ภาพวาดของความโดดเดี่ยว
เธอสอนให้ฉันรู้จักความโดดเดี่ยวที่อบอุ่น

มันเริ่มต้นยังไงกันนะ?
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เธอเปลี่ยนจากคนห่างไกล ไม่น่าจะได้รู้จักมากกว่าที่เป็นอยู่ เป็นคนที่ฉันแอบชื่นชมในใจตั้งแต่ยังไม่ทันรู้จักกันดี วาดภาพเธอไว้ว่าน่าจะเป็นแบบหนึ่ง และปล่อยเธอไว้แบบนั้น ให้เป็นคนในภาพวาดที่ไม่มีทางได้จับต้อง
เราเพียงเดินสวนกันในความเป็นจริงอย่างไร้ความหมาย ไม่มีถ้อยคำทักทาย ไม่มีสิ่งใดข้องเกี่ยว

จนวันที่โลกของฉันเป็นสีขาวโพลน
ไม่มีสิ่งใดเลย มองไม่เห็นทางข้างหน้า อดีตคล้ายปราศจากความหมาย ไม่มีสิ่งใดยึดเหนี่ยวฉันไว้กับโลกใบนี้ ฉันพยายามมองหาบางสิ่งที่จะฉุดรั้งตัวเองไว้
แล้วฉันก็พบ
ไม่ ยังไม่ใช่เธอ ใครคนนั้นเข้ามาเป็นโลกทั้งใบ ราวกับเราทิ้งตัวลงในห้วงแห่งความเจ็บปวดด้วยกัน โลกที่เห็นเปราะบางและอ่อนไหว เวลาที่อยู่ข้างกัน สำหรับฉันเหมือนว่าเราออกเดินทางไปสุดขอบโลก ไกลเกินกว่าใครจะตามมาได้ หยุดเวลาไว้อย่างนั้นจนคล้ายจะเป็นชั่วนิรันดร์
ฉันทิ้งตัวลงในที่แห่งนั้น ไม่เดินต่อไปข้างหน้า ขอเพียงใดอยู่อย่างนั้นตลอดไปก็ไม่ต้องการอะไรอีก
แล้วใครคนนั้นก็จากไป

โลกของฉันพังทลาย
เสี้ยวความทรงจำตามหลอกหลอนในทุกลมหายใจ เฝ้าหวังอย่างไร้ความหมายว่าจะคว้าสิ่งที่แตกสลายกลับมาได้ และนั่นเป็นเวลาที่ฉันต้องเดินต่อหรือไม่ก็ลาหายจากโลกนี้ไป
ในช่วงเวลาที่ได้แต่เดินหลงทางในที่ที่เดิมที่ไม่คุ้นตาอีกต่อไปและไม่รู้ว่ากำลังจะไปที่ไหน คนรอบกายไม่ปล่อยให้ฉันเดินเยี่ยงคนตาบอด มือหลายคู่ผลักฉันไปข้างหน้า แม้ไม่ได้เข้าใจฉันทุกสิ่งหรือไม่ได้เจ็บปวดด้วยกัน แต่พวกเขาก็ไม่เคยปล่อยฉัน
จนฉันเริ่มได้สติอีกครั้ง เหมือนจู่ ๆ ก็ตื่นจากฝันที่ยาวนาน ภาพฝันเลือนราง จำได้เพียงว่าตัวเองเคยเจ็บปวดมาก และความรู้สึกนั้นยังกัดกินอยู่ลึก ๆ พรากเอาความทรงจำก่อนหน้า รวมทั้งตัวตนบางอย่าง มากจนกระทั่งวันหนึ่งที่นั่งฟังเพลงเศร้า ฉันจำได้เพียงแค่ว่าตัวเองเคยมีเรื่องแบบเดียวกันนี้ แต่ไม่อาจนึกชื่อของใครคนนั้นออกในทันที ทั้งที่เพิ่งผ่านมาไม่กี่เดือน
นั่นทำให้ฉันกลัวที่จะลืม ลืมสิ่งมีค่าที่อยู่รอบ ๆ ตัว ลืมว่าใครเคยอยู่เคียงข้าง ช่วยฉันไว้ในช่วงเวลาสำคัญ
นั่นเป็นตอนที่เธอปรากฏตัวขึ้น


เธอต่างจากภาพที่ฉันวาดไว้ ไม่ใช่สีสันสดใส แต่อย่างไรก็เป็นสีที่สวยงาม หากเปรียบเป็นสีน้ำ ก็เป็นสีที่ไม่ถูกเจือด้วยขาวหรือดำ ทว่าเป็นได้หลายสีตามแต่สภาพอารมณ์ เป็นสีที่ล้วนบริสุทธิ์และงดงามในตัว ต่อให้เป็นความรุนแรง ก็เป็นความรุนแรงที่สวยงาม
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ในสมุดบันทึกมีแต่ชื่อของเธอ และในชีวิตประจำวัน ในสิ่งที่เห็น ในบทความที่อ่าน ก็รู้สึกว่าอยากเล่าให้เธอฟัง
ทำไมกันนะ? แน่นอนว่าเธอแตกต่างจากใคร แต่ทำไมถึงเป็นเธอที่ทำให้รู้สึกแบบนี้ได้ นอกเหนือจากความรู้สึกว่าเธอโคตรเท่และสวยงาม?
เพราะเธอสนใจหลายด้านเหมือนกัน จึงมีหลายเรื่องให้คุย?
เพราะเธอยอมรับและเข้าใจ แม้ในด้านที่ฉันยังไม่อาจยอมรับตัวเอง เธอตามมาในที่ที่แม้ใครบางคนจะตามมาได้ แต่ก็ไม่เลือกตามมา?
เพราะเธอเห็นคุณค่าของสิ่งที่ฉันพยายาม แม้ทั้งโลกจะมองว่าไร้สาระ?
เพราะฉันแพ้ทางคนแบบเธอ? คำพูดปลอบโยนที่ไม่ได้อ่อนโยนสักเท่าไหร่ เหมือนเธอนั่งอยู่ข้างกันเงียบ ๆ (เราไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันในชีวิตจริง) ในยามที่คลื่นอารมณ์บดบังทุกสิ่ง จนกว่าฉันจะลืมตามองความเป็นจริง แล้วเธอก็จะเตือนสติฉันด้วยแนวคิดของเธอ?
อาจฟังดูประหลาด... เพราะเธอจะไม่ถูกทำร้ายโดยคนอย่างฉัน...?

ตอนที่รู้สึกตัวว่าเสียงของเธอเพราะมาก ๆ แค่เพียงได้ฟังก็สบายใจแล้ว เป็นตอนที่เพิ่งรู้ตัวว่าความรู้สึกเปลี่ยนไปแล้ว
อย่างกับว่าเธอจะไปกับฉันได้ทุกที่ หากเป็นเรื่องที่เธอสนใจแล้ว จะความยากลำบากแบบไหนก็คงไม่อาจเปลี่ยนใจเธอได้
แต่ฉันรู้ ว่าเราคงไม่มีทางได้ใช้เวลาร่วมกันในความเป็นจริง เธอเดินไปข้างหน้า แสวงหาที่ที่ไม่มีใครรอบตัวค้นพบ ฉันยึดติดบางสิ่งอย่าง ประกอบกับทางที่ไม่มีวันบรรจบ
ฉันต้องปล่อยเธอไปเป็นคนในภาพวาดอีกครั้ง
ฉันจำได้ไม่ชัดเจนนักหรอก ความรู้สึกลึก ๆ ในใจที่แม้แต่ฉันเองยังไม่ตระหนักคงกัดกินความทรงจำต่อไปเรื่อย ๆ และเริ่มจะกลืนกินความหลงใหลที่ฉันมีต่อเธอให้เป็นความชื่นชมธรรมดา ทว่านั่นอาจดีกับเราทั้งคู่ที่สุดแล้วก็ได้
ก่อนหน้านี้ฉันกลัวมาก กลัวว่าจะอยู่โดยไม่มีเธอไม่ได้ เธอกลายเป็นใครอีกคนที่ฉันเกือบเผลอยึดเป็นโลกทั้งใบ แบบที่ในอดีตฉันเคยยึดติดขนาดนั้น หากเธอรู้เรื่องนี้ฉันก็คงจะโดนเธอโกรธ

แต่ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วล่ะ
ในทุก ๆ ด้านที่ฉันพยายาม อาจเพราะมีเธอเป็นเหตุผล ไม่ใช่เพื่อให้เธอชื่นชม แต่เพราะอยากมีเรื่องราวมาร่วมแชร์มากกว่านี้ เธอเป็นคนที่ทำให้ฉันกล้าลงมือจริงจังกับสิ่งที่รักสักที หากฉันไม่เดินไปไกลกว่านี้ ก็คงไม่อาจมองเห็นโลกได้มากขึ้น
แต่ก็หมายความว่า ฉันจะยิ่งไปไกลจากเธอที่เดินไปคนละทางใช่มั้ยนะ?
ยิ่งระยะทางห่างไกล ยิ่งทำลายความเชื่อมโยงระหว่างคนทั้งสอง หากไกลเกินกว่าจะย้อนกลับแล้ว เราก็คงกลายเป็นคนแปลกหน้าของกันและกันตลอดกาล
เราทั้งสองยังคงต้องเติบโต ถึงตอนนั้นเราก็อาจเป็นคนที่ไม่รู้จักกันดีเหมือนเก่า
ทว่าหากโลกเหวี่ยงเรามาพบกันอีกครั้ง ฉันก็อยากรู้จักเธอใหม่ไม่ว่าจะอีกกี่ครั้ง

เธอเข้ามาเพื่อบอกให้รู้ว่ามีคนแบบเธออยู่บนโลก
สอนฉันที่ดีแต่ยึดติดใครสักคนอยู่เสมอ ให้รู้จักรักโดยไม่จำเป็นต้องพันธนาการตัวเองอย่างแน่นหนา
เธอมอบความโดดเดี่ยว จากการที่รู้ว่าฉันจะไม่มีเธอข้างกันในอนาคตอีกแล้ว
แต่มันเป็นความโดดเดี่ยวที่อบอุ่น เพราะฉันรู้ว่ายังมีเธออยู่บนโลก ใต้ฟ้าผืนเดียวกัน อาจฟังเพลงเพลงเดียวกัน เดินผ่านสถานที่เดียวกันเพียงแค่ต่างเวลา แหงนมองดาวบนฟ้า นึกถึงบทสนทนาที่เคยเกิดขึ้น นึกถึงใครอีกคนที่อยู่ไกลจนไม่อาจคืนย้อน
บางครั้งฉันก็คิดถึงความหลงใหลที่เคยมีมากกว่านี้เหมือนกัน ทำให้อดรู้สึกเจ็บปวดลึก ๆ ในใจไม่ได้ ความรู้สึกนั้นคงไม่คืนย้อนมา ทว่าความชื่นชมที่นิ่งเรียบเช่นนี้ คงจะดีกับทุกสิ่งมากกว่า
แม้จิตใต้สำนึกจะพรากเอาความทรงจำและความรู้สึกทั้งหมดที่มีต่อเธอไป ฉันก็มั่นใจว่าฉันจะไม่ลืมว่าครั้งหนึ่งเคยรู้จักคนที่งดงามขนาดนี้ หากเป็นไปได้ก็อยากเก็บทุกบทสนทนา ทุกความรู้สึก แต่ก็ทำได้เพียงบันทึกเป็นตัวอักษรให้ดีที่สุดเท่านั้น
หากฉันจำไม่ได้ว่าเธอเป็นอย่างไร ความโดดเดี่ยวที่มีจะมืดมนขนาดไหน?

บางครั้งฉันอยากตะโกนออกไปว่า ‘ทำไมฉันต้องพยายามทั้งหมดนี้เพราะเธอด้วยเนี่ย?’ แต่เธอก็คงตอบว่าฉันผิดที่ดันรู้สึกอะไรแบบนี้เอง
ถ้าเธอรู้ถึงความรู้สึกทั้งหมดนี้ เธอจะโกรธมั้ยนะ? ฉัน...ขอโทษนะ
แต่ฉันก็คงมีเธอเป็นเหตุผลอยู่ดีนั่นแหละ ผนวกรวมกับความรักในเรื่องที่ทำ หากไม่มีเหตุผลนี้แล้ว ฉันก็คงไม่มีแรงวิ่งไปได้ไกลนัก ช่วยเป็นเหตุผลของฉันต่อไป อย่างน้อยก็อีกสักพักจะได้มั้ย?
SHARE
Writer
Reinforce
ระหว่างการเดินทาง
นัก(อยาก)เขียนอายุ21 รักงานเขียน ภาษา ปรัชญา ศิลปะ ดนตรี กีฬา จักรยาน การถ่ายภาพ ดวงดาวและท้องฟ้า • วอลเลย์บอล <3Ajcharaporn 18 • ฤดูใบไม้ผลิ

Comments

Nui_Napat
3 years ago
เหมือนผมเลย
Reply
Reinforce
3 years ago
😂 สู้ๆนะคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ
Twenty_Siix
3 years ago
อ่านแล้วเจ็บ :(
Reply
Reinforce
3 years ago
เจ็บๆเหงาๆ แต่พอนึกถึงแล้วก็อบอุ่นเหมือนกันนะคะ 😂
niji
3 years ago
^.^
Reply
insideout
2 years ago
ตรงกับชีวิตมากครับ
Reply
saraya
2 years ago
ดีจังเลยครับ
Reply