47. ความบังเอิญในวันพักผ่อน

เวลาอยู่คนเดียว ความบังเอิญอาจจะแวะมาหาเรายากสักหน่อย แต่เมื่อใดก็ตามที่เราพาตัวเองออกไปพบปะผู้คน ความบังเอิญจะเริ่มทำงานอีกครั้ง

-วันพักผ่อนของแสงแดด-


ในวันที่แดดจ้าวันหนึ่งก่อนวันวาเลนไทน์ไม่กี่วัน ณ. ใจกลางกรุงเทพหมานคร ขณะที่ฉันกำลังเดินอย่างรีบเร่งเพื่อไปพบใครคนหนึ่งที่เซ็นทรัลเวิลด์ มีมือๆหนึ่งสะกิดฉันไว้

‘’Sorry, can you help me?’'

เจ้าของเสียงเป็นสาวหมวยหน้าตาน่ารัก

''Yes, sure! What happened?''

“I want to go to this place (พร้อมชี้ไปบนแผนที่) I think it’s not far from here but I have no idea where it is.”

หลังจากที่พิจารณาดูแผนที่สักพัก พบว่าสถานที่นั้นคือศาลพระพรหม ตรงสี่แยกราชประสงค์นั่นเอง

“โอ้ อยู่ใกล้ๆนี่เอง อืมมม เอาแบบนี้ดีกว่า เดินไปด้วยกันเลยไหม?” ฉันเสนอ
''จะดีเหรอ รบกวนเธอหรือเปล่า’'
''ไม่หรอก :) ป่ะ ไปกัน’'

หลังจากที่โทรบอกเพื่อนว่าอาจจะไปถึงช้า ก็พาสาวคนนั้นเดินไปศาลพระพรหม ระหว่างทางเราได้คุยกันหลายเรื่อง ทราบว่าเธอเป็นคนจีน มาไทยเพราะอยากมาเที่ยวโดยเฉพาะ เธอมากับเพื่อนนั่งเครื่องบินไปลงที่ภูเก็ต อยู่ภูเก็ตอาทิตย์หนึ่ง เพื่อนเธออยากไปเที่ยวเชียงใหม่ แต่เธออยากมาเที่ยวกรุงเทพฯ ทั้งสองคนจึงตัดสินใจแยกกันเที่ยว และเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอมาเดินคนเดียวอยู่ในเมืองหลวงของประเทศไทยแบบนี้

“ฉันจะอยู่กรุงเทพฯหกวัน แล้วบินกลับจีนวันที่ 16 หลังวาเลนไทน์สองวัน"

ฉันสะกิดใจ ... หรือเธอจะไม่มีแฟน? ถึงเลือกที่จะใช้เวลาในวันวาเลนไทน์คนเดียวแถมยังอยู่ต่างบ้านต่างเมืองแบบนี้

"ทำไมเธอถึงมาเที่ยวช่วงนี้เหรอ"
"ฉันเพิ่งเรียนจบ ก่อนที่จะเรียนต่อฉันอยากเที่ยวหาประสบการณ์ ก็ว่างแค่ช่วงนี้แหละ ฉันอยากเที่ยวเมืองไทยมานานแล้วนะ ทะเลไทยสวยจริงๆ"

เอ๊ะ เธอเพิ่งเรียนจบเหรอ ... ฉันก็เพิ่งเรียนจบเหมือนกัน ...

"นี่ ถามได้มั้ย เธออายุเท่าไหร่เหรอ"
"21""
"โอ้ เราอายุเท่ากันเลย !!"
"จริงเหรอ อืมมม แต่จริงๆแล้วฉันเพิ่งอายุ 21 เมื่อไม่กี่วันมานี้เอง"
"หืมมม ฉันก็เหมือนกัน!?!"
"โอ้ เธอเกิดเดือนนี้เหรอ"
"ใช่ ฉันเกิดวันที่ห้า"
" ... เป็นไปไม่ได้ !!!"
"ทำไมเหรอ"
" … "
"อย่าบอกนะว่า"
"ใช่ .. ฉันก็เกิดวันที่ห้าเหมือนกัน !!!!"

ใช่แล้ว เราสองคนเกิดวันเดียวกัน เดือนเดียวกัน ปีเดียวกัน โชคชะตาได้นำพาให้ผู้หญิงสองคนที่มีวันเกิดวันเดียวกันจากคนละประเทศมาเจอกัน ซึ่งอาจจะเป็นเพราะความบังเอิญหรืออะไรก็ตามแต่

ยิ่งกว่าพบเจอ เราได้คุยกัน
ยิ่งกว่าคุยกัน เราได้รู้จักกัน
ยิ่งกว่ารู้จักกัน เราได้กลายมาเป็นเพื่อนกัน
เวลาผ่านมาหลายปีแล้วเราก็ยังคงติดต่อกันมาเรื่อยๆรอวันที่เราจะได้พบกันอีกครั้ง :)





-วันพักผ่อนของแสงจันทร์-

เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนครึ่ง ฉันเดินทางมาถึงสถานีเพื่อขึ้นรถทัวร์ไปยังจุดหมายถัดไป .. รถทัวร์ออกไปแล้ว แน่ล่ะ เวลาออกรถคือเที่ยงคืน แต่ฉันก็ยังมาโดยมีความหวังว่ารถทัวร์อาจจะออกช้าและยิ่งกว่านั้นคือฉันไม่มีที่ไป

มีผู้ชายสองคนยืนอยู่ที่ลานจอดรถ ฉันเห็นสถานีเปิดไฟอยู่จึงเดินเข้าไป ข้างหน้าประตูมีหญิงสาวผิวขาวหน้าตาดีพร้อมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สองใบนั่งอยู่ .. เธอคงเพิ่งลงรถรอบสุดท้ายและกำลังรอคนมารับ

“Sorry” ฉันเอ่ยขึ้น “Was it closed?”
“Yeah, you can’t go inside”
“When would it be opened?”
“I don’t know. Maybe 5 am”

ฉันตกใจเพราะตอนแรกคิดว่าจะมาอาศัยสถานีนั่งหลับจนถึงเช้าแต่กลับเข้าไปไม่ได้ มองไปรอบตัวก็มีแต่ความมืด แถมฉันยังตัวเปียกตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าเนื่องจากตากฝนที่ตกหนักเมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว

ฉันตัดสินใจเดินไปที่ป้ายรถเมล์ เผื่อมีรถเมล์ผ่านมาจะได้นั่งกลับไปยังโรงแรมที่นอนเมื่อคืน ที่ป้ายรถเมล์เงียบและมืดมาก ครึ่งชั่วโมงผ่านไปก็ยังไม่มีรถผ่านมาสักคัน ตีหนึ่งแล้วฉันตัดสินใจเดินกลับไปที่หน้าสถานี ผู้ชายสองคนตรงลานจอดรถหายไป แต่ผู้หญิงที่นั่งอยู่หน้าประตูยังอยู่

ฉันนั่งลงข้างๆเธอ โทรศัพท์หาคนที่ประเทศไทยเพื่อบอกสถานการณ์ตัวเองในขณะนี้ เมื่อวางสายลงฉันตัดสินใจถามเธอว่าจะอยู่ตรงนี้ถึงกี่โมง

‘ตีห้า’

คือคำตอบที่ฉันได้รับ ฉันตาโตแทบไม่เชื่อหูตัวเอง คุยกันไปมาได้ความว่าเธอเองก็ตกรถรอบเดียวกับฉัน ฝนที่ตกหนักทำให้การจราจรติดขัด เธอตั้งใจว่าจะนั่งรออยู่หน้าสถานีไปเรื่อยๆเพื่อขอเปลี่ยนตั๋วเป็นรอบเร็วสุด คือ แปดโมงเช้า ... อะไรที่ทำให้ผู้หญิงสวยอย่างเธอกล้าที่จะนั่งอยู่คนเดียวพร้อมของมากมายไปอีกเกือบสี่ชั่วโมงอย่างนี้

หรือฉันจะนั่งรออยู่กับเธอดี? ผ่านการเป็น Homeless ที่นิวยอร์คมาแล้ว เป็น Homeless ที่ออแลนโด้อีกสักคืนจะเป็นอะไรไป เธอเป็นคนเกาหลี เพิ่งจบคอร์สเรียนภาษาอังกฤษที่แคนาดา จึงตัดสินใจมาเที่ยวอเมริกาก่อนกลับบ้าน เธอเริ่มทริปที่นิวยอร์คก่อนจะนั่งรถยาวมาลงแอตแลนต้า นั่งรถมาออแลนโด้ วางแผนว่าจะนั่งรถไปชิคาโก ก่อนจะนั่งรถกลับไปนิวยอร์คเพื่อขึ้นเครื่องไปเกาหลี เธอใช้รถทัวร์ในการเดินทางทั้งหมดเพื่อประหยัดเงิน ดังนั้นการตกรถในครั้งนี้ทำให้เธอพลาดรถรอบถัดๆไปทั้งหมด เธอจึงจะนั่งรถตรงไปนิวยอร์คเลย จะได้ทันขึ้นเครื่องบิน แต่ก็บ่นกับฉันอย่างเสียดายว่าจะไม่ได้ไปชิคาโกแล้ว

เราคุยกันไปเรื่อยๆจนถึงตีสองครึ่ง .. อีกเพียงสองชั่วโมงครึ่งเท่านั้น ตอนแรกฉันเชื่อว่าฉันจะอยู่แบบนี้ไปจนถึงตีห้าได้ แต่เวลาผ่านไปฉันทั้งง่วง ทั้งเหนื่อย ตัวก็ยังไม่แห้ง

‘I wanna take a shower--Hot water would be so good’

เสียงคุณป้าที่ดิสนีย์เวิลด์ตอนที่ฉันยืนรอรถเมล์อยู่ร่วมชั่วโมงย้อนกลับเข้ามาในความคิด ฉันอยากอาบน้ำ อยากนอน อยากพักผ่อน ฉันโทรหาคนที่ประเทศไทยอีกครั้ง ตอนแรกเขายืนยันให้ฉันไปหาโรงแรม แต่ฉันบอกว่ามีเพื่อนแล้ว ฉันอยู่ได้ไม่เป็นไร ... ตอนนี้ฉันกำลังจะเปลี่ยนใจ

ฉันถามเธอว่าจะไปพักโรงแรมกันไหม ถ้าเธอไปฉันจะไป แต่ถ้าเธอไม่ไปฉันก็จะอยู่เป็นเพื่อนเธอ เธอตอบกลับมาว่าน่าสนใจ คนที่ประเทศไทยเป็นธุระจัดการให้ฉันทุกอย่าง หาโรงแรม เช็คอินออนไลน์ จ่ายเงิน ฉันมีหน้าที่แค่ใช้มือถือที่มีแบตเตอรี่เหลืออยู่ห้าเปอร์เซนต์สุดท้ายเรียกอูเบอร์เพื่อไปโรงแรมเท่านั้น

เตียงควีนไซส์สองเตียงใหญ่เกินพอสำหรับเราสองคน หลังจากเช็คอิน เราอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า คุยกันอีกนิดหน่อย ฉันตัดสินใจเปลี่ยนตั๋วรถเป็นรอบตอนเที่ยง ส่วนเธอตั้งใจจะไปให้ทันรถรอบแปดโมงเหมือนเดิม เรากล่าวราตรีสวัสดิ์กันแล้วล้มตัวลงนอน

กว่าฉันจะลืมตาขึ้นมาอีกทีก็เป็นเวลาแปดโมงเช้า ฉันตกใจรีบมองไปที่เตียงข้างๆ เธอไม่อยู่แล้ว ฉันกังวลว่าเธอไปทันรถหรือเปล่าและรู้สึกสับสนเหมือนเหตุการณ์เมื่อคืนเป็นแค่ความฝัน เพราะนอกจากชื่อ ฉันก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธออีกเลย การที่ตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอเธอ มันเหมือนกับว่าเราไม่เคยเจอกัน

ฉันเดินไปอาบน้ำล้างหน้าพลางทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น ตอนที่กำลังจะหยิบกุญแจเพื่อลงไปกินข้าวเช้า ฉันบังเอิญเห็นกระดาษแผ่นเล็กๆวางอยู่ เป็นลายมือของเธอเอง เธอเขียนบอกว่าขอโทษที่ไปโดยไม่บอกลา เธอพยายามปลุกฉันแล้วแต่ฉันไม่ตื่นและเธอกำลังรีบ เธอขอบคุณและบอกว่าจะช่วยออกค่าโรงแรมพร้อมกับเขียนเบอร์โทรไว้ให้

ฉันยิ้ม เพราะนี่เป็นหลักฐานชิ้นเดียวที่ยืนยันถึงการพบกันของเรา ผู้หญิงสองคนจากคนละประเทศมาพบกันด้วยความบังเอิญและใช้เวลาหนึ่งคืนด้วยกัน ฉันรู้สึกขอบคุณตัวเองที่เดินทางไปจนถึงสถานีทั้งๆที่คิดว่ารถน่าจะออกไปแล้ว ไม่เช่นนั้นเธอคงจะต้องนั่งรออยู่คนเดียวแน่ๆ

ฉันเป็นคนที่หลงไหลในความบังเอิญมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ฉันเชื่อว่ามันเป็นสิ่งมหัศจรรย์อีกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตมนุษย์ไม่แพ้ปรากฎการณ์ทางธรรมชาติต่างๆ ตั้งแต่ฉันได้ใช้ชีวิตอยู่บนโลกกลมๆใบนี้ มีความบังเอิญเกิดขึ้นกับฉันมากมายหลายต่อหลายครั้งและฉันรู้สึกขอบคุณ


ขอบคุณตัวเองที่ออกเดินทางเพื่ออนุญาตให้ความบังเอิญทำงาน
ขอบคุณความบังเอิญที่ขยันทำงานในวันพักผ่อน


:)




SHARE
Writer
Silencewaltz
melody of life
stories * movies * diaries * etc.

Comments

ELThanaphat
3 years ago
ไว้บังเอิญใหม่คราวหน้า...
Reply
Silencewaltz
3 years ago
เจ้ยยยยย ตกใจ นึกว่าหน้าใหม่ (อีกแล้ว 555) จำชื่อนี้ไม่ได้สักทีเลยยยย
ELThanaphat
3 years ago
55+ อันนี้ก็คงบังเอิญ
imonkey7
3 years ago
โอ้ว
เขียนดี สนุก มีตัดบงตัดบท
แหม๋ๆๆๆ
#ชอบอ่ะ
Reply
Silencewaltz
3 years ago
อรั๊ย เขิลล์ วรั๊ย เขิลล์
deux
3 years ago
จริงๆๆๆ เค้าพัฒนากันไปไกล คนแก่เครียด!
lalajinx
3 years ago
และเธอก็ตกรถอีกเช่นเคย 5555555+
Reply
lalajinx
3 years ago
สมงสมองไปหมดละ 55555555+
ELThanaphat
3 years ago
นั่นก็บังเอิญ บังเอิญตกรถ 5555
imonkey7
3 years ago
เฮียว่าไม่บังเอิญ ตกบ่อยขนาดนี้ เจออุบตร้าแมนก็ไม่แปลก
บังเอิญคือตกครั้งนึงแล้วเจอ เว้ยเฮ้ย
Mystery_
3 years ago
อ่านเพลินมากครับ XD
Reply
Silencewaltz
3 years ago
:D