Sing Street / แม้ชีวิตจะแตกสลายมากแค่ไหน เราประกอบสร้างขึ้นใหม่ได้เสมอ
แม้ชีวิตจะแตกสลาย ร้าวรานแค่ไหน...
เราประกอบสร้างใหม่ 'ได้เสมอ'  
หนังทั้ง 3 เรื่อง John Carney พูดแค่ประเด็นนี้  
ไม่ว่าจะเป็น Once และ Begin again หรือเรื่องล่าสุด (Sing Street) ที่เพิ่งไปดูมา
นั่นคือ แม้ชีวิตจะแตกสลาย หรือร้าวรานมากแค่ไหน...
เราประกอบสร้างขึ้นใหม่ 'ได้เสมอ'  
Sing Street หนังที่ทำให้ฉันเสียเวลากว่า 1 ชั่วโมง 46 นาทีกับการดู 
กับอีกราวๆ 30 นาทีมานั่งร้องไห้น้ำตาแตกนอกโรงหนัง
โดยไม่รู้สึกว่าเสียดายเลยแม้แต่นิดเดียว...

Sing Street พูดถึงชีวิตของคอเนอร์ เด็กหนุ่มวัย 14 ปี
เขาเป็นเด็กเนิร์ด ถูกเพื่อนแกล้ง ครอบครัวล้มเหลว ฯลฯ
ต้องเผชิญกับปัญหาความยากจนของครอบครัว
คอเนอร์เป็นเด็กหนุ่มประเภทที่ถ้าสาวๆ เห็นแว็บแรกก็เดินผ่านไปเฉยๆ
ในมุมของลูก เขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่พ่อแม่มองข้าม
พี่ชายที่มีปม และอยู่ในครอบครัวที่เต็มไปด้วยปัญหา 
คอเนอร์ย้ายโรงเรียนไปพบเจอกับสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดีนัก
ขณะที่ชีวิตของคอเนอร์ดำเนินไปอย่างน่าเบื่อ
การตกหลุมรักกับสาวชื่อว่า "ราฟิน่า" หญิงสาวที่เขาไม่รู้จัก
ทำให้เขามีพลังที่จะเดินต่อไปข้างหน้า 
คอเนอร์ตั้งใจที่จะแต่งเพลง และฟอร์มวงดนตรีขึ้นมาเพื่อเอาชนะใจราฟิน่า
ในวันที่ทุกอย่างไร้ซึ่งความหวัง
"ราฟิน่า" ดูจะเป็นความสว่างเดียวที่จุดประกายความฝันของคอเนอร์ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
แม้ "ก้าวแรก" จะเป็นแค่การอยากเอาชนะใจสาว
แต่ก็ถือเป็น "ก้าวสำคัญ" ที่ทำให้คอเนอร์ตัดสินใจเดินออกมาทำความฝันตัวเองให้เป็นจริง

Just face ahead
No going back now
GO NOW
เราต่างเคยมีวันที่เกลียดตัวเอง
เกลียดอดีตของตัวเอง
หรือเกลียดสิ่งสารพัดที่ "ทำให้เราเป็นคนแบบนี้" 
ทำให้เรากลายเป็นคนช่างโบ้ยที่มัวแต่โทษนั่นนี่ 
และอ้างว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นโซ่ที่ตรวนขาเราไว้ ไม่ให้ไปข้างหน้า
สิ่งที่เราเกลียดบางครั้งก็เป็นเรื่องราวที่ผิดพลาดในอดีต
บางคนเป็นความรักในอดีต
บางคนคือ "บาดแผล" ที่เคยรักษาไม่หายและปล่อยไว้จนเรื้อรัง 
บาดแผลที่กลายเป็น "ตรวน" ลากดึงและขังไว้กับเสียงในหัวว่าเราคงทำไม่ได้ดีไปกว่านี้
จนวันเวลาผ่านไป
มีหลายความฝันที่เราไม่ได้ทำ
และ----เมื่อวันเวลาผ่านไป
เราก็คงไม่ได้ทำมันต่อไปแล้ว

มีคนเคยบอกเราไหม
ว่าบางอย่างก็มีวันหมดอายุ แม้จะไม่มีฉลากแปะไว้
ไม่ว่าจะเป็นความรัก ความหวัง คือ ความฝัน
ถ้าเราไม่รีบทำมันในวันนี้
คอเนอร์ตัดสินใจทำตามความฝันตัวเองแม้จะไม่พร้อม
ระหว่างทางเขาได้เรียนรู้มากมาย
แน่นอนมันคือหยดน้ำตา เสียงหัวเราะ มิตรภาพ
มันคือความพ่ายแพ้ และการพบเจออุปสรรคสารพัด
มันคือสิ่งที่เด็กอายุ 14 คนหนึ่งได้เรียนรู้
ในวันที่เขากำลังไล่ล่าหาความฝัน
ระหว่างทางเขาพบเจอหลายคนแพ้ต่อสิ่งที่เคยฝัน
พ่อแม่ที่ความรักแหลกสลาย
พี่ชายที่ชีวิตพังทลาย
แต่อย่างน้อยเขาเหล่านั้นก็เคยลองทำ
อย่างน้อยครั้งหนึ่งเขาก็เคยพยายาม 


30 นาทีที่ฉันมานั่งทบทวนเรื่องราวในหนังกับชีวิตตัวเอง
โชคดีที่หนังเรื่องนี้มาเตือนใจฉันไวกว่าที่จะลืมไป
ลืมว่าเรามีความฝันหลายอย่างที่ยังไม่เคยทำ
หรือบางทีเราก็ไม่ได้ลืมความฝันหรอก
มันแค่เปลี่ยนไป
เปลี่ยนไปเมื่อเราโตขึ้น
เมื่อเรามีภาระในชีวิตมากขึ้น
เมื่อเรามีข้อจำกัดมากขึ้น
เราเคยมีความฝันแรกๆ ที่อยากทำให้สำเร็จ
แต่ไม่เคยลงมือทำ
เหมือนเรือที่แล่นผ่านไป
แล้วเราก็ลืมมัน
เราปลอบใจตัวเองว่าไม่เป็นไร
ทั้งๆ ที่เราก็เสียใจ


จะเป็นไรไป
ถ้าครั้งหนึี่งเรายอมตัดสินใจเดินหน้าตามหาความฝัน 
โดยที่ไม่สนใจทางข้างหลัง 
จะเป็นไปได้ไหม
ถ้าเราไม่ผัดวันประกันพรุ่ง
แล้วตัดสินใจทำฝันในวันนี้เลย
You’re never gonna go
If you don’t go now
You’re never gonna know
If you don’t find out
You’re never turning back
Never turning around
You’re never gonna go
If you don’t go now
ลงมือทำ
ดีกว่าไม่ได้ทำเลย



ขอบคุณเพลง. Go Now (from Sing Street)
Adam Levine
SHARE
Writer
Looksorn
Editor
MARS

Comments

deux
10 months ago
ยังกะโดดตบหัวขมำ หลังจากโดนของพี่ตบคว่ำมารอบหนึ่งแล้ว

T^T บางอย่างก็มีวันหมดอายุ โดยเฉพาะสังขารนะจ๊ะ

#เฮียขอรออยู่ที่บางแค
Reply
Imagist
10 months ago
ตัวเอกในเรื่องดูไม่ค่อยเดือดร้อนกะปัญหาครอบครัวตัวเองนะ หรือเค้ายังบรรยายได้ไม่ดี
Reply
Bewbundanjai
10 months ago
^^ 😁👍👍
Reply
lalajinx
10 months ago
Do it now!!!!!!
Reply