ปุจฉา-วิสัชนา โดย หลวงปู่ติช นัท ฮันห์ #2

No. 12

...ในชีวิตทุกคนไม่เคยมีใครที่ไม่มีครู
ไม่ว่าจะเป็นครูในห้องเรียน
หรือครูคนแรก...
หรือแม้แต่ตัวเราเอง
ครูจึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการถ่ายทอดและส่งต่อ
พื้น-ฐานดี ผลผลิตก็มั่นคงและงอกงามไปในทางที่ดีด้วยเช่นกัน...





ในวันที่ 3 แห่งการร่วมงานภาวนาฯ ธรรมบรรยายที่พอจดมาได้นั้นอาจไม่มากมายนัก
จึงอาจขอแถมคำถาม-ตอบ ในสิ่งที่ครูหรือใครหลายคนยังขับข้องใจหรือยังหาทางออกไม่ได้...


6 เมษายน 2556
วันนี้หลวงปู่ติช นัท ฮันห์ ธรรมบรรยายเรื่องเกี่ยวกับ 
การเชิญระฆังแห่งสติ และการหายใจ...

จะเห็นได้ว่าหลวงปู่จะให้ความสำคัญกับเรื่องของการมีสติและการหายใจ 
เพราะลมหายใจเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งของชีวิต...



สุดปลายเสียงอันกังวานของระฆังแห่งสติ ธรรมบรรยายจากหลวงปู่ก็เริ่มต้น... 

ฉันฟังเสียงระฆังอันประเสริฐนี้ 
นำฉันกลับบ้านอย่างแท้จริง.... 
หายใจเข้า....
หายใจออก.... 
หายใจเข้า.....
หายใจออก.....


...หากเราได้กลับมาอยู่กับลมหายใจ กลับมาดูลมหายใจ 
ก็เหมือนกับการนำตัวเองกลับมาอยู่กับสติ จดจ่ออยู่กับลมหายใจ 
ตัวลมหายใจสามารถทำให้เรารู้ได้ว่าเรากำลังอยู่ในภาวะใด 
เช่น เมื่อกำลังโกรธ เราก็จะหายใจสั้นและถี่ขึ้น 
แต่เมื่อเรากลับมาดูลมหายใจ ก็เหมือนกับการเรียกสติของเรากลับมา 
ทำให้เรารู้เท่าทันอารมณ์ของเราเองในขณะนั้น 
แทนที่ความรู้สึกจะพุ่งออกไปข้างนอก หรือเกิด action ออกไป 
เราก็จะมีความยับยั้งและกลับมาจัดการกับอารมณ์ของเราได้ 
และก็คงจะสัมพันธ์กับลมหายใจที่จะค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ 
หายใจเป็นจังหวะและสม่ำเสมอขึ้น...


การฝึกด้วยการฟังอย่างกรุณา
เมื่อเกิดความโกรธหรือความหงุดหงิดภายในจิตใจของเรา 
จะทำให้เราสูญเสียสติแห่งการฟัง
เราต้องตามลมหายใจแม้แต่คนที่พูดจาประณามกล่าวหา 
ฉันจะนั่งฟังนิ่งๆ ไม่ตอบโต้

“การฝึกสติด้วยความกรุณา”



................................................


7 เมษายน 2556

วันนี้ช่วงธรรมบรรยายจากหลวงปู่เป็นการเปิดโอกาสให้เหล่าผู้เข้าร่วมภาวนาได้มีโอกาสถามคำถาม หลังจากได้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นเวลาล่วงมา 4 วันแล้ว
โดยหัวข้อคำถามหลักที่ตรงตามวัตถุประสงค์ของการจัดงานภาวนาจริยธรรมประยุกต์ในครั้งนี้ นั่นก็คือ "Happy teachers will change the world"  

สำหรับผู้ที่อยากถามหลวงปู่โดยตรงจะได้ไปนั่งถามคำถามใกล้ๆ หลวงปู่ และหากใครไม่สะดวกเช่นนั้น ก็ให้เขียนคำถามใส่กระดาษแล้วจะถูกเลือกขึ้นไปตอบ ซึ่งก็มีครูและผู้เกี่ยวข้องกับแวดวงการศึกษาจากหลายชาติที่ต้องการความกระจ่าง ไปทำการปุจฉา-วิสัชนากับหลวงปู่อย่างใกล้ชิด

คำถามที่ถูกถามส่วนใหญ่จึงเป็นความขับข้องใจและสิ่งที่ค้างคาใจของผู้เป็นครู
ซึ่งหลวงปู่ตอบได้อย่างละเอียด เข้าใจง่ายแต่ลึกซึ้งและเป็นประโยชน์ ดังนี้

คำถาม 1 หากมีคนมาพูดไม่ดีกับเราขณะปฏิบัติสมาธิอยู่จะทำอย่างไร
หลวงปู่:   คิดเสียว่าให้เขาได้ระบายความอึดอัดในใจ
             ฟังเขาอย่างลึกซึ้งด้วยใจที่เมตตา
             ถ้าเราสูญเสียการกรุณาในการฟังเราก็ไม่ควรนั่งอยู่ตรงนั้นต่อไป มีการพูดผลัดไปเพื่อ                หลีกเลี่ยงอารมณ์โกรธหรือการปะทะ ฝึกฝนตัวเองให้สงบและกรุณามากขึ้น...
 

คำถาม 2 มีชายคนหนึ่งทำอาชีพเป็นผู้ฝึกอบรม แต่มีนิสัยชอบดูถูก เหยียดผู้หญิงและคนต่างชาติ               จนบางครั้งไม่สามารถทนฟังได้ เราจะฝึกรับฟังชายคนนั้นได้อย่างไร
หลวงปู่:   เราไม่จำเป็นต้องไปเปลี่ยนอีกฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องเปลี่ยนวิธีการรับฟังของเรา ถ้าเราหัด                 ฟังด้วยความกรุณาเป็นผู้ฟังที่ดี เขาก็อาจเปลี่ยนตัวเขาเอง เธอไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน                 เขา 


คำถาม 3  ตอนนี้เป็นครูสอนเด็กชาวเขาอยู่ที่แม่ฮ่องสอน เราได้พยายามสอนเด็กๆ ว่าห้าม                        ทำร้ายชีวิตสัตว์ หรือตัดไม้ทำลายป่า แต่สิ่งเหล่านั้นเป็นวิถีที่พวกเขาปฏิบัติกันมา                    ช้านาน เราจะมีวิธีแก้อย่างไร
หลวงปู่:    ความอดทนคือเครื่องหมายของความรักที่แท้จริง  ฝึกให้เด็กๆ ทานมังสวิรัติ ให้เด็ก                  เห็นความทุกข์ของสรรพชีวิตเกี่ยวกับสัตว์ที่ถูกฆ่า...


คำถาม 4  เราจะนำหลักการที่ฟังไปใช้ได้อย่างไร เพราะเราเป็นเพียงครูตัวเล็กๆ แต่หลักการที่ฟัง                กับการนำไปปฏิบัติได้จริงในโรงเรียนต่างกัน ผอ.อาจไม่เห็นด้วย
หลวงปู่:    เรามีวิธีมากมายที่จะนำไปใช้การเจริญสติไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องศาสนา ค่อยๆ ใช้คำ                  สอนปรับให้กลมกลืนกับในห้องเรียนแต่ควรมีกุศโลบาย ไม่แสดงว่าเราเก่งกว่าคนอื่น                ถ้าเราทำแล้วห้องเรียนดีขึ้น ครูคนอื่นจะเห็นและยอมรับเช่น การผ่อนคลายอย่าง                      สมบูรณ์ในห้องเรียน(การผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์ คือการได้พักผ่อน นอนหลับหลัง                  จากรับประทานอาหารกลางวันประมาณ 15 นาที เป็นการพักผ่อนก่อนจะตื่นขึ้นมา                    ทำงานต่อด้วยพลังอันเต็มเปี่ยม) ถ้าครูยิ้มเบิกบาน ทุกคนก็จะมีความเบิกบานตามไป                ด้วย...


คำถาม 5  หากเรากำลังค้นหาเหตุแห่งทุกข์อยู่ ในขณะนั้นเองก็มีเด็กนักเรียนกำลังเข้ามาหาเพื่อ                ขอคำแนะนำจากเรา เราซึ่งเป็นทั้งอาจารย์ที่ปรึกษาและโทรศัพท์แม่ก็เข้ามาหาเรื่องที่                แม่ถูกพ่อทำร้าย เราจะเลือกจัดการกับใครก่อนดี
หลวงปู่:    เราควรจัดการเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าก่อน จากนั้นรับโทรศัพท์แล้วบอกแม่ว่า
               ขอเวลาคิด เพราะการได้คิดในขณะที่ไม่มีเรื่องวุ่นวายใจก่อนให้คำปรึกษาจะดีกว่ามี                    เรื่องวุ่นวายใจ และเราควรบำรุงหล่อเลี้ยงตัวเราเองก่อน จะทำให้รับมือกับสิ่งที่เข้ามา                เผชิญหน้าได้ง่ายขึ้น...
               การจัดการความทุกข์สร้างชั่วขณะให้มีความสุข เราฝึกไปเรื่อยๆ เราจะไม่มีทุกข์ใดที่                    จัดการไม่ได้


คำถาม 6  เราจะกลับไปรักพ่อแม่ที่ทำร้ายเราได้อย่างไร
หลวงปู่:    เรามักคิดว่าคุณพ่อที่ทำร้ายเราอยู่นอกตัวเรา ที่จริงพ่ออยู่ในร่างกายเราด้วย อยู่ในทุก                อณูเซลล์ของตัวเรา พ่ออาจมีความทุกข์ที่ไม่อาจจัดการได้ เลยมาลงที่ลูกหรือส่งต่อมา                ที่ลูก ถ้าเราไม่รู้วิธีที่จะจัดการกับความทุกข์ของพ่อ เราก็อาจส่งต่อส่งทอดสิ่งเหล่านี้ต่อ                คนอื่นด้วย เราไม่ควรเปลี่ยนแปลงใคร แต่ควรเปลี่ยนแปลงคุณพ่อในตัวเราเองก่อน                และนำตัวคุณพ่อนี้ไปสู่อนาคต เมื่อฝึกปฏิบัติ 3 เดือน เธอจะสามารถเปลี่ยนแปลง                    คุณพ่อในตัวเองได้ 




คิดว่าสิ่งที่นำมาฝาก อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เราสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับตัวเองและคนรอบข้างได้ บางครั้งที่เราได้ยิน ได้รับรู้แล้ว แต่ก็ยังทำไม่ได้ หรือยังไม่ได้ผลก็อย่าเพิ่งคิดว่าเรามาผิดทาง ค่อยๆ ทำ ค่อยๆ ฝึกไปทีละน้อย เหมือนกับการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์อะไรสักอย่าง หากเราหมั่นรดน้ำพรวนดิน ทำติดต่อกันไปแบบนี้เป็นประจำ ไม่นานเมล็ดพันธุ์ก็จะค่อยๆ เจริญงอกงาม ผลิใบ ออกดอก แผ่กิ่งก้านและออกผลงดงามได้เอง เรื่องแบบนี้ไม่มีทางลัด เพราะแต่ละคนมีกรรมที่ติดตัวมาไม่เหมือนกัน แต่เชื่อว่าเราขัดเกลาได้และบ่มเพาะสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นได้...




(ปรับปรุงจากบันทึกบน facebook เมื่อ 19 พฤษภาคม 2013 ) 
 ขอบคุณภาพจาก Thai Plum Village
SHARE
Writer
TadsaniofLove
นักคิด-ขีด-เขียน-เรียนรู้
Stay simple,learn dhamma,exercise,explore the world

Comments