Hell's Kitchen...เรียลลิตี้รสชาติจัดจ้านถึงใจ

นับตั้งแต่ที่รายการเรียลลิตี้เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ มันทำให้คนธรรมดาหลายคนต่างเสี่ยงโชคด้วยความสามารถตามกำลังของเขาหรือเธอ ขณะเดียวกันทุกคนสามารถมีส่วนร่วมที่จะกำหนดว่าเขาหรือเธอจะได้ไปต่อหรือต้องกลับบ้านมือเปล่า

แต่มีอยู่รายการหนึ่งที่มีโอกาสได้ดูจนทุกวันนี้ บรรยากาศเหล่านั้นยังติดใจไม่รู้ลืม

เป็นรายการที่ชอบด้วยเหตุผลสองข้อคือ

1.) อาหารแสนอร่อยที่ล่อตาล่อใจ

2.) นี่คือรายการที่ทำให้เห็นตัวตนของผู้แข่งแขัน ที่ชัดเจนยิ่งกว่ารายการไหนๆในสายตาของผม

Hell's Kitchen คือรายการที่ผมกำลังพูดถึง

วันนี้มีโอกาสได้ดูอีกครั้งทางยูทูป ซึ่งความทรงจำที่มีต่อรายการนี้ได้หวนกลับเข้าสู่รอยหยักของสมองข้าพเจ้าอีกครั้งหนึ่ง......



Hell's Kitchen คือรายการแข่งทำอาหาร เปิดโอกาสให้เหล่าคนครัวจากทั่วสารทิศที่มั่นใจในศักยภาพในฝีมือการปรุงรสชาติ มารวมตัวกันที่ร้าน Hell's Kitchen ในแอลเอ

11 สัปดาห์พวกเขาจะมาในถิ่นที่ได้ชื่อว่าโหดที่สุดแห่งโลกของรสชาติ ส่วนหนึ่งมาจากชายที่ชื่อ กอร์ดอน แรมซีย์ (Gordon Ramsay) เชฟที่ทั่วโลกต่างให้การยอมรับ ซึ่งเขาพร้อมที่จะดึงขีดสุดเพื่อเฟ้นหาเชฟฝีมือดี

ทั้งสองทีมจะต้องเจอคำท้าจากเชฟชื่อก้อง กับบททดสอบสุดหิน พร้อมกับเข้าครัวกับการทำอาหารเสิร์ฟ ให้ลูกค้าในร้านในบรรยากาศมาคุ ที่พวกเขาจะต้องเจอ

จะเพียงผู้ชนะที่จะเปลี่ยนชีวิตเขาหรือเะอไปตลอดกาล นั่นคือการได้เป็นหัวหน้าเชฟในภัตตาคารระดับ 5ดาวพร้อมกับเงินเดือนเทียบเท่ากับเชฟระดับโลก



วันแรกที่ผมได้ดูรายการนี้ ความรู้สึกแรก (ขอหยาบนิดนึง) "แม่งมาคุจริง ๆ ว่ะ 555"

ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนเมื่อเข้ามาต่างก็พยายามนำเสนอตัวเอง บางคนก็อวดว่าเขาเก่งเขาเจ๋ง  แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเชฟแรมซีย์ ความมั่นใจของพวกเขากลับหายไปจนหมดสิ้น เพราะต้องเจอคำแดกดัน ด่าทอสารพัด ประมาณมึงห่วย, แกมันไร้น้ำยา, ไม่น่าจะมาเป็นเชฟเลย

ยิ่งตอนเข้าครัว พวกเขาต้องเจอกับสถานการณ์จริงๆ บรรยากาศในครัวที่ร้อนแรงราวกับอยู่สนามรบ ตามด้วยใบออเดอร์จำนวนมากที่เข้ามา เวลาที่กดดันพวกเขาจนทำผิดทำถูก เสิร์ฟได้บ้างตีกลับบ้าง ซึ่งพวกเขาต้องเจอคำด่าจากเชฟผู้นี้ที่ทำเอาหลายคนจำไปจนตาย

ผมเคยดูกับเพื่อน ๆ รวมถึงอาจารย์ ซึ่งเขาก็บอกว่ารายการนี้แซ่บจัดจ้าน บางคนเคยถามผมว่า

"แกว่ามันจัดฉากไหมว่ะ?"

ผมเคยแกล้งตอบว่า "แล้วคิดว่ามันจัดไหมล่ะ จะเชื่อหรือไม่ลองดูสีหน้าผู้เข้าแข่งขันสิ"

ถ้ามองโดยทั่วไปรายการนี้ก็เหมือนรายการแข่งขันทั่วไป ยิ่งถ้าใครอยู่ในแวดวงอาหารชื่อของเขาก็น่าจะรู็จักตัวตนเข้าดีมากที่สุด

แต่ผมว่ามันคล้ายกับหนังเรื่อง "Whiplash"

เชฟแรมซีย์ก็คล้ายกับอาจารย์ในหนังเรื่องนี้ ที่เขาพยายามด่าทอทุกอย่างก็คือเพื่อจะให้ผู้เข้าแข่งขันสัมผัสชีวิตในแบบที่เขาเป็นอยู่ คงไม่มีใครที่จะมานั่งอวยหรือโอ๋ปลอบ ยิ่งเป็นครัวระดับโลกต้องพยายามป้อนเข้าให้เขาได้ลิ้มรสชาติที่เผ็ดร้อนจนรู้สึกได้

ซึ่งทุกวันนี้ผู้ชนะหลายคนก็ยกระดับตัวเองและเปลี่ยนชีวิตไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ พวกเขาก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เพราะรายการนี้ทำให้เขาเติบโตขึ้นกว่าเดิม

ก็เหมือนชีวิตจริงที่เราทำงานเราต้องเจอสมรภูมิที่หนักหนาและต้องผ่านไปให้ได้

นั่นคือสาระที่ผมได้จากการดูรายการ Hell's Kitchen.....






SHARE
Written in this book
ช็อคโกแล็ต...ไดอารี่
บันทึกเรื่องราวดีๆ ที่มีอยู่มากมายเกิดขึ้นได้ทุกที่...แม้แต่กล่องช็อคโกแล็ต
Writer
DreamerWriter25
Rookie Writer
นักเขียน / นักฝัน (สมัครเล่น)

Comments

UnicornCat
3 years ago
เราก็ชอบดูรายการนี้ค่ะ สนุกมากๆ ^ ^
Reply
DreamerWriter25
3 years ago
ชอบseason ที่5 มันส์มากครับ 55