สั่งดับ GrabBike: หรือประเทศไทยยังไม่พร้อมสำหรับ Startup
จากการตัดสินว่า GrabBike ผิดกฎหมายโดยกรมการขนส่งทางบก ส่งผลให้มีกระแสต่อต้านเกิดขึ้นอย่างมากจากคนในวงการ Startup
มีการ share ภาพที่เขียนว่า "ปากบอกสนับสนุน Startup แต่สั่งดับ GrabBike" กันอย่างกว้างขวาง
แต่การสั่งดับ GrabBike นั้นแปลว่ารัฐบาลไทยไม่สนับสนุน Startup จริงหรือ?

ก่อนอื่นควรทราบว่าประเทศไทยไมใช่ประเทศเดียวที่รัฐบาลมีปัญหากับ Startup แนว Sharing Economy
แม้แต่มหานคร New York หนึ่งใน Hub ด้าน Startup ของอเมริกา ยังตัดสินให้ AirBnB ผิดกฎหมาย เพราะไปทับซ้อนกับธุรกิจโรงแรม
เบอร์ลิน เมืองหลวงของเยอรมันนีไม่อนุญาตให้ขับ Uber เนื่องจากมันไปทับซ้อนกับ Taxi
ขนาดประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสูง ยังมีปัญหากับธุรกิจ Startup เลย
ส่วนเหตุผลหลักๆนั้น มีอยู่ 2 ข้อด้วยกัน

ข้อแรกเป็นเรื่องของการแข่งขันที่ไม่ยุติธรรม เนื่องจาก Startup เป็นธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีเป็นหลัก จึงไม่ถูกจำกัดด้วยกฎเกณฑ์บางอย่างในอุตสาหกรรมนั้น
เช่นวินมอเตอร์ไซต์ปกติรับผู้โดยสารนอกเขตของตัวเองไม่ได้ ทำให้เมื่อวิ่งไปส่งไกลๆ ต้องคิดราคาแพงเพราะต้องวิ่งรถเปล่ากลับมา ในขณะที่วินของ GrabBike จะรับคนตรงไหนก็ได้ แล้วแต่ผู้ใช้ App จะกฎเรียก
โรงแรมทั่วไปใน New York ต้องเสียค่าใช้จ่ายให้กับทางภาครัฐประมาณ 20% ทำให้มีต้นทุนสูงกว่าห้องพักจาก AirBnB  ซึ่งคิดราคาต่ำกว่ามาก
ดังนั้นการแข่งขันระหว่างธุรกิจยุคเก่ากับธุรกิจยุคดิจิทัลจึงเป็นการแข่งขันที่ไม่แฟร์ซักเท่าไหร่
เปรียบเสมือนคนพิการต้องวิ่งแข่งกับคนปกติ ซึ่งต่อให้คนพิการจะออกวิ่งไปก่อนนานแล้ว แต่คนที่มีอวัยวะครบ 32 ประการก็จะสามารถวิ่งตามทันได้และคว้าชัยชนะไปในที่สุด
ด้วยระเบียบจากภาครัฐที่ลดทอนความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจยุคเก่า การให้อิสระกับ Startup จึงเป็นไปได้ยากยิ่ง

ข้อที่สองเป็นเรื่องของความสามารถในการปรับตัว 
Futurist ชื่อดังอย่าง Alvin Toffler เคยกล่าวไว้ว่าแต่ละสถาบันมีความเร็วในการปรับตัวที่แตกต่างกันออกไป
สถาบันที่ปรับตัวได้เร็วที่สุดคือ "บริษัทเอกชน" ซึ่งมักจะเป็นผู้นำในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ
อันดับต่อมาเป็นประชาชนทั่วไปที่จะรับเอาเทคโนโลยีใหม่ๆมาปรับใช้กับวิถีชีวิตของตัวเอง
ส่วนองค์กรที่ปรับตัวได้ช้าที่สุดคือภาครัฐโดยเฉพาะระบบกฎหมายเนื่องจากต้องมีกระบวนการหลายขั้นตอนในการปรับตัวทำให้ใช้เวลามาก และปฏิเสธไม่ได้ว่าข้าราชการมักจะมีประสิทธิภาพในการทำงาน(Productivity) ต่ำกว่าภาคเอกชนมากเนื่องจากผลตอบแทนที่ต่ำทำให้คนเก่งไม่ค่อยอยากมาร่วมงาน
ดังนั้นสำหรับ Startup ที่ผิดกฎหมายในปัจจุบัน ขอแค่อดทนและรอเวลา ซักวันหนึ่งระบบกฎหมายจะสามารถปรับตัวได้ทันเอง

การปฏิเสธ GrabBike ของกรมการขนส่งทางบกไม่ได้หมายความว่าการพยายามผลักดัน Startup ของประเทศไทยเป็นเรื่องลวงโลก 
การเปลี่ยนแปลงย่อมต้องใช้ระยะเวลาและย่อมมีผู้เสียผลประโยชน์อยู่เสมอ
สิ่งที่เราทำได้คือ พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพสูงสุด และภาวนาให้ภาครัฐหันมาเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งแบบเดียวกับที่ Startup พยายามจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม


 


SHARE
Writer
Unknownymous
Writer
Just a man with a keyboard

Comments