ต้นกำเนิดแห่งตัวตน
ลองจินตนาการถึงวินาทีที่กำลังจะจากโลกนี้ไป ลมหายใจอันรวยรินบ่งบอกว่าดวงจิตกำลังจะดับสลาย อะไรคือสิ่งที่เรากลัวที่สุด ทันทีที่เราหายไปจากโลกนี้ ตัวตนของเราก็คงจะดับสิ้นไปเช่นเดียวกัน การสูญเสียตัวตนอาจเป็นสิ่งที่เรากลัวที่สุด ไม่ว่าจะเป็นยามที่มีชีวิต หรือวินาทีที่กำลังจะหมดลมหายใจ 
 
เราเริ่มรู้จักความเป็นตัวตนตั้งแต่เมื่อไหร่ วินาทีที่เราลืมตาดูโลก วินาทีที่เราเริ่มเรียนรู้สิ่งต่างๆ หรือวินาทีที่เราเริ่มรู้สึกถึงความเป็นตัวเอง ไม่เคยมีใครรู้ว่าช่วงเวลาเหล่านี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ และมันเองก็คงไม่มีคำตอบที่แน่ชัด แต่สิ่งหนึ่งที่เราทำให้ปรากฎต่อโลกใบใหญ่ใบนี้ก็คือ “ความเป็นตัวตน”

มีการให้ความหมายของคำว่า “ตัวตน” ไว้ในหลายๆ คำจำกัดความ ในขณะเดียวกัน “ตัวตน” ก็มาจากหลายๆ สิ่งประกอบกัน การเรียนรู้ การเลี้ยงดู สิ่งที่เราพบเห็นในชีวิตประจำวัน ทุกสิ่งทุกอย่างหล่อหลอมรวมกันเป็นความทรงจำ ประสบการณ์ ถ่ายทอดและส่งออกมาเป็นความคิด ความรู้สึก และบุคลิกตาม “ตัวตน”

แล้วอะไรคืดสิ่งที่สำคัญที่สุดในการที่ทำให้เรา “เป็นเรา” อะไรคือสิ่งที่บอกความเป็นตัวตนได้อย่างดีที่สุด อะไรคือสิ่งที่บ่งบอกว่าเรานั้น “แตกต่าง” จากคนอีกกว่าพันล้านคนบนดาวเคราะห์ดวงนี้ มันใช่ “หน้าตา” ของเราหรือเปล่า มันใช่ “ความรู้” ของเราหรือเปล่า หรือว่ามันจะเป็น “ฐานะทางสังคม” ของเรา หรือมันคือทุกสิ่งทุกอย่างหลอมรวมกัน

หากเป็นเช่นนั้น แท้จริงแล้ว “ฉัน” มีที่มาจากไหน “ฉัน” ณ ตอนนี้ใช่คนเดียวกับคนเมื่อวาน เดือนที่แล้ว หรือสิบปีที่แล้วหรือไม่ ถ้าใช่แล้วอะไรที่มันเปลี่ยน หรือถ้าไม่ใช่ แล้ว “ฉัน” คนนี้คือใคร สุดท้ายแล้ว อะไรบ้างที่ยังคงหลงเหลือในความเป็น “ฉัน” หรือที่สุดแล้ว มันอาจไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่เลย

สิ่งหนึ่งที่ดูจะเป็นรากเหง้าของตัว “ฉัน” ก็คือ “ความรู้สึกนึกคิด” ที่มันหลอมรวมอยู่ในตัวเรา มันเป็นกระบวนการหนึ่งที่เกิดขึ้นในสมอง และจบลงที่พฤติกรรม มันคือพลังขับเคลื่อน มันมีพลังในการเปลี่ยนแปลงโลกให้เป็นไปทั้งในทางที่ดี หรือนำไปสู่สิ่งที่แย่ แต่ความคิดทั้งหลายทั้งปวงนั้น ในท้ายที่สุด “ฉัน” เป็นผู้ที่กระทำให้เกิดเป็นรูปธรรม

แล้วความคิดต่างๆ เหล่านั้น มันมาจากไหน มันเกิดขึ้นอย่างไร แล้วทำไมมันถึงเกิดขึ้นตลอดเวลา
แท้จริงแล้ว "ความคิด" เป็นกระบวนการเพื่อความอยู่รอดอย่างหนึ่งของมนุษย์ มันเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้มนุษย์เป็นมนุษย์ และทำให้เราเป็น “เรา” 

เราทุกคนต่างมีกล่องใบหนึ่งอยู่กับตนเอง กล่องใบนี้นี่เอง เป็นที่ที่เราใช้สำหรับเก็บความทรงจำ ประสบการณ์ ความรู้สึก และสิ่งต่างๆ ที่เราพบเจอในชีวิต เราเปิดและปิดมันอยู่ทุกวินาที มันเป็นต้นกำเนิดของความคิดและที่บันทึกความรู้สึก ของที่ทุกเก็บอยู่ในกล่องใบนั้นของทุกคนจะแตกต่างกันออกไป

ความคิดก็คือผลผลิตของวัตถุดิบทั้งหลายในกล่องบันทึกเรื่องราวในชีวิตของเราใบนั้น คนที่เผชิญสถานการณ์เดียวกัน จึงมีการกระทำต่อเหตุการณ์นั้นๆ ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่อยู่ในกล่อง
เมื่อของที่อยู่ในกล่องนั้นบ่งบอกความเป็นตัวเรา ความคิดก็คงไม่ต่างกัน เราจึงพบว่า เราไม่อาจคิดแทนใครได้ เพราะ “วัตถุดิบ” ของแต่ละคนแตกต่างกัน

ถึงแม้ความคิดจะช่วยให้เราอยู่รอด แต่ความคิดก็เป็นศัตรูที่ร้ายกาจตัวหนึ่ง เราต้องเรียนรู้ในการควบคุมศัตรูตัวฉกาจนี้ให้ได้ ก่อนที่มันจะเป็นฝ่ายควบคุมเรา หากเราไม่ศึกษาและทำความเข้าใจมันให้ดี เราจะพบว่ามันสามารถย้อนกลับมาทำร้ายเราได้เสมอ ทั้งๆ ที่มันควรจะเชื่อฟังเรา

ตัวตนของเราเริ่มต้นที่ตรงนี้ “ความคิด” ที่มีต่อตนเองและสิ่งรอบตัว หากวันนี้เรามีความสุข นั่นเป็นเพราะเราหวังดีต่อตนเอง แต่หากวันนี้ใครที่กำลังเจ็บปวด ลองหยุดพักแล้วตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เรามีความคิดและทัศนคติต่อตนเองอย่างไร”
"บางครั้งคำตอบที่ได้อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตเรา..ไปตลอดกาล"



SHARE

Comments

Natchanan
3 years ago
ชอบเรืี่องของพี่จัง ให้แง่คิดดีๆ มากมาย ^-^
Reply
TRUMPED
8 months ago
แฝงแง่คิดมาเลยอ่า (ขออณุญาตเอาไปลงบล๊อคนะคะ เดะเอาลิงค์มาแปะให้ค่ะ)
Reply