อกหัก ฟันคุด 18.05.16
ใช่ วันนี้เราผ่าฟันคุด
แต่อกหักน่ะ หลายเดือนมาแล้ว

วันนี้มีเฉลยสายรหัสที่โรงเรียน ตอนแรกก็ว่าจะไม่ไป เพราะกลัวเจอ เอ่อ เรียกว่าไงดีล่ะ แฟนเก่า? เพื่อน?

แต่เพราะว่ามีหลายคนที่เราอยากเจอไป เราก็เลย เอาวะ แค่เจอเอง ทดสอบหน่อยที่บอกว่าเริ่มทำใจได้แล้วน่ะ มันจริงรึเปล่า

แล้วก็ได้เจอจริงๆ
เราพยายามไปปรึกษาหลายๆคนว่าเอาไงดี ทักดีมั้ย เราอยากทักนะ เพราะที่ผ่านมาเราแค่เห็นแว้บเดียวก็น้ำตาแตกแล้ว เห้ย แต่นี่เข้มแข็งขึ้นแล้ว ขอทักทายหน่อยไม่ได้หรอ

สุดท้ายเราก็เดินไปทัก แค่อยากจะทักทายเอง ไม่ได้คิดจะชวยคุยเยอะเลยนะ

อื้อ หวัดดี

---เดินหนี---


เกือบๆจะอกหักอีกรอบ แต่ก็ไม่ถึงขั้นนั้น บอกแล้วไงว่าเราเข้มแข็งขึ้นแล้ว แต่ก็ตื้อๆเหมือนกัน แต่ก็อย่างที่พี่เฟิ้ดเคยบอก มันอาจจะมีเหตุผลก็ได้ เราไม่ใช่มันหนิ จะไปรู้ได้ไง


เราคงเป็นเพื่อนกันไม่ได้แล้วมั้ง อย่างน้อยก็ตอนนี้

ยังไงก็ โชคดีนะ
เราก็ขอให้เราโชคดีเหมือนกัน

ตอนนี้เรากำลังกอดถังรองน้ำพร้อมกับประคบน้ำแข็งแก้มข้างซ้ายที่เริ่มจะบวม 

ไม้ไหมเป็นมนุษย์ผู้ไปนั่งเฝ้า ซื้อโจ๊กอุ่นแล้วสำหรับมื้อนี้และโจ๊กซองๆสำหรับมื้อต่อๆไปมาให้ แถมยังเดินมาส่งถึงหอ อันที่จริงเราก็ขอให้มันเดินกลับเป็นเพื่อนนี่แหละ เผื่อเราเป็นลมกลางทาง แต่โจ๊กนี่นอกเหนือคำขอร้องนะ เอาเถอะ เราเป็นหนี้มันด้วยชีวิตแล้วจริงๆ

'ที่นี่มีผ่าฟันคุดมั้ยคะ'
'อืมม หมอเฉพาะทางมาวันพุธนะ'
'ค่ะ'
'เอ แต่จริงๆหมอคนไหนก็น่าจะผ่าได้นะ'

พี่เราไปถามคลินิกที่ใกล้กับหอที่สุดมาให้เรา พี่ที่ตอบคำถามเป็นพี่ผู้ชายตุ้งติ้งใส่เสื้อยืดลายแตงโม สุดท้ายเราก็ไปกรอกประวัติ นัดวันเวลาผ่าซะให้เสร็จ

'ที่มาถามอะค่ะ ผ่าฟันคุดวันพุธ'
'กี่โมงดีคะ'
'กี่โมงก็ได้ค่ะ ว่างทั้งวัน'
'อ้อ หมอมาเย็นๆ งั้นซัก 5 โมงละกัน'

อ่าว ถ้าเราบอกพี่เค้าว่าบ่าย 2 แล้วเราจะได้ผ่ากับใครล่ะเนี่ย
เราว่าเค้าดูมึนๆนะ แต่ก็ดูน่ารักดี

วันนี้ (วันพุธ) 5 โมง

เราเปิดประตูไปเจอพี่เสื้อลายแตงโมวันนั้น วันนี้อยู่ในหมวกคลุมผมและชุดอะไรซักอย่างที่เราตีความได้ว่าเค้าเป็นผู้ช่วยหนิ สรุปคือพี่เค้าก็เป็นผู้ช่วยหมอฟันที่ผ่าฟันคุดให้เราเนี่ยแหละ

ตลอดเวลาการผ่าที่สายตาเราอยู่ใต้ผ้าสีเขียวหรือบางทีก็แอบมองลอดออกไปเห็นเครื่องไม้เครื่องมือได้นิดหน่อย คุณหมอทำให้เราอยากเขียนไดอารี่มากเลย

ฮือ หมอน่ารักและใจดีมากๆ

ก่อนจะฉีดยาชา หมอก็จะป้ายยาอะไรซักอย่างให้ก่อน ที่นี่เป็นกลิ่นสตอเบอร์รี่ คลินิกที่เราจัดฟันแล้วก็ผ่าฟันคุดที่นครปฐมเป็นกลิ่นกล้วย
เราชอบสตอเบอร์รี่มากกว่า

หมอน่ารักมากเลย คอยบอกตลอดว่ากำลังทำอะไร
ตรงนี้เจ็บนิดนึงน้า
เข็มนี้เจ็บสุดเลย
อาจจะเสียวฟันหน่อยนะ
จะรู้สึกมีแรงกดๆนะคะ
เจ็บบอกหมอเลยนะคะ ไม่ต้องทนน้า
เดี๋ยวจะมีเสียงแคร้กๆ ไม่ต้องตกใจนะ
หมอผ่าฟันล่างเสร็จแล้วน้า
เดี๋ยวทำความสะอาดอีกรอบนะคะ
น้ำเกลือจะเค็มๆน้า
พักกัดฟันได้น้าตอนนี้
หมอขอขยับเบาะนะ
เดี๋ยวหมอจะผ่าข้างบนเลยน้า
ใกล้เสร็จแล้วนะ
เหลือแค่เย็บแล้ว
ฯลฯ

สารพัด คอยถามตลอดว่าไหวไหม ไม่ไหวบอกเลยนะ เจ็บมั้ย ด้วยเสียงที่ดูใจดีแบบใจดีจริงๆ

แต่แปลกนะที่เวลาหมอพูดกับพี่ผู้ช่วยแตงโมก็เหมือนใช้คำพูดเดียวกัน แต่เราไม่เห็นรู้สึกว่าเค้าใจดีซักเท่าไหร่ หรือว่าเค้าจะตั้งใจให้เราแยกออกว่าอันไหนคุยกับใคร
แต่เหมือนเราก็น่าจะเข้าใจผิดไปครั้งนึงที่หมอบอกให้ดูดน้ำที่คอ สงสัยจะบอกพี่ผู้ช่วย แต่เราดันกลืนไปซะหมดเลยก่อนที่พี่แตงโมจะเอาซัคชั่นมาจ่อ 5555555

จริงๆถ้าไม่ติดว่าหมอน่ารักเราอาจจะกลัวคลินิกนี้นะ อุปกรณ์ดูไม่ค่อยพร้อมเลย ไม้ไหมยังเห็นว่าพี่แตงโมเดินออกมาหาของบ่อยมาก แบบว่า
หัวกรอไม่ดีค่ะ ฝากเปลี่ยนด้วย ด่วนค่ะ (คำว่าด่วนค่ะทำเราหลอนไปนิดนึง) 
ขออันนี้ด้วยค่ะ ไม่ใช่อันนั้นค่ะ คล้ายๆกันแต่ปลายตัด
ตอนตัดไหมกรรไกรก็ไม่คมเอาซะเลย เห็นพี่แตงโมแฉ่บๆอยู่หลายที
แล้วก็อื่นๆ

แล้วเราก็ได้ยินหมอดูคอยสอนพี่แตงโมอยู่เรื่อยๆ เช่น
อย่าเอามือจับถาดค่ะ ถุงมือใหม่แต่มันไม่สเตอไรล์
อย่าฉีกท่านั้นค่ะ ฉีกแบบนี้สิ เหมือนฉีกถุงขนมแล้วให้หมอหยิบก็ได้
ซัคชั่นบังหมอค่ะ ซัคตรงนั้นได้มั้ยคะ 
สลับที่กับหมอดีกว่าค่ะ
หรือจะตอนที่กำลังจะตัดไหม ระวังโดนลิ้นๆ (แอบหัวเราะในคอ) หมอจะรู้มั้ยว่าเรากลัว


ก็นะ กว่าการที่ใครซักคนจะรู้จังหวะอะไรๆของกันและกันอาจจะต้องใช้เวลา

เราก็เริ่มสงสัยไปถึงหมอห้อง 5 ที่คลินิกที่นครปฐม ต้องใช้เวลานานแค่ไหน ผู้ช่วยคนนั้นถึงดูรู้ใจหมอจัง เราว่าหมอคนนั้นประหลาดมาก
ตั้งแต่ร้องเพลงหมดโควต้าที่เปิดจากทีวีเครื่องเล็กๆในห้องตอนฉีดยาชาให้เรา
/อีกไม่กี่ปีก็เป็นคุณป้าาาา/ พร้อมกับจึ้ก จึ้ก จึ้ก ฮือ นั่นหมอมีสติมั้ยคะ
หรือจะตอนที่หมอเปิดดูก๊อตซิลล่าภาคเก่าๆที่เป็นของญี่ปุ่นดูพร้อมกับทำฟันเราด้วย ตอนพักเงยหน้าหมอก็คุยกับผู้ช่วยเรื่องก็อตซิลล่าด้วยเสียงนิ่งเฉย

หมอแทบไม่เคยพูดอะไรกับเราเลย เชื่อมั้ยว่าเราไม่เคยเห็นหน้าหมอเลย ตอนได้เห็นจากการมองลอดผ้าคลุมหน้าหมอก็ใส่แมส พอทำฟันเสร็จ หมอก็จะมีจังหวะที่โคตรจะพอดีที่เก้าอี้ยกเราขึ้นมา หมอก็ถอดแมส หมุนเก้าอี้หันเข้าโต๊ะติดกำแพง ขีดๆเขียนๆ แล้วบอกให้เราไปรอข้างหน้า

หมอที่จัดฟันเราตอนเจอก็มักจะถามเรื่องเรียน เรื่องคะแนนสอบ เห้อ ทำไมกันนะ

ส่วนหมอที่เราเคยไปหาบ่อยๆตอนเด็กๆ หมอคนนี้ไม่เคยปิดตาเราเลย เราเห็นทุกการใช้เครื่องมือของหมอเลย แต่ตอนนั้นเราก็ไม่กลัวนะ ที่โต๊ะหมอจะมีพวกตุ๊กตาตัวเล็กๆวางเรียงอยู่ เราชอบมากเลย หมอคนนั้นสวยแล้วก็ใจดี เค้าเคยทำลูกโป่งเป็นรูปหมาให้เราด้วยเพราะบอกว่าเราเก่งที่ไม่ร้องไห้
แต่ไม่ได้ไปหาหมอคนนี้นานแล้วล่ะ

จริงๆหมอวันนี้อาจจะใจดีกว่าด้วยซ้ำ แต่เราคงหมดวัยที่หมอฟันจะชมว่าเก่งมากค่ะไปแล้ว

หมอฟันแต่ละคนนี่ต่างกันจัง


เราอยากจะรู้เหมือนกันว่าตอนโตเราจะเป็นผู้ใหญ่แบบไหน

หลังจากผ่าเสร็จหมอก็ให้ดูฟันด้วย อธิบายนิดๆหน่อยๆ หมอก็ถามว่าจะเก็บฟันกลับไปมั้ย ซึ่งเราก็บอกไปว่าไม่เอา

อีกอาทิตย์นึงมาตัดไหมนะ

แต่อาทิตย์หน้าเราอาจจะอยู่ต่างจังหวัด อาจจะตัดไหมที่อื่น
หมอบอกว่ายังไงก็ได้ แต่ถ้าจะค่อยมาตัดกับหมออีก 2 อาทิตย์ก็ได้ แต่มันอาจจะเหม็นหน่อย ซึ่งเอ่อ ตอนนี้เรากำลังลังเลเพราะว่าอยากจะมาเจอหมอคนนี้อีกจัง





SHARE
Written in this book
ขอให้นี่เป็นไดอารี่
I'm free to say whatever I like if it's wrong or right it's alright
Writer
sweetshit
a piece of shit
เพื่อนเรามีชื่อเป็นสัตว์ \ ขอให้นี่เป็นไดอารี่

Comments

fururune
4 years ago
ชอบหมอฟันที่นครปฐมจังค่ะ น่าสนใจมาก 😂
Reply
sweetshit
4 years ago
น่าทำวิจัยค่ะ 55555