ลมลำพันจันทร์ไสว

ผมนั่งจ้องมองออกไปที่นอกหน้าต่าง คืนนี้ผมเห็นดวงจันทร์เต็มดวง สีเหลืองนวลอร่าม 
ผมมักชอบมองไปที่ดวงจันทร์ที่ส่องแสงท่ามกลางความมืดแบบนั้น มันได้เห็นฟ้ายามค่ำ เห็นจันทร์ส่องแสงและเห็นดวงดาวสว่างไสว เห็นเมฆคล้อยเคลื่อนเล็กน้อย แสงกระทบเมฆเหล่านั้น ผ่านไป ช้าๆ 

ตอนที่มองสิ่งเหล่านั้นเหมือนผมหยุดเวลาได้ 
เวลาของผมจะหยุดนิ่ง แม้ว่าจริงๆแล้วทุกอย่างจะยังเคลื่อนไปตามกาลของมัน...



(1) จันทร์เจ้า

คุณเคยนอนมองดูท้องฟ้ายามราตรีมั้ย ?
. . .  ผมเคย . . .

ผมจำวันนั้นได้ ตอนนั้นเป็นวันที่เกิดฝนดาวตก เยอะมาก ผมนอนดูทั้งคืนมันสวยงามน่ะ ตอนเป็นเด็กมองเห็นดาวมากมายเคลื่อนผ่านท้องฟ้า ตื่นเต้นเป็นที่สุด
แต่ตอนนี้ ผมไม่รู้ผมจ้องมันทำไม ตั้งนานสองนาน 
มันมีแค่จันทร์กับเมฆเคลื่อนผ่าน เมฆขาวบ้าง เมฆฝนสีดำบ้าง แค่นั้น 
ดูแล้วช่างหว้าเหว่เหลือเกิน...

เวลาที่คนๆหนึ่งกำลังมีความสุขมันเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ขณะที่เวลาของคนที่มีแต่ความว่างเปล่าเงียบงันมันกลับผ่านไปอย่างเชื่องช้า
- นี่อาจเป็นค่าสัมพัทธ์ในทฤษฏีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์ -

ผมเริ่มจินตนาการไปเรื่อยๆ คิดไปอย่างล่องลอย แบบนั่น...

ตอนนี้ผมมองดวงจันทร์ตรงนั้น 
ผมเห็นดาวดวงนั้น เห็นเมฆสีขาวเคลื่อนผ่าน
แสงจันทร์ยังคงส่องสะท้อนเมฆสีขาวดูนวลผ่องเป็นสีเหลืองอ่อนๆ  แต่ไม่ช้านาน ก็ปรากฏเมฆดำเคลื่อน  

นั่นมันดูเหมือน . . . 

เหมือนยานอวกาศจากต่างดาวกำลังเคลื่อนที่ผ่านไป...
ผมมองมัน แต่พอมองๆไปก็รู้สึกเหมือนมนตราสีดำกำลังเคลื่อนอีก
คงตามเสียงเรียกขานของจอมเวทย์มนตร์ดำที่ไหนสักแห่ง มันผ่านจันทร์ไปช้าๆ 
ผมรู้สึกมันคล้ายปีศาจร้ายกำลังเคลื่อนที่ มันหยุดตรงจันทร์ บดบังอยู่สักพัก พลันนั้นระหว่างเมฆสีดำก็แหวกกลางออก เผยให้เห็นดวงจันทร์ระหว่างเมฆ มันดูเหมือนดวงตาอะไรสักอย่าง
สีดำของเมฆ คือเปลือกตา สีเหลืองของจันทราคือนัยย์ตา มันกำลังจ้องมองมาที่ผม แต่ผมคงไม่ใช่เป้าหมายของมัน ที่สุดแล้วมันเลยเคลื่อนไป ผ่านไป เผยให้เห็นหลังเมฆดำที่มีเมฆขาวเรียงกัน ตรงนั้นดูคล้ายปาก ถัดจากปากมาเป็นดวงจันทร์ ซึ่งก็เหมือนเป็นดวงตามันอีกแล้วนะแหล่ะ 
ตัวนี้ต้องเป็นมังกรแน่เลย หรือไม่ก็ พยานาคราช 

วันนี้สรรพสัตว์มากมายปรากฏตัวเยอะเลย นะบนนั้นน่ะ
ผมปล่อยจินตนาการฟุ้งไป แบบนั้น . . . แบบนั้น เรื่อยๆ

มันมาอีกแล้ว เมฆดำ
กำลังผ่านดวงจันทร์แล้ว มันดูเหมือนควายป่า เหมือนผมมองจากใต้ท้องของมัน อยู่ระหว่างขาหน้ามัน ตอนเคลื่อนผ่านดวงจันทร์จนมืดมน ขอบของเมฆยิ่งตัดเส้นภาพชัดขึ้นราวกับควายปีศาจกำลังโดดข้ามผมไป ผมมองดูมันข้ามช้าๆราวภาพสโลว์โมชั่น 

แต่ไม่ว่าเมฆดำจะผ่านเข้ามาสักเท่าไหร่ สุดท้ายจันทราก็ยังส่องสว่างชัดเจนแบบเดิมร่ำไปนั่นแหล่ะ

 เพราะเวลาไม่เคยรู้หรอก ต่อให้นานเท่าไหร่ ยิ่งนานยิ่งตอกย้ำใจ 
เวลาเลยเป็นแค่คำปลอบเป็นแค่คำหลอกล้อ เวลาไม่เคยรู้หรอกเมื่ออยู่บนดวงจันทร์  
เวลากลายเป็นแค่เข็มวนรอบซ้ำๆ มันไม่รู้ว่าเรื่องราวชีวิตเราที่คล้อยผ่านดวงจันทร์ไปเป็นยังไง ก็เพราะเราหมุนวนรอบตัวเอง ขณะที่ดวงจันทร์หมุนวนรอบเราอีกทีนะสิเลยเป็นแบบนั้น 



(2) เวลาของสายลม

สายลมพัดผ่านกระทบผิวไม้ดอกหญ้า เป็นเสียงรำพันดังก้องบอกกล่าว

คำนั้นดังก้อง ไม่ว่าอยู่ไหนใต้แผ่นฟ้าแห่งนี้จะรับรู้ได้ สายลมนั้นไร้ตัวตนแต่ลอยไปสัมผัสให้รับรู้ จงเก็บมันไว้ เก็บไว้เมื่อถึงยามอ่อนล้าและร้องให้ สายลมจะเป่าปัดพัดพาสิ่งร้ายนั้นหายไปกับสายลม 

จันทราและสายลม
อยู่เป็นเพื่อนยามค่ำทุกราตรี 
อยู่เพื่อคอยเป็นกำลังใจปลอบโยนเธอยามเหนื่อยล้า 
ทุกวินาทียามค่ำนั้น จันทราจะมองดูและเข้าใจเสมอ 




หากพรุ่งนี้ทุกอย่างหมุนเวียนวนไปตามแรงโน้มถ่วง สายลมจะยังคงเบาหวิววนเวียนที่เดิมนั่น
เป็นเรื่องธรรมดาที่แสนธรรมดา ผ่านวันเวลากับหนทางที่ยาวไกล การรอคอยไม่ว่าจะแสนนานแค่ไหน เหงาเมื่อไหร่แค่คิดถึงสายลมและจันทรา จ้องมองไปที่ฟ้ายามค่ำนั้นเธอจะได้เห็น มันกำลังยิ้มให้เธอ

แค่เพียงหลับตา ฟังสายลมพัดใบไม้ขับกล่อมเป็นเพลง 
เรื่องราวที่ผ่านมาร้อนร้ายแค่ไหน พักอยู่ตรงนั้น หลับตาลง
คิดถึงสิ่งที่แสนดีและสวยงาม สิ่งที่สบายใจ ผ่อนคลาย

เธอไม่เหงาหรอก สายลมพาเพื่อนมาขับขานเสียงยามเธอนอนกลางวัน แต่สายลมต่างหากที่เหงา เพราะเธอมองไม่เห็นสายลมหรอก เธอแค่รับรู้มันได้ผ่านการพัดผ่านของฉันเท่านั้นเอง...

เหล่านั้นแหล่ะ ความคิด ของฉันยามค่ำคืนที่จ้องมองดูท้องฟ้าและจันทรา
เหล่านั้นแหละ จินตนาการ ที่ฉันสรรค์สร้าง
เหล่านั้นแหละ บ่งบอกความโดดเดี่ยว ความเป็น ฉัน ในทุกๆวัน

ฉันสร้างความคิด ในวันที่ฉัน นอนไม่หลับ วันหนึ่ง 

แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ฉันง่วงแล้วล่ะสายลม จันทราก็ลับหายไปแล้วด้วยสิ เก็บไว้ค่อยพบกันราตรีหน้าเถิด ลาก่อน สายลม จันทรา . . .


(3) 

กฎนิวตันข้อ 3
"จะก้าวไปข้างหน้า ต้องทิ้งบางอย่างไว้ข้างหลัง" 

.

" Love isn’t something we invented. It’s observable, powerful, it has to mean something… Love is the one thing we’re capable of perceiving that transcends dimensions of time and space. "




SHARE
Writer
ELThanaphat
writer
ข้าพเจ้าว่า ชีวิตมันมีอะไรมากมายนะ เล่าได้ไม่รู้จบ ทั้งดีร้าย แต่บางทีเรื่องเหล่านั้นอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น มากกว่าที่คิดไว้ก็ได้

Comments

niji
3 years ago
มองดวงอาทิตย์นานนาน อาจผลาญดวงตาไหม้
มองพระจันทร์นานไป
อาจกลายเป็นกวี
เครดิต หนังสือพระจันทร์พันดวง
'ปราย พันแสง
ปล. เมื่อคืนพระจันทร์สวยจริงๆ
Reply
ELThanaphat
3 years ago
^^
niji
3 years ago
พิมพ์กลอนผิด มาแก้ไข////
พระอาทิตย์ให้แสง 
ดวงจันทร์ให้แรงดลใจ 
มองดวงอาทิตย์นาน อาจผลาญดวงตาไหม้
มองพระจันทร์นานไป . . . เธออาจกลายเป็นกวี
 : | จากหนังสือ "พระจันทร์พันดวง" ของ 'ปราย พันแสง
ELThanaphat
3 years ago
อันนี้แจ่มแจ้งชัดเจนดี ไม่ได้ล่ะต้องหามาอ่านด่วนๆ