กระถางดอกไม้ของเพื่อน...(ฉันปักชำเธอได้เพียงเท่านี้)
"ที่เธอไม่อยากรักใครอีก เพราะกลัวความเจ็บปวดงั้นหรือ"

ผมถามหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างๆ ผม บนดาดฟ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่ง เรานั่งกันอยู่ริมขอบกันตก หันหลังให้ผู้คนในร้าน ทอดสายตาดูสิ่งที่กำลังหยุดนิ่งและเคลื่อนไหวอยู่ภายนอก

"บางทีฉันอาจเกิดมา เพื่ออยู่คนเดียวก็ได้"

เธอตอบพร้อมกับสายตาที่มองไปยังหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่กำลังเดินจับมือ ยิ้มให้กัน ในดวงตาคู่นั้นของเธอช่างเศร้าหมอง พลันหยิบแก้วเบียร์ขนาดมหึมาขึ้นมากระดกเฮือกใหญ่ 

"Hoegaarden Rosé ฉันล่ะชอบกลิ่นของมันจริงๆ ยิ่งฟองของมันที่แตะจมูกฉัน รสของมันที่ออกหวานเหมือนน้ำดอกไม้ นี่คงเป็นเบียร์ยีห้อเดียวที่ฉันหลงรัก และอยากจะดื่มกินอยู่เสมอ แต่น่าเสียดายอยู่อย่าง ยิ่งกินเท่าเร็วไหร่ก็ยิ่งหมดไวเท่านั้น ครั้นพอจะสั่งแก้วใหม่ ความรู้สึกก็ดันไม่เหมือนแก้วเดิมแล้ว" 

เธอบอกพร้อมกับสองมือที่จับอยู่ที่แก้ว สายตาอันเหม่อลอยมองลงไปที่น้ำสีแดงๆ พอพูดจบเธอก็ยกขึ้นมาดื่ม แต่ทว่าคราวนี้กลับเชื่องช้า เสมือนว่ากำลังลิ้มรสสิ่งที่อยู่ในปากเธออย่างเนิบๆ ค่อยๆ ก่อนที่จะเบือนหน้ามาหาผม

"มันก็เหมือนกับความรักของฉันนั่นแหละ ต่อให้ฉันอยากจะมี อยากจะเปิดใจเพื่อใครอื่น แต่ฉันยังติดอยู่กับรสชาติเดิมๆ กลิ่นเดิมๆ คนเดิมๆ แม้จะมีคนใหม่ที่เหมือนกับเขาคนก่อน แต่มันก็ไม่ได้รู้สึกแบบเดิมแล้วไง ครั้นพอจะรีบมี รีบเสพให้หายเหงา ฉันก็กลัว กลัวว่ามันจะเจ็บปวด ไม่ใช่แค่ฉัน แต่เป็นเขาด้วย"

ดวงตากลมโตที่จ้องจ้องเขม็งมาที่ผม บ่งบอกได้ว่าเธอจริงจังมากแค่ไหน รอยยิ้มอันสดสวยสว่างเจิดจ้าในรูปภาพของเธอ ที่ผมเห็นในโซเชียลช่วงย่ำค่ำนั้น กับใบหน้าของเธอในตอนนี้ ช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหว 

"การที่ฉันยังไม่หมดรักคนเก่า แล้วไปรักคนใหม่ เราต่างรู้ว่าตอนจบมันจะไม่สวย หากฉันรีบชิงความเหงาจนเมามายซะก่อน ฉันก็คงจะไม่เหลือสติให้ตัดสินใจอะไร ปล่อยให้เวลามันผ่านไปแบบนี้แหละ อีกอย่าง ให้ฉัน...ให้ฉัน...ได้เข้าใจความเจ็บปวดจริงๆ เสียก่อน ให้ฉัน...หมดรักคนเก่าได้จริงๆ เสียก่อน... 
....วันนั้นฉันคงพร้อมจะรักใครได้อีก และคงกล้าเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดครั้งใหม่เสียที"   

ดวงตาที่ฉายแววความซึมเศร้า เทาทึม กับเรื่องราวในวันวาน มันเหมือนกับสิ่งนั้นฝังตัวอยู่ในความทรงจำของเธออย่างดื้นรั้น กรีดแทง และกักขังใจบางๆ ของเธออยู่เงียบๆ บั่นทอนความสดใส ความร่าเริงของเธอจนหมดสิ้น กลบแม้กระทั่งกลิ่นความรักที่มันเคยสวยงามและเต่งตึง 

"อย่าจ้องตาได้ไหม ฉันรู้สึกว่าเหมือนกำลังโดนจับผิด"

เธอบอกก่อนที่จะหันหน้าไปกดโทรศัพท์ ปลายนิ้วเลื่อนไปมาเพื่อทำการสอดส่องดูกิจวัตรประจําวันของใครหลาย บางคนกำลังเศร้า หลายคนกำลังมีความสุข มีร้องให้ มีหัวเราะ คนนั้นกำลังไปเที่ยว คนนี้กำลังอยู่กับเพื่อน และอีกหลายคนกำลังอยู่คนเดียว

"จับผิดงั้นหรอ" เปล่าซะหน่อย ผมบอกตัวเองในห้องความคิด

"คนเราก็แปลกเธอว่าไหม อยากจะทำใจได้เร็ว อยากจะไม่ต้องคิดอะไรกับเขาคนนั้น แต่เราก็ยังพาตัวเองไปรู้ ไปเห็น ไปส่อง ไปดูว่าเขาเป็นยังไง สเตตัสเขาจะหมายถึงเราหรือเปล่า ตอนนี้เขาจะคิดถึงเราเหมือนที่เราคิดถึงเขาไหม สุดท้ายพอเจออะไรที่เขาหมายความถึงคนอื่น ก็เกิดอาการสั่นสะเทือนถึงหัวใจ กรีดลึกให้รวดร้าวลงไปอีก"  ผมบอกกับเธอ

เธอชะงักไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะใช้นิ้วมือเคาะโต๊ะเป็นจังหว่ะสม่ำเสมออยู่ชั่วครู่

"จะให้ฉันทำยังไง ก็ฉันยังลืมเขาไม่ได้หนิ" เธอตะวาดใส่ผม จนคนรอบข้างหันมามองด้วยความสงสัย ก่อนที่เธอจะระเบิดออกมาชุดใหญ่

"ทุกวันนี้ ฉันอยู่ด้วยความคิดถึง อยู่ด้วยความเว้าแหว่งของหัวใจ อยู่...อยู่กับเรื่องราวที่เคยขับขานใจของฉัน ทุกท่วงทำนองที่ฉันย่ำไป ภาพของเขาเคยไม่เคยเลือนหาย...

...เธอรู้ไหม หลายคนบอกฉันว่า เดี่ยวมันก็ผ่านไป เดี่ยวมันก็ผ่านไป เข้มแข็งนะ จงเข้มแข็งนะ
คำพูดพวกนั้นไม่ได้ช่วยอะไรเลยสักนิด ผ่านบ้าบออะไร เข้มแข็งบ้าบออะไร พวกเขาจะไปรู้อะไร

...ฉันแค่อยากอ่อนแอ
ฉันอยาก...อยากมีใครสักคนที่นั่งอยู่ข้างๆ รับฟัง ฟังโดยไม่ต้องพูดหรือแนะนำอะไร ฉันอยากร้องให้ต่อหน้าใครสักคน พูดในสิ่งที่ฉันรู้สึก ระบายสิ่งที่มันวนเวียนอยู่ในหัวใจของฉัน โอบกอดฉันเสมือนเด็กน้อยคนหนึ่งที่ไร้เดียงสาต่อความรัก อยู่ข้างฉัน ให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองยังมีใครสักคนที่ไว้ใจได้ ให้ฉันสามารถแสดงความอ่อนแอทั้งหมดต่อหน้าเขาได้...

...ในวันที่ฉันรู้สึกว่า...โลกของฉันโดนกะชากจนพังครืนลง ฉันแค่อยากมีใครสักคนที่อยู่ข้างๆ ฉัน
ให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองยังหลงเหลือ...ยังมีความสำคัญบ้าง แค่นั้น...

...เธอเขาใจฉันไหม ?" ดวงตาเธอแดงก่ำ


"เข้าใจสิ เพราะงั้นฉันจึงอยู่ตรงนี้" 
แค่นั้น ผมบอกกับเธอแค่นั้น แววตาและน้ำเสียงของผม ก็บอกเช่นนั้น

เธอหันหน้ามาหาผม พร้อมกับน้ำตาที่กำลังใหล ผมไม่ฉุดกระชากแต่อย่างใด ปล่อยให้เธอร้องไป ร้องจนกว่าจะพอ...

กระดาษเช็ดหน้าที่วางอยู่ข้างๆ นั้นหรือ ปล่อยมันไว้ตรงนั้น  และก็ไม่คิดแม้แต่จะหยิบมันให้เธอ
ผมเข้าใจดีว่าการร้องให้มันเป็นอย่างไร ความสะอึกสะอื้นที่เรากำลังระบายออก หากมีใครสักคนหยิบกระดาษเช็ดหน้ามาให้ซับน้ำตา และทักท้วงว่าร้องทำไม อึบไว้สิ เข้มแข็งหน่อย เธอต้องไหว

เฮ้ย !! มันไม่ใช่
สภาพตอนนั้นเรากำลังอ่อนแอ จิตใจกำลังอ่อนไหว เราไม่ได้ต้องการความเข็มแข็ง หรือคำปลอบใจใดใด เราต้องการเพียงการระบายออกอย่างต่อเนื่อง แค่นั่งข้างๆ เงียบๆ ก็พอ....












"แย่จัง ขอโทษนะที่ฉันปล่อยให้มันไหลซะนานเชียว" 

เธอบอกพร้อมกับหยิบกระดาษเช็ดหน้้าขึ้นมาเช็ดคราบน้ำตา...ผมยิ้มกลับไป

"ทำไมเธอเอาแต่เงียบ ไม่พูดอะไรบ้างเลยล่ะ เอางี้ ฉันถามก็ได้ ทำอย่างไรฉันจึงจะหายเศร้าและกลับมาสดใสได้สักที" เธอเอ่ยขึ้น ผมนิ่งเงียบไปสักพักใหญ่

"ฉันไม่กล้าขอให้เธอหายเศร้าหรอก แต่เมื่อเธอเลือกที่จะหลั่งน้ำตา ฉันก็ขอให้เธอเรียนรู้ที่อยู่กับมันอย่างไม่ปิดกั้น เผชิญหน้ากับความเจ็บปวด อย่างที่เธอทำกับความรักนั้นแหละ"

"แล้วต้องเผชิญหน้ายังไงล่ะ"

"สำหรับฉันเวลาฉันรู้สึกอะไร ฉันก็แสดงออกไปอย่างนั้นแหละ ไม่หลอกตัวเองว่าฉันโอเค ทั้งที่ความจริงมันแย่ เวลาฉันเจอความรัก ฉันปล่อยให้ความรู้สึกไหลไปอย่างไง กับความเศร้าฉันก็ทำอย่างงั้น
แล้ววันหนึ่ง...เมื่อความรู้สึกที่มีต่อสิ่งหนึ่งมันหมดไป ฉันก็จะกลับมาสดใสได้อีกครั้ง"

"คงต้องใช้เวลาพอควรเลยสินะ"

"เธอไม่ต้องเชื่อฉันหรอกนะ เชื่อความรู้สึกของเธอเอง"

"เชื่อความรู้สึกของตัวเองงั้นหรอ เหมือนอย่างที่ฉันร้องให้ออกมาเมื่อกี้ใช่ไหม"

"ประมานนั้น อีกอย่าง ไม่สำคัญคัญหรอกว่า เวลาเธอร้องให้จะรู้สึกอย่างไง แต่มันสำคัญตรงที่ว่า หลังการร้องให้เสร็จสิ้น เธอรู้สึกยังไง ถ้าให้ฉันเดาจากแววตาเธอตอนนี้ มันดูดีขึ้นเยอะกว่าตอนแรก ตอนที่เธอหาว่าฉันจ้องจับผิดนั้นแหละ ฉันเปล่าจับผิดเธอ ฉันแค่อยากรู้ว่ามันมีความรู้สึกอะไรซ่อนอยูในดวงตาคู่นั้น ฉันอยากแบ่งปัน และแบ่งเบาเรื่องราวข้างในนั้นบ้าง"

ผมบอกพร้อมกับจ้องตาเธออีกครั้ง ก่อนที่เธอจะฉากหน้าหลบ พลันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา 

"ขอบคุณนะ รอยยิ้มมันบอกอะไรไม่ได้เท่าแววตาสินะ" เธอพรึมพร่ำ


"เธอคิดว่า คนหนึ่ง จะรักใครบางคนได้นานแค่ไหน" เธอถามทั้งที่สายตายังจดจ้องอยู่ที่หน้าจอมือถือ

"ไม่รู้สิ แล้วแต่คน บางคนอาจชั่วคราว บางคนอาจตลอดไป" ผมตอบพร้อมกับสายตาที่ทอดไปเบื้องหน้า

"เธอยังรักฉันอยู่ใช่ไหม" เธอหันหน้ามาถามผม แววตาเธอจริงจังมาก รังสีที่เธอส่งมาทำผมถึงกลับตัวเล็กลงไปเลย คล้ายว่าหัวใจโดนสกิดต่อมความจริง มันเต้นแรง ผมพูดไม่ออก มันจุกอยู่ตรงอก มันเหมือนมีใครเอาไม้หน้าสามมาตีแสกหน้า ผมได้แต่นิ่งเงียบ เงียบจนเธอพูดต่อ

"อย่างที่ฉันบอกไว้ตอนแรก การที่ฉันยังไม่หมดรักคนเก่า แล้วไปรักคนใหม่ เราต่างรู้ว่าตอนจบมันจะไม่สวย เพราะเมื่อมันต้องจบลง ไม่ใช่แค่ฉันที่ต้องเจ็บ แต่เป็นเธอด้วย...
...ฉันขอโทษนะที่...ที่..รักเธอมากกว่าเพื่อนไม่ได้"

เธอบอกโดยไม่มองหน้าผมแม้แต่น้อย ผมได้แต่รับฟัง และเห็นด้วยแต่โดยดี

"ใช่...ที่ฉันยังไม่รักใคร ก็เพราะว่าฉันยังคงรักเธออยู่ แต่เธอไม่ต้องห่วงหรอกนะ รักจากฉันมันมีแต่ความปรารถนาดี ซึ่งในวันนี้มันยังมั่นคงและแน่นอน หากแต่วันข้างหน้าฉันก็ไม่อาจรู้...

...อีกอย่าง ฉันไม่คิดจะช่วงชิงใจเธอมาหรอก
เพราะฉันรู้อยู่เต็มอกว่าเธอได้มอบมันให้กับใครสักคนไปแล้ว...

...แต่อย่าบอกให้ฉันเลิกรักเธอเลย เพราะฉันก็ไม่เคยขอให้เธอเลิกรักเขา
เอาเป็นว่า เรายังเป็นเพื่อนกันได้เหมือนเดิม รักของเราจะดำเนินสืบไปในคำว่ามิตรภาพ"

ผมบอกทั้งหมดเท่าที่ผมรู้สึก  แม้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมจะแอบหวังว่าเราจะรักกันได้ซักครั้ง แต่เราก็ปฎิเสธความจริงไม่ได้เช่นกัน

"เธอไม่จำเป็นต้องขอโทษ เพราะฉันไม่เคยโกรธเธอเลยสักครั้ง และฉันไม่เคยเสียใจเลยที่รักเธอ"

ผมมองไปข้างหน้า มองดูรถที่แล่นเข้ามาจอด ชายหนุ่มเก้าเท้าลงจากรถ พร้อมช่อดอกไม้ดอกใหญ่

"ฉันแอบอ่านไลน์เธอ เขามาขอคืนดีใช่ไหม ไปสิ ไปหาหัวใจของเธอ ไปหาในสิ่งที่จะทำให้เธอมีความสุข และสดใส..."

เธอได้แต่นิ่งเงียบก้มหน้าลง เก็บกระเป๋า ลุกขึ้น และกำลังจะเดินจากไป
ผมจับมือเธอไว้ ดึงเธอมากอด กระซิบข้างหูเบาๆ "มีความสุุขมากๆ นะ"


มองจากด้านบนลงไป หญิงสาวกำลังขึ้นรถออกไปกับชายหนุ่ม ช่างเป็นภาพที่สวยงามเหลือเกิน แต่ก็เจ็บปวดเหมือนกัน ความจริงผมอยากจะรั้งเธอไว้นะ แต่ว่าจะมีความหมายอะไร ในเมื่อเธอไม่ได้รักผม เธอมองขึ้นมาก่อนจะปิดประตูลง แล้วรถคันนั้นก็แล่นออกไป ออกไป จนสุดสายตา

"ไลน์" เสียงไลน์ผมเข้า พร้อมข้อความๆ หนึ่ง "ขอบคุณมากๆนะ...เพื่อน"
ผมนิ่งไปพักหนึ่ง กะว่าจะพิมพ์คำๆหนึ่งกลับไปว่า "ไม่เป็นไร" แต่สุดท้ายแล้วผมก็ต้องลบ
และพิมพ์กลับไปใหม่ว่า "สบายมาก เด็กดื้อ :) "


เธอไปแล้วเหลือแต่ผม กับความเงียบที่ผมรู้สึกได้ ดนตรีสดเล่นเพลง All I Want ของ Kodaline
ช่างเข้ากับบรรยากาศเหลือเกิน คนเศร้า กับเพลงเศร้า เหงาฉิบหาย ผมเรียกเด็กเสริฟมาสั่งเบียร์เพิ่ม น้องเขาถามว่า ของเก่ายังมีอยู่เลย สั่งใหม่แล้วหรอพี่ ผมตอบกลับไปเพียงว่า "มันจืดแล้ว"

ห้วงเวลาแห่งความเศร้าเข้ามาหาผม บทเพลงที่ขับกล่อมพร้อมกับความหมายของมัน ระเบิดหัวใจเป็นบ้า เจ็บจัง ผมรู้สึกว่า หัวใจผมกำลังแตกสลายอีกครั้ง แต่กระนั้น ความรักก็ยังอยู่ เพราะถ้าความรักไม่อยู่แล้ว ผมคงไม่หลั่งน้ำตาออกมา...

 
มีช่วงหนึ่งในชีวิต ที่เราจะเจ็บปวด
เป็นการสูญเสีย ที่เราไม่อาจวิ่งหนี

มีหลายช่วงในชีวิต ที่เราจะเจ็บปวด
เพราะเราจะเจอแล้ว เจอเล่า กับการสูญเสียนั้น

     
ผมอาจจะมีหัวใจเพื่อแตกสาย ผมอาจจะมีความเจ็บปวดเป็นเพื่อนคอยทักทายในยามว้าเหว่
โลกทั้งใบของผม อาจจะมีเธอคนเดียวที่สามารถเข้ามาอยู่่ในนั้นได้ แม้ผมจะรู้อยู่เต็มอกก็ตามว่า
มันจะพังทลายลงเพราะเธอ แต่กระนั้นผมก็ยินยอม


คืนนี้ ในเมืองที่ไม่เคยหลับไหล ผมเงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้า พบเพียงธารดาราที่ไร้ซึ่งหมู่ดาว

ไม่รู้สิ สิ่งที่เรียกว่ารักแท้นั้นเป็นอย่างไร มีหลายคนบอกว่า ขนาดดวงดาวยังไม่เต็มฟ้าทุกคืนเลย
แล้วประสาอะไรกับรักแท้ ที่มันจะไม่มีจริง...

แต่...ผมก็คิดนะว่า...

ถ้าเราเชื่อว่ามีรักลวง รักร้าว แล้วเหตุอันใดเราถึงไม่เชื่อว่า มีรักแท้ล่ะ เหตุผลที่เรายังไม่เชื่อในรักแท้ คงเป็นเพราะเรายังไม่เจอมัน แต่ถามหน่อยว่า ในหัวใจของเราเอง มีสิ่งนั้นอยู่ไหม
ถ้ามี แล้วเราเคยมอบมันให้ใครสักคนหรือยัง ?


ก็เหมือนกับหมู่ดาวคืนนี้ แม้จะมองไม่เห็น แต่เราต่างรู้ว่ามันมีอยู่จริง เพียงแต่มันกำลังเฉิดฉายอยู่ที่มุมใดมุมหนึ่งของโลกใบนี้ บางทีที่เรามองไม่เห็น เพราะเราใช้เพียงสายตา...

ผมกวาดสายตาไปยังเบื้องล่าง คู่รักหลายคนกำลังกลับบ้านพักผ่อน กลุ่มผองเพื่อนกำลังยอกเย้าด้วยอาการเมามาย ผมหวนคิดถึงเรื่องราวที่พึ่งเกิดขึ้นและจบลง...

พลันยิ้มออกมา ยิ้มให้กับความรู้สึกข้างในหัวใจ และพูดออกมาเพียงว่า...

...สวัสดีความเศร้า เราเจอกันอีกแล้วนะ

SHARE
Written in this book
กระถางดอกไม้ของเพื่อน
เพื่อนคนหนึ่งซึ่งรักเธอ
Writer
McPITCH
ธารดารา
มันอยู่ที่ว่าคุณอ่านเรื่องของผมแล้วนึกถึงใคร

Comments

iamamookies
1 year ago
คุณยังเป็ยคนโปรดของผมเสมอ :)
Reply
McPITCH
9 months ago
:)
Mithra_pu
1 year ago
เป็นเรื่องนึงที่ทำให้รู้ว่า แค่เห็นเขายิ้มเราก็มีความสุขแล้วจริงๆ
Reply
McPITCH
9 months ago
:)
Phylira
1 year ago
ไม่รู้ว่าจะเชื่อกันไหม ? แต่อ่านแล้วน้ำตามันคลอเบ้า 
Reply
McPITCH
9 months ago
เชื่อสิ
Panpas
7 months ago
ลึกๆแล้วก็เจ็บ
Reply
McPITCH
6 months ago
^^
Before_we_go
3 months ago
" อ่านแล้วบีบหัวใจจริงๆครับ เหมือนกะว่าผมเป็นตัวคุณอีกคน มันแน่นไปหมดในความรู้สึก พร้อมกับมีน้ำตา นั่นคงเพราะผมยังมีรัก หัวใจผมยังรู้สึก เป็นบทความที่ทำให้ผมหัวใจสลายได้อีกครั้ง "
#Beforewego

Reply
McPITCH
2 months ago
บางครั้งคนเราก็เกิดมาเพื่อแคร์ใครแค่คนเดียว

แต่ทว่า...วันหนึ่งมันจะเบาบาง และกลับมาหนักหน่วง วนไปอย่างนั้น

ประเด็นก็คือ เมื่อเรายอมรับความจริง ความเจ็บปวดจะเยียวยาเราได้บ้าง แม้อาจจะไม่หายดี แต่อย่างน้อย เราก็ซื่อสัตย์กับตัวเองเนาะ

สู้ๆครับ

ตบบ่าเบาๆ