ขนมปังแค่ชิ้นเดียว
เสียงกระดิ่งของร้านขนมปังเล็กๆ ดังก้องราวกับเป็นสัญญาณบอกว่าผลงานชิ้นเอกของเขาได้้ชนะการประมูลจากลูกค้า ชายหนุ่มเจ้าของร้านได้แต่ยืนยิ้มอยู่หลังเครื่องคิดเงินเก่าคร่ำคร่า ในหัวของเขาคิดสูตรขนมปังใหม่ แต่มือของเขากลับต้องสาละวันกับการปิดลิ้นชักเครื่องคิดเงินที่ช่่างดื้อด้าน เขาไม่เคยคิดที่จะซื้อเครื่องคิดเงินเครื่องใหม่ เพราะนี่เป็นเพียงมรดกชิ้นเดียวที่เขาได้รับมาจากเธอเจ้าของร้านคนก่อน 

---ห้าปีที่แล้ว---
ชายหนุ่มมีความฝันเหมือนเด็กหนุ่มทั่วๆ ไปที่อยากเป็นวิศวกร เหตุผลน่ะเหรอ ก็แค่เท่ ดูดีในสายตาสาวๆ ตอนนั้นเขาคิดเพียงแค่นั้น เขาตั้งใจสอบจนติดคณะวิศวะ ตามที่ฝันไว้ 

---สี่ปีที่แล้ว---
เมื่อเขาได้เรียนอย่างที่ฝันไว้ มันจะต้องเท่ มันจะต้องคูล ใครๆ ก็จะต้องอิจฉา แต่เวลาเพียงแค่สองปีก็ทำให้เขาเปลี่ยนความคิด เมื่อเขารู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากเรียนเพื่อตัวของเขาเอง แต่เป็นการเรียนเพื่อคนอื่น ให้คนอื่นมาชื่นชมเขาต่างหาก เขาไม่ได้มีความรู้สึกชอบหรือผูกพันกับมันเลยแม้แต่น้อย

---สามปีที่แล้ว---
ชายหนุ่มนั่งฟุบหน้ากับม้าหินหน้าตึกเรียน โดยไม่เกรงว่าอาจารย์จะเดินผ่านมาเห็นคนที่โดดเรียนอย่างเขา สายลมเอื่อยๆ ทำให้เขารู้สึกว่า ถ้ามีชีวิตที่สบายๆ ก็ดีสินะ ไม่ต้องเข้าเรียน ไม่ต้องช่วยงานที่บ้าน แต่เอาเถอะชีวิตมันต้องใช้เงิน เรียนไปให้จบหางานได้ก็พอ ในตอนนั้นเขาคิด

---สองปีที่แล้ว---
เขาพาหญิงสาวแปลกหน้าที่หลงทางไปยังที่หมาย เขาไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นคนดีพาคนแปลกหน้าไปส่ง ทั้งๆ ที่เขาก็ไม่ได้เป็นคนดีอะไรมากมาย ก่อนแยกกันเธอยื่นขนมปังชิ้นหนึ่งให้กับเขา ขนมปังหน้าตาประหลาดที่มีกลิ่นของชาเขียวและถั่วแดงหวาน เขาได้แต่คิดในใจ "ปกติชอบกินขนมไทยมากกว่า" 

ชายหนุ่มกลับมาถึงบ้านด้วยความเบื่อหน่าย เขาลืมไปสนิทว่าขนมปังยังนอนนิ่งอยู่ในกระเป๋า เขาดิ่งไปยังตู้กับข้าวเหมือนเช่นทุกวัน ด้วยคาดว่าแม่ของเขาจะทำของว่างไว้ให้ วันนี้ถ้าเป็นเต้าส่วนก็ดีสินะ เขาคิด เมื่อเปิดตู้ก็เจอเพียงแต่ปลาอินทรีย์เค็มที่กินกับข้าวต้มเมื่อเช้า เขากดมือถือแล้วก็เห็นข้อความจากแม่ "หาข้าวกินไปเลยนะ แม่กับพ่อต้องไปงานต่างจังหวัด กลับดึก" เขาถอนหายใจแล้วพลางนึก รู้งี้ซื้อข้าวหน้าปากซอยมาตั้งแต่แรกก็ดี มือของเขาคลำไปเจอวัตถุนุ่มในกระเป๋า มันไม่ใช่กระเป๋าตัง แต่มันคิือขนมปัง

เขาแกะห่อแล้วกัดขนมปังด้วยความหิว เนื้อนุ่ม ไส้หวานกำลังดี เขาไม่เคยกินขนมปังที่ไหนอร่อยเท่านี้มาก่อน (ความจริงเขาคงลองกินมาไม่มากพอที่จะตัดสินว่าอร่อยหรือไม่อร่อย) เขาเหลือบมองไปที่ห่อเห็นที่อยู่ของร้าน เขารีบคว้ากระเป๋าแล้วออกไปตามที่อยู่นั้นทันที ร้านขนมปังเล็กๆ ตั้งอยู่ท่ามกลางชุมชนที่ดูไม่มีทีท่าของลูกค้า เขาเดินเข้าไปในร้าน เสียงกระดิ่งของประตูดังเรียกเจ้าของร้าน 

"มีอันไหนที่กินแทนข้าวเย็นได้บ้างมั้ย" ชายหนุ่มถาม
"ขนมปังมันกินได้ทุกเวลานะ" 
"เฮ้ย ผมถามจริงๆ ผมมาที่นี่เลยนะเพื่อข้าวเย็น" 
หญิงสาวยื่นขนมปังที่หน้าตาไม่เหมือนขนมปัง แต่คือพายหรืออะไรบางอย่าง
"นี่อะไรอ่ะ" 
"กินสิ คิชเบค่อนกับเมเปิลไซรัป" 
"อะไรหลับๆ นะ" 
"แป้งใส่ไข่กับเบค่อนแล้วเอาไปอบ ราดด้วยน้ำเชื่อมจากต้นเมเปิ้ล โทษทีติดเรียกภาษาอังกฤษ"
ฟังแล้วอาจจะรู้สึกขัดว่าน้ำเชื่อมกับเบคอนมันไม่น่าจะไปด้วยกัน แต่แค่ชายหนุ่มกัดคำแรก เขาก็หลงรักมัน ทั้งที่เขาไม่เคยรู้สึกว่าขนมปังหรือขนมอบจะอร่อยกว่าทองหยอดฝีมือแม่

"ผมเป็นลูกค้าคนเดียวของร้านหรือเปล่าเนี่ย" 
"ก็มีอยู่ ช่วงเช้าคนเยอะ"
"แล้วไม่หาคนมาช่วยเหรอ"
"ไม่มีใครเค้าอยากทำ พี่ให้เงินเดือนได้ไม่มาก ตอนนี้เพิ่งเปิดต้องค่อยๆ ทำไปก่อน" 
"ถ้าผมสมัคร ขอค่าจ้างเป็นขนมปังทุกวันได้มั้ยล่ะ" ชายหนุ่มมองหน้าหญิงสาว
"จริงเหรอ? ถ้าจริงก็อย่ามาว่ากันนะ ได้แค่ขนมปัง" หญิงสาวหัวเราะ
นี่คงเป็นบทสนทนาที่ยาวที่สุดที่เขาเคยคุยกับคนเกือบแปลกหน้า

--หนึ่งปีกับร้านขนมปัง--
เขาคิดว่าจะทำงานนี้ต่อไปได้นานเท่าไหร่ จนกว่าเขาจะเรียนจบ จนกว่าเขาจะหางานได้ จนกว่าเขาจะไม่อยากกินขนมปัง จนกว่าร้านนี้จะปิดลง หรือจนกว่าหญิงสาวจะล้มเลิกความตั้งใจ

เขาเรียนรู้อะไรหลายอย่างจากเธอ ขนมปัง ที่ทำให้เธอมีแรงในการตื่นขึ้นมาทุกวัน ทำให้เธอคิดสูตรขนมปังใหม่เพื่อลูกค้า ทำให้เธอได้ทำตามความฝัน ทำให้เขาได้มาเจอเธอ

เขาไม่รู้ว่าเรียนจบแล้วยังอยากเป็นวิศวกรอยู่หรือไม่ เขาคิดว่าถ้าเราออกแบบขนมปังได้เหมือนตอนออกแบบเครื่องจักรหรือวงจรไฟฟ้าก็ดีสินะ อย่างน้อยเขาก็มีขนมปังกินไปเรื่อยๆ พ่อกับแม่ก็ไม่คาดคั้นเรื่องหางานมาก เมื่อเขาบอกว่าเขาทำงานพิเศษที่นี่ (แต่ไม่ได้บอกว่าเงินเดือนคือขนมปัง)

"นี่ลองชิมอันนี้หน่อยสิ" หญิงสาวยื่นขนมปังให้เขา
"ทำไมวันนี้มันแปลกๆ ล่ะ" ชายหนุ่มถาม
"..." หญิงสาวเงียบ
"เป็นอะไรไป" 
"ฉันอาจจะต้องเลิกทำขนมปัง ไม่สิฉันทำขนมปังไม่ได้แล้ว" 
"ทำไมล่ะ ผมก็มาช่วย ถ้าคุณอยากได้อะไรก็บอกผม" เขาบอกทั้งๆ ที่ก็ไม่รู้ว่าจะทำได้อย่างไร
"ฉันไม่รับรู้รสของอาหาร หมอบอกว่าฉันจะไม่สามารถกลับมาชิมรสชาติได้เหมือนเดิม" 
ชายหนุ่มได้แต่ตกใจ และไม่คิดว่าเหตุผลที่เขาจะเลิกทำงานที่ร้านนี้จะเป็นเพราะหญิงสาวที่ล้มเลิกความตั้งใจ เขาไม่รู้ว่าจะปลอบใจเธออย่างไร เขาทำได้แค่บอกให้เธอพักผ่อน 

เขาครุ่นคิดเรื่องนี้มาระยะหนึ่ง และได้ตัดสินใจที่จะเรียนทำขนมปังอย่างจริงจังเพื่อให้เธอได้ทำตามความฝันต่อ เขาคงไม่สามารถทิ้งเธอคนที่ทำให้เขาค้นพบว่าเขาเรียนวิศวะเพื่ออะไร คนที่ทำขนมปังอร่อยๆ ให้เขากินเสมอ คนที่คอยช่วยเขาให้ผ่านจากช่วงชีวิตที่สับสน ที่สำคัญเธอคนที่เขารัก

เขาบอกเธอด้วยความกล้าทั้งหมด "ต่อจากนี้ให้ผมเป็นคนช่วยคุณนะ" เขากอดเธอแล้วกระซิบบอกว่าเขาจะทำขนมปังที่เธอออกแบบ ไม่ว่ามันจะรสชาติเป็นอย่างไรในแบบของเธอ เขาเชื่อว่าเขาสามารถแปลงมันออกมาในรสชาติที่คนทั่วไปชอบได้ เพราะเขาเรียนวิศวะ (นี่คงเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เขาสามารถอ้างถึงใบปริญญาได้) เธอยิ้มทั้งน้ำตา และตอบตกลง 

--สองปีกับร้านขนมปัง ศูนย์ปีของวิศวกร--
เสียงกระดิ่งของร้านขนมปังเล็กๆ ดังก้องราวกับเป็นสัญญาณบอกว่าผลงานชิ้นเอกของเขาได้้ชนะการประมูลจากลูกค้า ชายหนุ่มเจ้าของร้านได้แต่ยืนยิ้มอยู่หลังเครื่องคิดเงินเก่าคร่ำคร่า ในหัวของเขาคิดสูตรขนมปังใหม่เพื่อให้รสชาติถูกปากคนทั่วไป แต่มือของเขากลับต้องสาละวันกับการปิดลิ้นชักเครื่องคิดเงินที่ช่่างดื้อด้าน เขาไม่เคยคิดที่จะซื้อเครื่องคิดเงินเครื่องใหม่ เพราะนี่เป็นเพียงมรดกชิ้นเดียวที่เขาได้รับมาจากเธอเจ้าของร้านคนก่อน ผู้ซึ่งตอนนี้มีตำแหน่งเป็นภรรยาของชายหนุ่มเจ้าของร้านและยังคงคิดค้นสูตรขนมปังด้วยรสชาติเพี้ยนๆ ของเธอ 
SHARE
Written in this book
แค่เรื่องธรรมดาที่เป็นธรรมชาติ
เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เก็บมาผสมกับจินตนาการ เรื่องธรรมดาที่เรามองข้ามแต่กลับทำให้เราอมยิ้มหรือร้องไห้ได้อย่างไม่รู้ตัว
Writer
Tsukimi
human
I am a passionate traveller...and there is nothing to regret.

Comments