After Graduate's Life
จบแล้วไปไหน ?  พอเป็นเด็กนักศึกษาชั้นปีที่ 4 เราเจอคำถามนี้บ่อยจนชักจะหงุดหงิด พักหลังมาเริ่มเป็นคำถามยอดฮิต เจอใครเป็นต้องถาม ถ้าถามตามมารยาท คำตอบที่ได้ไปก็คงตามมารยาท "ไม่รู้สิ ยังไม่ได้คิดเลย"  เพราะจริงๆ ก็เริ่มคิดบ้างแล้ว แต่ไม่ได้จริงจังกับแผนการเป็นขั้นเป็นตอนว่าต้องทำอะไร ตอนนั้นแค่รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไรต่อแล้วก็ดำเนินชีวิตเด็กปี 4 ต่อไปเรื่อยๆ เช้าทำงาน เย็นปาร์ตี้ ใช้ชีวิตก่อนจบคุ้มซะยิ่งกว่าอะไร จนเสร็จงานวันสุดท้ายนั่นแหละถึงได้สำเหนียก "อ้าว จบละหว่ะ"  เพื่อนคนนั้นได้งานแล้ว เพื่อนคนนี้ไปเรียนต่อ เพื่อนคนนี้ไปเวิร์ค (Work and Travel)  

ชิบ... กูไปไหนดีวะ ?
 
เข้าใจความรู้สึกของคนที่รู้ว่าตัวเองต้องเดินไปทางไหนมาตลอดไหม ปิดเทอมยังมีเปิดเทอม ยังรู้ว่าตัวเองต้องเรียนอะไร รู้ว่าต้องลงทะเบียนเรียนตัวไหน เงินพ่อแม่ก็หามาให้ พอถึงตอนนี้มันโล่งไปหมด ทิ้งกันไว้กลางทางชัดๆ  ใครที่เรียกร้องหาอิสระ ลองเรียนจบดู อิสระจนเคว้ง หลุดลอยอยู่ในอวกาศ (ถึงตอนนี้ร้องไห้ไปแล้ว) ทำอะไรต่อไปดี ! ต้องอธิบายก่อนว่าเราจบทางด้านนิเทศฯ เพราะฉะนั้นการหางานก็เปิดกว้างกว่า ไปเป็นกราฟฟิคดีไซน์ ก็อปปี้ไรเตอร์ นักข่าว นักหนังสือพิมพ์ ผู้ประกาศ หรือเว็ปแอดมิน เพจแอดมินก็ยังได้ แต่เพราะเป็นสายงานที่เปิดกว้างใครๆ ก็ทำได้ (อ้าวแล้วที่กูเรียนมาหล่ะ) เห้ยแต่มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ไว้วันหลังว่างๆ จะเขียนเล่านะ แต่ตอนนี้ข้ามไป  เอาหล่ะต่อ ! เพราะฉะนั้นใครที่เรียนมาเฉพาะทางก็จะโชคดีไป เช่น หมอ พยาบาล ครู วิศวะ (แต่ก็ไม่ได้ตรงสายเสมอไปนะ เพื่อเราบางคนจบพยาบาลไปเป็นแอร์เฉย) เพราะฉะนั้นวันนี้ทีวีไดเร็คขอเสนอทางเลือกหลังเรียนจบจ้า (ตัดเข้าช่วงกันง่ายๆ งี้เลย)
1. เรียนต่อ ทางเลือกสำหรับคนมีเงินหรือเรียนเก่งจนได้ทุน ซึ่งทุนก็คือมีเงินนั่นแหละ จะในประเทศต่างประเทศก็แล้วแต่จำนวนทุนทรัพย์ในกระเป๋า ใครเกรดดีหน่อยสอบชิงทุนหรือเอาเกรดยื่นไปก็ยังได้ บางทุนก็ให้เต็ม ค่าเทอม ค่ากินอยู่ ค่าเดินทาง  บางทุนก็ให้แค่ค่าเทอม อันนี้ต้องศึกษารายละเอียดดีๆ แต่เดี๋ยวนี้เว็ปไซต์ทุนเยอะแยะลองเก็บไว้เป็นทางเลือกดู 
2. เวิร์คแอนด์ทราเวล ไม่รู้ว่ามหา'ลัยอื่นเป็นยังไง แต่ของเราพอจบแล้วระหว่างรอรับปริญญาเรายังมีสิทธิ์นักศึกษาอยู่จนกว่าจะรับปริญญาทำให้เราว่างประมาณ 10 เดือนเลย ใครมีทุนหรืออยากไปทำงานหาประสบการณ์ก็ลองไปเวิร์คดู (แอบกระซิบว่ามีรุ่นพี่เรากู้เงินไปเวิร์คแต่ประหยัดมากรับงานสองจ็อบ ไม่เที่ยว ไม่ฟุ่มเฟือย ได้กำไรกลับมามากโขอยู่)
 3. ทำงาน แน่นอนสิ หลังเรียนจบทุกคนที่ตระหนักได้ว่าการขอเงินพ่อแม่คือความผิดบาปจะต้องรีบกุลีกุจอหางานให้เร็วที่สุดเพื่อจะไม่เป็นภาระของครอบครัวอีกต่อไป บางคนโชคดีก็ได้ทำงานบริษัทที่ฝึกงานเลย ส่วนบางคนก็หางานได้เร็วเดือนเดียวก็ได้แล้ว (เข้าตำราไม่เลือกงานไม่ยากจน) ที่คนส่วนใหญ่ทำคือเข้าเว็ปหางาน ยื่นพอร์ท (Portfolio) ถ้าที่ไหนถูกใจก็เรียกไปสัมภาษณ์ สัมภาษณ์ผ่านก็เข้าทำงาน ง่ายไหมหล่ะ แต่กว่าจะผ่านไม่ใช่เล่นๆ เลยจ้า อย่าลืมว่าตลาดแรงงานไม่ได้มีแค่เราคนเดียว ยังมีคนที่เก่งกว่าเราอยู่เยอะแยะ ยิ่งบริษัทใหญ่การแข่งขันก็ยิ่งสูง แต่เราก็ไม่อยากให้ใครดูถูกตัวเองนะ อย่าคิดว่าไม่ได้หรอกอะไรแบบนี้ลองยื่นไปอย่างน้อยได้ไปสัมภาษณ์ก็ยังถือว่าได้ประสบการณ์เนอะ 
เล่ามาเป็นวรรคเป็นเวรชักแม่น้ำมาจะครบทุกสาย อยากจะบอกว่าเรายังไม่มีงานทำเลยจ้า ไม่ยื่น ไม่ไปสมัคร ไม่เคยสัมภาษณ์ที่ไหนด้วย หลายคนบอก อ้าว ! งั้นที่เขียนมามึงมั่วเร๊อะ หลอกกูอ่านมาตั้งนาน ฮ่าๆๆๆ ไม่ได้มั่ววว อันนี้ก็มาจากเรื่องเล่าของเพื่อนๆ และพี่ๆ หลายๆ คนที่เราได้ฟังมาถูกผิดยังไงก็ขออภัย  สำหรับเราตอนนี้ที่ไม่ได้หาเพราะยังอยากอยู่ว่างๆ (โครตเด็ก Gen Y) แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่รู้สึกผิดนะ แต่ที่บ้านเ้ขาใจเลยรอดตัวไป แต่คงจะเริ่มหางานเร็วๆ นี้แล้ว เพราะบางเรื่องก็ไม่อยากขอเงินพ่อแม่ การอยู่ในโลกทุนนิยมนี่มันทำให้การอยู่เฉยๆ กลายเป็นไร้ค่าไปเลยเนอะ ฝากไว้ให้คิส  
SHARE
Writer
LP04
student writer
I don't know how I feel then I write it to know how I feel.

Comments

tangmoii
4 years ago
ขอสอบถามหน่อยคะว่า ตอนนี้ว่าง 10 เดือนได้ทำเรื่องจบการศึกษายังอ่ะคะ
Reply
BackpackerPig
4 years ago
จับมือหน่อย
Reply