The Story of Hormones...ย้อนเส้นทางสู่วันพุ่งพล่าน

"วัยรุ่น" คือวัยแห่งความฝันและความหวัง เป็นช่วงเวลาค้นหาตัวตน ชีวิตพวกเขามีความสดใสและความหวังอยู่มากมาย แต่ขณะเดียวกันก็มีความมืดหม่นและความเจ็บปวด ที่แฝงเข้ามาในชีวิตนั่นเอง

เรื่องราวของวัยรุ่นที่เห็นตามภาพยนตร์และโทรทัศน์ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ต่างนำเสนอเรื่องราวในแบบกลางๆ ไม่ก็เล่าถึงด้านที่สดใส หรือด้านสะท้อนปัญหาสังคม ซึ่งงานที่ถูกยกขึ้นหิ้งก็มีอยู่สองเรื่อง คือ "น้ำพุ" และ "เสียดาย"

แต่สังคมวัยรุ่นในวันนี้มีความหลากหลายที่มากขึ้นจากแต่ก่อน ซึ่งทำให้ผู้ใหญ่ก็ไม่รู้เลยว่าพวกเขาคิดอะไรกันอยู่ หรือ พวกเขาเป็นยังไงในวันนี้ ทำให้เรื่องราววัยรุ่นในแบบอดีตคงไม่สามารถที่จะสะท้อนภาพวัยรุ่นได้ชัดเจน

จนกระทั่งวันที่ 18 พฤษภาคม 2556

มีซีรีส์วัยรุ่นเรื่องหนึ่งที่ฉายทางช่องดาวเทียม ได้ฉีกกฏเกณฑ์ทุกอย่างที่เคยทำมาอย่างสิ้นเชิง!

ผมจำวันแรกได้ดีที่มีโอกาสได้ดูซีรีส์เรื่องนี้ หลังจากที่หลายคนบอกว่า มันคือกระแสที่กำลังพูดถึงในเวลานั้น แต่หลังจากที่ได้ดูเพียงตอนแรก ความรู้สึกที่มันคลิ๊กเข้ามาทันทีว่า

นี่มันคือเรื่องจริงวัยรุ่นวันนี้เลยว่ะ

หลังจากนั้นจึงติดเรื่องนี้มาโดยตลอด จนตอนหลังมันกลายเป็น Talk of the town ที่ไปไหนมาไหน จะต้องมีเรื่องนี้พูดถึงตลอดเวลา จนกลายเป็นปรากฏการณ์ข้ามคืนไปโดยปริยาย 

ปรากฏการณ์ที่ผมกำลังพูดถึงคือ "Hormones Forever"

สาเหตุมาจากซีรีส์ที่ชื่อ "Hormones วัยว้าวุ่น" ผลงานการกำกับซีรีส์เรื่องที่สองของ พี่ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์ ที่เล่าถึงกลุ่มวัยรุ่นที่เป็นตัวแทนของวัยรุ่นในยุคนี้ ซึ่งเล่าถึงชีวิตทั้งในและนอกโรงเรียนของพวกเขา ซึ่งเนื้อหากลับเล่าแบบตรงไปตรงมา ไม่มุ่งยัดเยียดจรรโลงความดีงามอย่างชัดเจน รวมถึงฉากแรงๆที่ไม่เกรงใจเซนเซอร์ ซึ่งกลายเป็นซีรีส์ที่ถูกพูดถึงและยกประเด็นกันพุ่งพล่านทั่วประเทศตามสื่อ

จากยอดคนดูใน Youtube สูงสุดเกือบ10ล้านวิว และแจ้งเกิดนักแสดงทุกคนจนกลายเป็นไอค่อนแห่งยุคไปในที่สุด

เกริ่นมายาวนาน เนื่องจากวันนี้ครบรอบ3ปี ที่ซีรีส์วัยรุ่นสุดพุ่งพล่านได้ออกสู่สายตาผู้ชม แม้ว่าจะลาจอไปแล้ว วันนี้จะเล่าถึงเส้นทางตั้งแต่จุดกำเนิดจนถึงวันปิดฉาก ซึ่งส่วนหนึ่งของเรื่องราวต่อจากนี้ มาจากซีรีส์และบทสัมภาษณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องมาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวพิเศษในวันนี้ เพื่อเป็นการย้อนรอยซีรีส์สุดพุ่งพล่านกัน

ถ้าพร้อมแล้วขอต้อนรับสู่โลกแห่งวัยว้าวุ่นอีกครั้ง



Hormones Season 1... เริ่มต้นไม่คาดฝันจนมันคือ Talk of The Town

ย้อนกลับไปปี 2555 จุดเริ่มต้นของซีรีส์วัยรุ่น มาจากความคิดของพี่ย้ง ที่ต้องการจะทำซีรีส์ที่ให้นักแสดงที่เขากำลังดูแลอยู่ ได้แสดง เหมือนลงสนามอุ่นเครื่องเพื่อรอรับงานใหม่ๆที่จะเข้ามา เป็นการฝึกปรือไปในตัว ประกอบกับอยากทำเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตวัยรุ่นเต็มตัว โดยส่วนหนึ่งมาจากแรงบันดาลใจมาชีวิตวัยเรียนของพี่ย้ง 

และเมื่อนำทุกอย่างมาผสมรวมกันจนสกัดออกมาเป็น "ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น"

ซึ่งงานนี้ถือเป็นการรวมนักแสดงดาวรุ่งในเวลานั้น อาทิ พีช-พชร จิราธิวัฒน์, แพทตี้-อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา, ไมเคิล - ศิรชัช เจียรถาวร, ปันปัน - สุทัตตา อุดมศิลป์, ฝน - ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล, ต่อ - ธนภพ ลีรัตนขจร, เก้า - สุภัสสรา ธนชาต, มาร์ช - จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล ฯลฯ

พี่ย้ง สร้างตัวละครในเรื่องนี้ด้วยการสัมภาษณ์นักแสดง แล้วพัฒนาตัวละครของแต่ละคน ซึ่งเป็นตัวแทนของเหล่าวัยรุ่นในยุคนี้ อาทิ วิน-หนุ่มป็อบประจำโรงเรียน, ขวัญ-นักเรียนดีเด่น, ดาว-สาวช่างฝัน, ไผ่-หนุ่มเลือดร้อน, สไปร์ท-เด็กสาวที่มีความมั่นใจสูง ฯลฯ

หลังจากเตรียมบทและความพร้อมของนักแสดง ก็เริ่มเปิดกล้อง 1 ธันวาคม 2555 ซึ่งใช้เวลาการถ่ายทำประมาณ 5 เดือน ซึ่งวันหนึ่งถ่ายวันละ 12-15 ซีน โดยพี่ย้งพิถีพิถันทุกฉาก รวมถึงใส่ลูกเล่นใหม่ ๆ ลงไปด้วย

หนึ่งในฉากที่ถือว่าหินที่สุดคือฉากงานคอนเสิร์ต Big Mountain 2012 ที่เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นงานจริง และด้วยความที่ออกกองเพียงสองอาทิตย์ แล้วต้องมาถ่ายฉากจบทั้งที่เพิ่งเริ่ม แต่ก็สามารถแก้ปัญหาจนผ่านพ้นไปด้วยดี

หลังจากที่ถ่ายทำจนถึงเดือนเมษายน (ฉากที่ไผ่ไปบวช) ก็ใช้เวลาที่เหลือทำการตัดต่อเพื่อให้ทันวันฉายคือ 18 พฤษภาคม 2556 ทางช่อง One ในช่วงที่ยังเป็นช่องดาวเทียม จนเมื่อถึงวันฉายซึ่งเป็นตอน EP.0 เป็นการแนะนำตัวละครและเรื่องราวเหมือนเรียกน้ำย่อย

ถือเป็นจุดเริ่มต้นของวัยว้าวุ่น

25 พฤษภาคม ตอนแรกที่ออกฉายสู่สายตาผู้ชม บวกกับได้มีการอัฟโหลดในแต่ละตอนทาง YOUTUBE ก็ยอดวิวสูงขึ้นในแต่ละสัปดาห์ทุกครั้ง คราวนี้กลายเป็นชนวนที่เกิดกระแสไปทั่วประเทศ อีกทั้งมีการหยิบประเด็นมาพูดคุยหรือตั้งกระทู้ตามสื่อต่างๆ แต่ที่ถือว่าสำเร็จคือบรรดาผู้ใหญ่ต่างก็ให้ความสนใจซีรีส์นี้เป็นจำนวนมาก มีทั้งชมและติคละเคล้ากันไป

ที่สำคัญฮอรโมน  ทำให้นักแสดงบางคนที่ดังอยู่แล้วกลับดังยิ่งขึ้นกว่าเดิมขณะที่หน้าใหม่ก็แจ้งเกิดทันที จนมีงานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งไม่มีใครคิดเลยว่าจากซีรีส์ธรรมดา กลายเป็นซีรีส์โด่งดังข้ามคืนกันเลยทีเดียว เวลาไปไหนมาไหน จะต้องมีเรื่องฮอร์โมนเป็นหนึ่งในหัวข้อสนทนาแทบทุกครั้ง



Hormones Season 2... บทสรุปความสัมพันธ์???

จากความสำเร็จในซีซั่นแรก ทำให้พี่ย้งจึงสานเรื่องราววัยว้าวุ่นอีกครั้ง แต่คราวนี้ได้มอมหมายให้ พี่ปิง-เกรียงไกร วชิรธรรมพร หนึ่งในมือเขียนบทตั้งแต่ซีซั่นแรกมากำกับเต็มตัว ซึ่งเป็ฯการเล่าถึงบทสรุปความสัมพันธ์ของทุกตัวละครว่าจะลงเอยในทิศทางใด

และที่พิเศษกว่านั้น นอกจากนักแสดงชุดเดิมจะกลับมาครบทีมอีกครั้ง ปีนี้พี่ย้งได้เพิ่มไอเดียอีกนั่นคือ การเฟ้นหานักแสดงหน้าใหม่ที่จะมาร่วมแสดงในซีรีส์วัยว้าวุ่น ภายใต้โปรเจคที่ชื่อ

Hormones The Next Gen


ซึ่งโปรเจคครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงก่อนเปิดกล้อง โดยทีมงานได้เฟ้นหาจากวัยรุ่นทั่วประเทศนับแสนคนผ่านสเก๊าท์จากทีมงาน รวมถึงเปิดรับสมัครทั่วประเทศ จนในที่สุดก็ได้ 5 คนที่จะไปเป็นนักแสดงหน้าใหม่ร่วมกับรุ่นพี่ในซีซั่นนี้ แบงค์ - ธิติ, แพรวา - ณิชาภัทร, เจมส์ - ธีรดนย์, ต้าเหนิง - กัญญาวีร์ และ ฟรัง - นรีกุล

12 กรกฎาคม 2557 ภาคต่อก็ได้ฉายทางช่อง GTH ON AIR และ GMM CHANNEL ซึ่งเป็นการประเดิมลงช่องทีวีดิจิตอลครั้งแรก ซึ่งผลตอบรับก็ยังคงใกล้เคียงจากภาคแรก ซึ่งเหล่าห้านักแสดงใหม่ก็แจ้งเกิดจนมีผลงานอื่นๆตามมา และเป็นการปิดฉากรุ่นแรกได้อย่างสวยงาม



Hormones Season 3...ปิดไตรภาคสุดพุ่งพล่าน 

หลังจบซีซั่นสองไป ก็มีเสียงเรียกร้องที่อยากจะดูซีซั่น 3 แต่ก่อนหน้านี้บางคนได้มีโอกาสไปอุ่นเครื่องในซีรีส์เขย่าขวัญ "เพื่อนเฮี้ยนโรงเรียนหลอน" หลังจากนั้นต้นปี2558 พี่ย้งเปิดโปรเจคพิเศษในชื่อ FROZEN HORMONES ทริปว้าวุ่น 0 องศา ซึ่งเป็นการนำนักแสดง 30ชีวิตทั้งจากฮอร์โมน และ HM Next Gen ไปผจญภัยที่ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการส่งไม้ต่อให้รุ่นใหม่และเป็นการอำลารุ่นแรก

หลังจากนั้นก็มาถึงวันที่ทุกคนรอคอย คือซีซั่นสาม ในชื่อ "HORMONES 3 THE FINAL SEASON" ที่ครั้งนี้ทุกคนคาดหวังและเซอร์ไพร์สมากกว่าครั้งไหนๆ(รวมถึงข้าพเจ้า555) เพราะว่านี่คือครั้งแรกที่เหล่า NEXT GEN จะขึ้นมาเป็นตัวหลักเต็มตัวและ.......

มันคือครั้งสุดท้ายที่จะปิดฉากซีรีส์สุดพุ่งพล่าน ที่ครองใจคนทั้งประเทศ!

ซึ่งในครั้งนี้พี่ปิงและพี่ย้ง เปิดเรื่องใหม่ที่ครั้งนี้เนื้อหาจะเข้มข้นเป็นสองเท่า รวมถึงหยิบประเด็นใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยเล่าได้ถูกสานต่อในซีซั่นนี้ ซึ่งเริ่มฉายวันที่ 19 กันยายน 2558 ซึ่งถือได้ว่าครั้งนี้เตรียมงานมาแบบจัดเต็มและยิ่งเป็ฯครั้งสุดท้ายทำให้ผู้กำกับกับและนักแสดง จึงขอใส่เต็มที่ให้สมกับเป็นครั้งสุดท้าย



ความรู้สึกในฐานะแฟนซีรีส์คนหนึ่ง


นับตั้งแต่วันแรก ที่ได้มีโอกาสรับชม แม้หลายคนจะบอกว่าเป็นซีรีส์ที่แรง แต่เนื้อเรื่องกลับให้ชวนติดตาม ซึ่งซีรีส์นี้ไม่ได้สรุปว่าใครผิดใครถูก หรือสอนว่าถ้าทำแบบนี้ต้องเจอแบบนี้ แต่สารที่ฮอร์โมนจะสื่อคือ

ให้คนดูได้เห็นและรู้สึกร่วมไปกับตัวละครของพวกเขา ซึ่งไม่ว่าจะผิดหรือถูก มันก็คือบทเรียนน้ำดีที่ทำให้เขาเติบโตขึ้น ขระเดียวกันก้ได้เห็นปัญหาสะท้อนสังคมวัยรุ่นที่ทุกวันนี้มันหลากหลายมากขึ้นและไม่ได้ตายตัว ซึ่งก็ทำให้เข้าใจความคิดวัยรุ่นสมัยนี้เป็นอย่างดี

แต่ที่ชื่นชมที่สุดก็คือตัวละครในซีซั่นสาม พละ ที่รับบทโดย สกาย - วงศ์รวี นทีธร ซึ่งเป็นเด็กหนุ่ม ขี้อาย ยิ้มง่าย จริงใจ และมองโลกในแง่ดี แต่จริงๆเขามีเชื้อเอชไอวี มาตั้งแต่เกิดซึ่ง เรื่องราวของพละก็ทำให้หลายคนได้เข้าใจว่า เอดส์ กับ เอชไอวี เป็นคนละโรคกัน  ยิ่งพอมีคลิปที่อธิบายถึงเชื้อเอชไอวี ซึ่งงานนี้ฮอร์โมนได้มีส่วนช่วยต่อสังคม เหมือนเป็นการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็ฯสื่อว่า โรคนี้ไม่ได้น่ากลัวและรุนแรงเหมือนที่หลายๆเรื่องได้นำเสนอนั่นเอง

ฮอร์โมนทำให้ได้ถวิลหาในช่วง ม.ปลายที่เวลาดูตอนไหนเคยได้ยินหลายคนที่ดูบอกเหมือนในซีรีส์ไม่มีผิด

ต้องขอบคุณพี่ย้งและพี่ปิง รวมถึงนักแสดงทีมงานทุกคน ที่ช่วยกันสร้างสรรค์ซีรีส์ดีๆ เป็นเหมือนเพื่อนคนหนึ่งที่พาเราไปรู้จักวัยรุ่นว่าทุกวันนี้ เขาเป็นยังไงคิดยังไง และเป็นสิ่งที่เชื่อมไปยังทุกสถาบันทั้ง ครอบครัว โรงเรียน เมื่อได้ดูเรื่องนี้ ก็ทำให้ได้เห็นปัฐหาที่สะท้อนผ่านเรื่องราวในซีรีส์นั่นเอง

ซึ่งวันนี้มันกลายเป็นหน้าหนึ่งในความทรงจำของใครไปหลายๆคน........

ข้อมูลประกอบ:

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1373782754

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1372846093

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1373428029

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AE%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%8C_%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99









SHARE
Written in this book
ช็อคโกแล็ต...ไดอารี่
บันทึกเรื่องราวดีๆ ที่มีอยู่มากมายเกิดขึ้นได้ทุกที่...แม้แต่กล่องช็อคโกแล็ต
Writer
DreamerWriter25
Rookie Writer
นักเขียน / นักฝัน (สมัครเล่น)

Comments