โลกแห่งการสอบ
เคยรู้สึกสนุกตอนทำข้อสอบมั้ยครับ

หลายคนอาจจะบอกว่าใครจะไปสนุกฟระ ไม่ชอบการสอบเลย ขี้เกียจอ่านหนังสือจัง

ผมเองก็เป็นพวกไม่ชอบอ่านหนังสือเพื่อไปสอบเหมือนกัน พูดได้เต็มปากเลยว่าช่วงก่อนสอบเป็นช่วงเวลาอันแสนน่าเบื่อเลยก็ว่าได้ กระทั่งหลัง ๆ ถึงขั้นอ่านหนังสือคนเดียวไม่ได้ จนต้องพยายามไปนั่งอ่านกับเพื่อนหรือให้เพื่อนติวให้ไม่เช่นนั้นคงไม่ได้อ่านหนังสือ

แต่ผมไม่ได้เกลียดช่วงเวลาระหว่างทำข้อสอบหรือตอนมาคุยกันหลังสอบว่าข้อนี้คิดยังไง ข้อโน้นตอบอะไรกัน จริง ๆ ผมค่อนข้างชอบด้วยซ้ำ ยกเว้น ตอนเครียด ๆ ที่ทำไม่ได้ก็มีบ้าง (ฮา)

ถ้านับจำนวนครั้งที่เข้าสอบ ผมเองก็นับได้ว่าเป็นคนที่เข้าสอบเยอะกว่าชาวบ้าน เพราะผมเองก็เข้าสอบแข่งขันอยู่บ่อยครั้งตั้งแต่ยังเด็ก

ผมเริ่มต้นการสอบแข่งขันช่วงประถมปลาย ๆ ด้วยวิชาเลขที่ผมชอบ ผมชอบโจทย์ที่ท้าทาย แน่นอนว่าผมไปแข่งโดยที่ไม่เคยหวังผลชนะหรือรางวัลเลย ผมไปแข่งแต่เพียงเอาสนุกเท่านั้น (ผมมั่นใจว่าถ้าอาจารย์มาได้ยินจะต้องตบกระบาลผมแน่นอน) และผมก็สมัครสอบแข่งขันทุกครั้งที่โรงเรียนมีการแจ้งตลอดช่วงม.ต้น

ม.ต้นโรงเรียนของผมนั้นแบ่งห้องเป็นตามสาย ซึ่งผมเองก็อยู่สายเลข ข้อสอบวิชาเลขนั้นมักอยู่ในระดับค่อนข้างยาก ที่คนตกกว่าครึ่งห้อง แต่ผมพูดอย่างเห็นแก่ตัวได้เลยว่าผมสนุก สนุกที่ได้ทำข้อสอบที่ต้องคิดลองผิดลองถูกในกระดาษ ทำไปเรื่อย ๆ จนได้คำตอบ

แน่นอนว่าคะแนนของผมอยู่ในอันดับที่ค่อนข้างสูงสำหรับวิชานี้ นอกจากวิชาเลขนี้ผมเองก็ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นนัก แต่ผมก็ไม่ได้บอกว่าผมเก่งวิชาเลขนี้มากมายอะไรนัก ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองมีพรสวรรค์เลย ทั้งหมดล้วนมาจากพรแสวงที่เรียกว่าประสบการณ์ อย่างที่บอกผมสอบแข่งค่อนข้างเยอะจนคุ้นเคยกับโจทย์ที่ต้องใช้ความคิดและพลิกแพลงพวกนี้มาก นั่นอาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมรู้สึกสนุกกับข้อสอบอะไรพวกนี้ได้

ผมเคยได้เข้าค่ายสอวน.ที่เป็นค่ายติวสำหรับโอลิมปิกด้วย แต่ไปได้ไม่ไกลเท่าไหร่นัก ผมเห็นคนที่ขยันกว่าผมมากมาย ผมได้แต่มองดู พวกนี้มัน สัตว์ประหลาดชัด ๆ ตัวผมเองที่อยู่ม.ปลายขณะนั้นยังสู้เด็กม.ต้นไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เคยถูกจับไปเรียนพิเศษเป็นการติวเข้ม และก็พบว่าแม้แต่เด็กประถมผมก็ยังแพ้ ผมที่เอาแต่สนุกก็ยังรู้สึกหน้าชาไปเหมือนกัน และคิดว่าคนส่วนใหญ่คงไม่เคยเห็นโลกเล็ก ๆ ใบนี้แน่ คำพูดว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้าก็ไม่ผิดนัก แต่สำหรับผมได้มาเห็นว่าท้องฟ้านั้นสูงเพียงไหน ตั้งแต่นั้น ผมก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่งเลขอีกเลย
 
พอขึ้นม.ปลาย การสอบแข่งขันที่มีก็ลดน้อยลงไปและข้อสอบของโรงเรียนกลับกลายเป็นอยู่ในระดับง่ายอย่างเหลือเชื่อทั้งที่เนื้อหายากขึ้น การสอบให้ต่ำกว่า 70 เปอร์เซนต์ยังเป็นเรื่องที่น่าจะยากกว่าเสียอีก แน่นอนผมที่กระหายในความท้าทายผิดหวังเป็นอย่างมาก และตลอดจนจบชั้นมัธยมปลายผมก็ไม่เคยได้รับความสนุกจากการทำข้อสอบอีกเลย

จนมาถึงชั้นมหาลัยที่มีผู้คนขู่มามากมายว่าระดับจะต่างจากมัธยมอย่างมาก พอผมสอบเลขตัวแรกนั้น ผมก็ต้องพบกับความผิดหวังอีกครั้ง โจทย์ที่ออกตรง ๆ ซื่อ ๆ ไร้การพลิกแพลงทำผมผิดหวังจนถึงกับหงุดหงิด ผมเฝ้าลุ้นทุกครั้งที่จะเจอข้อสอบ และผมก็ต้องผิดหวังไปทุกครั้ง จนบางครั้งรู้สึกว่า การอ่านให้น้อยลงหรือไม่อ่านเลย น่าจะช่วยเติมเต็มความท้าทายให้ผมได้

แน่นอนว่าการเดินไปบอกอาจารย์ว่าอยากได้อะไรที่มันยากขึ้น เป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ ผมเข้าใจดีว่าผู้คนมีหลายระดับ การทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนไม่ใช่อุดมการณ์ของผมซักเท่าไหร่ อย่างที่ผมบอก นอกจากวิชาเลขแล้วผมไม่มีอะไรโดดเด่นเท่าไหร่ ผมเลยเข้าใจเขาเหล่านั้นได้ว่าการเจอโจทย์ที่ยากเกินไปมันเป็นอย่างไร แต่กลับกันผมเองก็คิดว่าคนอื่นเองไม่มีวันเข้าใจตัวผมได้ ถ้าผมเล่าให้คนอื่นฟัง คนอื่นอาจจะแค่หันมาพูดว่า "เออก็มึงเก่งหนิ" แล้วก็จบไป ดังนั้นผมก็ทำได้แค่หวังไปทุกครั้ง ว่าขอแค่มีโจทย์ท้าทายซักข้อนึงผมก็พึงพอใจแล้ว

และจนจบมหาลัย โจทย์ที่ทำให้ผมยิ้มได้แทบจะไม่มีอยู่เลย ผมทำใจได้นานแล้วว่ามันเป็นแค่ฝันลม ๆ แล้ง ๆ และรู้ด้วยว่าพอเรียนจบแล้ว การได้พบเจออะไรแบบนั้นอีกแทบจะเป็นไปไม่ได้ การทำข้อสอบเลขอย่างสนุกสนานนั้นมันจบไปตั้งแต่ช่วงม.ต้นแล้ว ความสนุกจากการสอบเป็นสิ่งที่หาได้แค่ช่วงวัยเรียนเท่านั้น จบไปก็ไม่มีทางได้พบเจออีก ก้าวเข้าสู่ชีวิตวัยทำงานที่เหมือนเป็นอีกโลกหนึ่ง

สุดท้ายผมเองก็ไม่รู้ว่าในอนาคตผมจะได้เจอโจทย์ท้าทายอีกไหม หรือจะได้เจอในรูปแบบอื่นอีกหรือไม่

พอมาลองคิดแล้วก็น่าแปลก ทั้งที่ความจริงแล้วผมเองก็ไม่ได้คิดว่าการสอบนั้นมีความสำคัญอะไรขนาดนั้น แต่ด้วยรูปแบบของสังคมที่เน้นการเรียนหนัก จึงทำให้คนไทยมีการสอบที่มากขึ้นตาม และมุ่งเน้นทำคะแนนให้ดี ทั้งที่ดู ๆ แล้วไม่น่ามีความสลักสำคัญอะไรนักต่อชีวิต ท่อง สอบ ลืม จบ แต่ก็มีความผูกพันแบบแปลก ๆ แบบนี้เกิดขึ้นได้ ทั้งสุขหรือทุกข์ที่เราได้ผ่านพ้นมันมา ช่วงอ่านหนังสือเงียบ ๆ คนเดียว พูดคุยคนเดียวหน้าหนังสือ อ่านประโยคเดิมซ้ำไปมา หลับคาหนังสือ ช่วงเวลาที่อยู่กับหนังสือทั้งวันเหมือนเป็นสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่ง ช่วงเวลาที่ได้อ่านหนังสือกับคนอื่น นัดกันอ่าน รวมตัวกัน หาที่อ่านไม่ได้ พจญภัยหาที่อ่าน อยู่ดึกอ่านหนังสือ อดหลับอดนอน โต้รุ่งอ่านยันเช้า หิว กินขนม กินขนมดึกดื่น โดฟกาแฟก่อนสอบ ดื่มเอ็มร้อยห้าสิบยืมพลังของวันพรุ่งนี้มาใช้ สอนหนังสือคนอื่น ให้คนอื่นสอน สิ้นหวัง อ่านไม่รู้เรื่อง นั่งนึกเสียใจว่าน่าจะตั้งใจเรียนกว่านี้ กูยังไม่เริ่มอ่านเลย กูยังไม่พร้อม ปล่อยวาง ช่างแม่ง กามั่ว นั่งอ่านโจทย์ซ้ำไปมา ไม่รู้จะเขียนอะไรลงไป อ่านโจทย์ใหม่ ยอมแพ้ เชี่ย! ข้อนั้นตอบอะไรวะ กูตอบงี้ว่ะ กูทำไม่ทัน กูมั่ว กูแถ ทำไม่ได้เลยว่ะ ลุ้นคะแนน สมหวัง ผิดหวัง เว็บล่ม เกรดไม่ออก เฮ้ย! คะแนนออกแล้ว เอาคะแนนมาแข่งกัน อวดกัน กูเกินมีนเฟร่ย กูตกมีนว่ะ เชี่ยมึงได้ทอป ไหนมึงบอกทำไม่ได้ มึงซุ่ม เปล่ากูมั่ว ฉลองสอบเสร็จ ฉลองสอบผ่าน ฉลองสอบตก ฉลองเกินมีน ฉลองเริ่มอ่านหนังสือ ฉลองโน่นนี่นั่น

ช่วงเวลาแห่งการสอบมีเหตุการณ์มากมายให้พบเจอ พอมันจบแล้วก็แอบโหยหาเล็ก ๆ รู้สึกคิดถึงอยู่หน่อย ๆ

แต่ถ้าบอกว่ากลับไปอ่านหนังสือสอบแล้วสอบใหม่มั้ย ตอบได้ทันทีเลยว่าฝันไปเถอะ
SHARE

Comments

iTUTOR
4 years ago
แดมมม   แต่พูดจริงๆ ช่วงสอบถ้าไม่ได้นายมาติวให้นี้แบบ 
#กูอาจยังเรียนไม่จบ 555

Reply
Lafsody
4 years ago
ผู้คนสามารถหาทางรอดให้ตัวเองเสมอแหละ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง