไปจากห้อง 4-19 และทางเดินที่ชั้น 4 ความจริงคือเธอหายไปจาก SINGLE SPARTMENT และไม่มีใครพบเห็นเธออีกเลย
      วรายังคงรออยู่บนโซฟา คล้ายมาแทนที่ตำแหน่งของเอพิณ วันนี้นับเป็นวันที่ 2 ของการรอคอย สายตาของวรามองไปที่ทิวทัศน์เบื้องนอกผนังกระจก ตอนนั้นเองเสียงลิฟต์ก็ดัง ใครคนหนึ่งก้าวออกมาจากลิฟต์ วรามองไปโดยอัตโนมัติ เป็นเด็กหญิงคนหนึ่ง อ่อนวัยกว่าเอพิณราว 4-5 ปี เธออยู่ในชุดกระโปรงสีขาวขลิบน้ำเงิน ผมยาวของเธอดำเป็นประกายแม้ภายใต้แสงอาทิตย์ความดำนั้นก็ยังไม่ถูกบั่นทอน
      "คุณรอเธออยู่สินะ" เสียงใสๆดังมาจากเด็กหญิง วราไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายกำลังพูดกับตน จึงยังเงียบอยู่
      "เอพิณ ถ้าคุณไม่อยากรอเธออีก คุณต้องหยุดทำบ้าๆแบบนี้ ทำตามที่เธอทำก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา"
      "เธอไม่รู้อะไรหรอก" วราดูหมดอาลัยตายอยาก เหมือนเป้าหมายในการมีชีวิตหายไป
      "รู้สิ 2 วันก่อนเธอยังมาบอกลาฉันเลย"
      '2 วันก่อน ? วันนั้นเอพิณกับเราอยู่ที่ชั้น 8 ทั้งวันนี่' วราทบทวน แน่ใจว่าไม่มีทางที่เอพิณจะพบใครในวันนั้น นอกจากคนคนหนึ่ง
      "คุณเป็นใคร ?"
      "ฉันชื่อ...อาริสา"



SHARE
Written in this book
Short story
Writer
WindLiu
Walker
In the story

Comments

noonpavinee
4 years ago
อ่านเพลินๆ ตอนจบตกใจนิดหน่อย พล็อตน่าติดตามมากเลย อยากให้เขียนตอนต่อ อย่าปลายเปิดได้มั้ย น้องอยากรู้ แงงงงงงง
Reply
WindLiu
4 years ago
มันยังไม่จบนะ
baimaay
3 years ago
ติดตามเลยยย ชอบที่คุณเขียน ชอบคำ ชอบวิธีการเล่าเรื่อง บอกไม่ถูกเลย แต่มันให้ความรู้สึกอะ 👏👏👏
Reply
beJung
1 year ago
แง้งง ตกใจอะ
Reply
PRxbbit
11 months ago
ชอบอะแงงง้
Reply