หลังจากที่เขาบอกฉันว่า "รัก" (2)
4

ช่วงเทอม 1 ของปี 3 ในรั้วมหาวิทยาลัยฉันรวมกลุ่มกับเพื่อนทำโครงการอาสา ทุกเวลาที่ไม่มีเรียนในตาราง เราจะพากันไปขลุกตัวกันที่โต๊ะม้าหินใต้โรงยิม เพื่อประชุมรายละเอียดของโครงการอาสาที่พวกเราทำ โดยมีพี่ตูน รุ่นพี่ต่างคณะที่มากประสบการณ์ด้านการทำค่ายมาเป็นที่ปรึกษาหลักให้พวกเรา ซึ่งนั่นน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฉันชอบพี่ตูน

ทุกครั้งหลังการประชุม พวกเราห้าหกคนจะพากันไปล้อมวงกินข้าว แล้วต่อด้วยล้อมวงสังสรรค์ดื่มนมยามค่ำ และหลายๆ ครั้งกิจกรรมที่พวกเราทำพร้อมกัน จะเหลือแค่พี่ตูนกับฉัน เราไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ กินข้าว เล่นกีฬา ปั่นจักรยาน และคุยกันในเฟซบุ๊คก่อนจะเข้านอนเป็นชั่วโมงๆ เราทำอย่างนี้จนเหมือนเป็นกิจวัตร

เวลาล่วงเลยมาหกเดือน ความรู้สึกของฉันที่มีต่อพี่ตูนท่วมท้นอยู่ในอก และก็เป็นฉันที่เอ่ยปากบอกความในใจออกไป พี่ตูนปฏิเสธฉันอย่างอ่อนโยน ให้ความรู้สึกคล้ายๆ คนที่ถูกผลักจากตึกสูงหล่นลงบนฟูกนุ่ม ซึ่งหลังจากนั้นไม่ถึงอาทิตย์ พี่ตูนก็กลับไปคืนดีกับแฟนเก่า ส่วนทุกอย่างระหว่างเราก็เปลี่ยนแปลงไปราวกับคนไม่เคยรู้จักกัน

แปลกที่ฉันไม่เสียน้ำตาให้พี่ตูน แค่รู้สึกจุกๆ มากสุดก็นั่งอยู่บนส้วมในห้องน้ำเป็นชั่วโมง มองดูขวดฟูลมูนใสๆ สี่ขวดตรงหน้าอย่างว่างเปล่า แล้วไม่นานฉันคนเดิมก็กลับมา

5

ฉันให้คำมั่นสัญญากับตัวเองว่าจากนี้จะไม่ชอบใครอีกแล้ว จะไม่ไปหวั่นไหวกับใครง่ายๆ เหมือนก่อนหน้านี้ แต่ “ความรัก” เป็นข้อยกเว้นเสมอ

ช็อคโกแล็ต ดอกไม้ สมุด หนังสือ แก้วน้ำ และอะไรต่อมิอะไรวางอยู่บนโต๊ะทำงานของฉันในทุกเช้า โดยที่ฉันรู้สึกขอบคุณผู้ให้อยู่ลึกๆ แต่ก็ไม่ได้ตามหาเจ้าของ จนเวลาผ่านไปร่วมหนึ่งเดือนเต็ม วันนี้มีการ์ดสีชมพูหน้าตาน่ารักมีข้อความสั้นๆ ว่า “HAPPY BIRTHDAY มีความสุขมากๆ นะครับ”

ฉันเริ่มมองหาเจ้าของอย่างจริงจัง แต่ก็ไม่พบว่าใครจะดูมีพิรุธอะไร ผู้ชายที่ออฟฟิศของฉันมีแต่คุณลุงที่น่าจะมีลูกมีเมียกันไปหมดแล้ว ส่วนคนหนุ่มก็รู้สึกว่าจะมีแฟนกันหมดแล้วเช่นกัน ถ้าคนหนึ่งในนี้เป็นใครคนนั้น ฉันคงต้องขออนุญาตโยนของทุกอย่างทิ้งลงถังขยะ เพราะผู้ชายที่ไม่ให้เกียรติแฟนของตัวเองนั้นน่ารังเกียจที่สุด

“ยุ้ย มีผู้ชายรอแกอยู่ข้างล่างว่ะ” เพื่อนที่ทำงานคนหนึ่งปรี่เข้ามากระซิบ

ฉันวางกระเป๋าลงบนโต๊ะ แล้วเดินลงไปข้างล่างออฟฟิศ คิดว่าต้องใช่เขาหรือเธอผู้ให้คนนั้นแน่ๆ อย่างน้อยการเจอกันครั้งนี้ฉันจะขอเอ่ยคำขอบคุณกับน้ำใจที่มอบให้กัน

“นนท์” คนที่มารอฉันเขาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเพื่อนร่วมคณะของฉันที่เคยยิ้มให้กันบ่อยๆ เวลาเดินสวนกัน ฉันถามสารทุกข์สุขดิบของเขา เขาก็ตอบและถามฉันกลับมาบ้าง ฉันบอกว่าฉันดีใจไม่คิดว่าจะมีเพื่อนมาทักทาย ฉันเลยถามว่าเขามาทำธุระอะไรแถวนี้ แต่คำตอบที่ได้ยินทำให้ฉันถึงกับตาโต ไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี

“เราเอาการ์ดมาอวยพรวันเกิดยุ้ยน่ะ”

วันเกิดครบรอบ 26 ปีที่บางอย่างในชีวิตกำลังเปลี่ยนแปลง
.
โปรดติดตามตอนต่อไป
SHARE
Writer
SKYISPINK
Experiencer
แม่ค้าขี้เล่า เธอเป็นแม่ค้าขายเสื้อผ้ามือสอง เธอเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ เธอเป็นลูกสาว พี่สาว น้องสาว และเธออยากมีความรัก

Comments