ทฤษฏี Missing Piece กับการตามหา "ส่วนเสี้ยว" ที่หายไป
"ใครบอกว่าหัวใจมีไว้รัก...หัวใจมีไว้เจ็บเพื่อเรียนรู้ 'ความรัก' ต่างหาก" 

ฉันปาก้อนหินก้อนที่ 36 ลงไปที่ทะเลสาบเบื้องหน้า 
ขาทั้งสองข้างจุ่มลงไปที่น้ำเย็นนั้น
"เคยดูเรื่องเอมิลี่ไหม ฉากที่นางเอกชอบมาเขวี้ยงก้อนหินลงไปในน้ำ"
"แล้วก้อนหินที่ปาไปเหมือนจะบินได้อ่ะนะ"  
เขาพูดแทรกขึ้นมา มือของเขาถือก้อนหินก้อนที่ 1 อยู่ 
และดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ 'บิน' ไปไหนอย่างที่เขาว่า
"ทำไมไม่ลองปาดูบ้างล่ะ" ฉันท้า 
"ไม่ล่ะ ดูเธอปาดีกว่า ฝีมือดีกว่ากันตั้งเยอะ" เขายิ้ม

ราวสองเดือนแล้วที่ฉันกับเขาตัดสินใจใช้คำว่า "เพื่อน" ในความสัมพันธ์ของเรา
เหมือนเทปที่ถูกกรอกลับแบบไวๆ 
เราคุยกันสี่เดือน 
ตัดสินใจคบกันอีกครึ่งปี
ก่อนที่ฉันจะไปนอนมองความมืดในห้อง 1 คืน
แล้วรุ่งเช้าของอีกวัน ฉันบอกเขาเพียงสั้นๆ ว่า  "เป็นเพื่อนกันดีกว่านะ"
ไม่มีคำว่า "เธอดีเกินไป" หรือ "ฉันอยากอยู่่คนเดียว" แบบที่คนสมัยนี้ชอบพูดกัน 
ไม่มีน้ำตา ไม่มีการยื้อหรือร้องขอเหมือนในเอ็มวีเพลงฮิต
อาจจะเป็นเพราะเราเป็นคู่ที่คุยกันได้ทุกเรื่อง 
เราเลยไม่เขินอายที่จะพูดในสิ่งที่แต่ละคนรู้สึก
 "วันนี้ประจำเดือนเรามาอ่ะ  เธออย่ากวนตีนเรานะ อารมณ์เราไม่ดี" 
ก่อนที่เธอจะพูดโต้มาแกนๆ ว่า "ข้ออ้างของผู้หญิงขี้เหวี่ยงสินะ" 
ทุกครั้งที่เขากวนตีนฉันแบบนี้ 
ฉันจะหันไปมองค้อน ทำท่า "ชิๆ" 
เขาจะโอบตัวฉันมากอดแบบเอ็นดู
เรากอดกันบ่อยจนชินในกลิ่นของ 'กันและกัน'
"ฉันชอบกลิ่นสบู่เธอว่ะ ชอบมากกว่าอีน้ำหอมบลูเบอร์รี่อะไรของเธอนั่นอีก"
"อ่านว่า 'เบอร์เบอร์รี่'"  เขาย้ำ ก่อนที่จะทำหน้าล้อเลียนกับนิสัยไร้รสนิยมของฉัน
ขณะที่เขาปวารณาตัวว่าเป็นผู้ชายคลาสซี่แห่งยุค
ที่ในตู้มีน้ำหอมล่อเก้ง-กวางไว้เกือบ 5 - 10 ขวด
"ขนซื้ออะไรนักหนา น้ำหอมกลิ่นเกย์เนี่ย" 
ฉันบ่นขณะที่สำรวจตู้เสื้อผ้าของเขา
"เอ้า! ผู้ชายมีเสน่ห์ก็อย่างนี้ เธอไม่เคยได้ยินเหรอ
ถ้าผู้ชายกลายเป็นเป้าหมายของเหล่าเกย์ได้ เท่ากับว่าชนะผู้หญิงได้ทั้งโลกเลยนะ"
"แหวะ หลงตัวเอง" ฉันขำกับท่าทีหลงตัวเองอย่างนั้น

เราเป็นกันอย่างนี้เสมอ
โอบไหล่ พูดคุย ทะเลาะ ถกเถียงเรื่องชีวิิตและสังคมกันได้เป็นทั้งวัน
จนฉันรู้สึกว่า เราสองคนเป็นได้ทั้งเพื่อน แฟน และ เพื่อน
ประเด็นมันอยู่ที่ว่า
 'คำว่าเพื่อนมันแน่นชัดกว่าคำว่าแฟนเท่านั้นเอง'

แม้แต่ในวันที่ฉันตัดสินใจหอบคำว่า 'เพื่อน' ไปบอกเธอ
วันนั้นเราเดินกันอยู่ที่ร้านแถวทองหล่อ 
เธออยากมากินบะหมี่เย็นที่นี่ 
ระหว่างที่เรารออาหารมาเสิร์ฟ 
ฉันก็ยิงประโยคที่หอบมาใส่โต้งๆ ไปอย่างนั้น
"เป็นเพื่อนกันดีกว่านะ"
เขานิ่งไปพักหนึ่ง เหมือนกำลังปรุงคำพูดที่แน่นอยู่ในลำคอ
ก่อนจะกลั่นออกมาเป็นคำสั้นๆ ว่า
"เบื่อกอดเราแล้วเหรอ"
"เอ้ย...เป็นเพื่อนเขาไม่กอดกัน" ฉันหัวเราะกับท่าทีซื่อๆ ของเธอ
"เพื่อนเขาไม่กอด จูบ  และ...ไม่มากกว่านั้นด้วย"
 ฉันต่อประโยค ทำลายความเงียบ
"จับมือล่ะ" เธอต่อรอง
"ไม่"
"แล้วพาไปกินข้าวล่ะ"
"ได้บ้าง แต่ระยะแรกๆ ขอกินข้าวคนเดียวก่อนนะ อยากลดความอ้วน"
"คนเลิกกันไม่ต้องพยายามลดความอ้วนหรอก เดี๋ยวมันก็ผอม"
เธอต่อประโยคสุดท้าย ก่อนที่จะให้ 'ความเงียบ' กัดกินเราสองไปทีละนิด
ณ ที่นั่น เราต่างก็ไม่มีน้ำตา
คนเป็นเพื่อนกัน ร้องไห้ให้กันได้ไหม

เคยอ่านเรื่อง "ความรักของวงกลมและสามเหลี่ยม" ป่ะ
เรื่องราวของเจ้า 'วงกลม' ที่ไม่เต็มวง
แล้วเร่หา "ส่วนที่หายไป" (Missing Piece) ของตัวเอง
เจ้าวงกลมไม่มีความสุข  รู้สึกอะไรบางอย่างในชีวิตขาดหายไป
จนอยู่มาวันหนึ่ง ระหว่างที่มันกลิ้งหา "ส่วนที่หายไป" จนเหนื่อย
มันก็พบ "ส่วนเสี้ยว" หนึ่ง ก่อนที่มันจะคุกเข่า ร้องขอให้ส่วนนั้นมาอยู่ด้วยกับมัน
ทว่าเจ้าชิ้นส่วนที่หายไปนั้นตอบกลับมาว่า
“ฉันเป็นตัวฉันเอง และแม้ว่าฉันเป็นส่วนหนึ่งของใคร 
ฉันก็ไม่คิดว่า ตัวเองเป็นชิ้นส่วนของเธอ”  
คำพูดนั้นทำให้เจ้ามิสซิ่งพีซเสียใจและเดินจากไป
เจ้าวงกลมไม่เต็มวง กลิ้งหา "ส่วนที่หายไป" ของมันต่อไป
มันเจอส่วนเล็กๆ หลายส่วน 
บางส่วนก็เล็กไป บางส่วนก็ใหญ่ไป บางส่วนลองเข้ากับมันก็ไม่เต็มวงสักที
จนวันหนึ่งที่มันเจอส่วนที่น่าจะพอดีกับมันเอง
มันลองใส่ตัวมันเข้ากับชิ้นส่วนที่มันเจอ
ทว่า สุดท้ายมันก็พบว่า ไม่มีส่วนไหนที่พอดีกับมันเลยจริงๆ

"เธอเป็นเจ้าวงกลมที่กำลังกลิ้งหาส่วนที่หายไปอยู่หรือเปล่า"
เขาถามฉัน หลังจากเล่าเรื่องจบ
"เธอว่ามันมีอยู่จริงเหรอ 'ส่วนที่หายไป' ที่เขาว่ากัน" ฉันตั้งคำถาม
"ไม่มีอยู่จริงหรอก ส่วนที่หายไปที่เธอตามหา"
"หืม...อย่างนี้หัวใจของคนเราก็เกิดมาเพื่อแตกสลายน่ะสิ"
"อาจจะจริงที่เธอว่า หัวใจเราบอบบางไว้เพื่อสัมผัสถึงความสวยงามของความรัก
แต่มันก็ลืมไป ว่ามันต้องเผื่อใจที่จะเข้มแข็งในวันที่เสียใจด้วย" 
"ทำเป็นเท่" 
ฉันเอื้อมมือไปเเตะบนมือเรียวยาวของเขา
"ไอ้ทฤษฏี Missing Piece มันไม่มีจริงหรอกนะ
การที่เราวิ่งตามหาใครสักคนที่จะมาเติมเราได้
หวังว่าเขาจะทำให้เราเต็ม มันเป็นความคิดที่ผิดมหันต์เลย
เพราะจริงๆ แล้ว เราต้องเป็นเป็นวงกลมที่เติมตัวเองให้เต็มก่อนต่างหาก" 
"เธอเป็นเจ้าวงกลมอยู่รู้ไหม"
ฉันนิ่งคิด ก่อนจะปาก้อนหินอีกก้อนลงทะเลสาบ
"เหนื่อยที่จะตามหา Missing Piece  เมื่อไรบอกเราหน่อยนะ 
เราอยากกอด"

ฉันน่ิงเงียบ

"กอดดิ คิดถึงกลิ่นสบู่จะตายอยู่แล้ว"

ฉันยิ้ม ก่อนที่น้ำตาจะไหลอาบบ่าของเขา
เรากอดกันอยู่อย่างนั้น
อย่างนั้น

"เห็นไหม กอดกันดีกว่าเยอะเลย" 
เขายิ้ม :) 


_______________________________________________

ขอบคุณหนังสือ . "ความรักของวงกลมและสามเหลี่ยม"
พิมพ์โดยสำนักพิมพ์มติชน

ขอบคุณ. ความรักทุกแบบในโลก



 

SHARE

Comments

Sawanna
1 year ago
ชอบค่ะ อ่านแล้วรู้สึกละมุน :)
Reply
Looksorn
1 year ago
ขอบคุณมากๆเลยค่ะ ดีใจ
NONENTITY
1 year ago
ชอบคุณครับ เรื่ิองดีมากๆเลย ยิ่งอ่านยิ่งชอบ
Reply
NONENTITY
1 year ago
ขอบคุณสิ แก้ไขไม่เป็น TT
Looksorn
1 year ago
: ) ขอบคุณค่า
Kafka
1 year ago
ไม่ได้อ่านนาน ยังเขียนดีเหมือนเดิม :D
Reply
Looksorn
1 year ago
เหยยย ดีใจๆ
แกมาเขียนบ้าง
alita
10 months ago
อ่านแล้วได้อะไรหลายๆอย่าง ชอบคะ ;)
Reply
eventuallyalone
8 months ago
🙃
Reply