Rain Over Me [ERóTíSKUR]

เพียงวินาทีที่ 'อาทิตยา' เดินเข้ามาในห้อง เขาก็รับรู้ได้ว่าหล่อนกำลังเดือดดาลถึงขีดสุด เพราะ หนึ่ง เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นดังและถี่กว่าปกติ สอง เขาได้ยินหล่อนสบถด่าใครสักคนขณะพยายามไขกุญแจเข้าบ้าน และสาม แม่สาวหัวร้อนกำลังเดินปั้นหน้ายักษ์มาทางนี้แล้ว 

พั่บ! กระเป๋าถือสีทองแดงใบสวยปลิวเฉียดจมูกเขาไปนิดเดียว ยังดีกว่าคราวก่อนที่โดนลูกหลงเป็นรองเท้าส้นสูงสามนิ้ว เขายิ้มให้กับตัวเอง ก่อนก้มลงไปเก็บมันมาวางบนโต๊ะ และหย่อนตัวลงนั่งข้างหญิงสาวที่ยังอยู่ในอาการกระฟัดกระเฟียด
 
"เป็นอะไรครับ ซันนี่ของผม" เขาจงใจเรียกชื่อเล่นของหล่อน พลางบีบนวดไปตามท่อนแขนขาวเนียน "หงุดหงิดอะไรมา หืม...เล่าให้ฟังหน่อยสิครับ"

"ฉันทนไม่ไหวกับพวกนั้นแล้วนะ! ทำงานเยอะก็ด่า มันใช่ความผิดของฉันไหมห๊ะ!"  

"ไม่ใช่แน่นอนครับ คนดี"

"แต่ก็มาโทษฉัน เอะอะๆ อะไรก็โทษฉัน" หญิงสาวขยี้ผมสีแดงเพลิงของตนจนยุ่งเหยิง "ต้นเดือนที่แล้วฉันเลยลองแลกงานกับยายน้ำหนาว ผ่านไปยังไม่ถึงสัปดาห์ โวยวายอยากให้ฉันกลับมาอีก...สรุปฉันต้องทำยังไงเหรอ? พวกเขาถึงจะพอใจกันสักทีน่ะ"
 
"เราทำให้ใครพอใจทุกคนไม่ได้หรอกครับ ผมเองก็เหมือนกัน แค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดก็พอ"

"ฉันก็พยายามจะคิดแบบนั้นอยู่...เดี๋ยวนะ กี่โมงแล้วเนี่ย"

"บ่ายโมงครับ...เอ๊ะ ซันนี่ยังอยู่ในเวลางานไม่ใช่เหรอครับ?"

"ก็ใช่น่ะสิ แต่อยากอู้ เหนื่อย..แต่เดี๋ยวก็ต้องกลับไปทำงานแล้วล่ะ"  


หญิงสาวพร่ำบ่นอะไรอีกหลายประโยค ซึ่งเขาไม่ได้ฟัง เขากำลังจดจ่ออยู่กับอากัปกิริยาของหล่อน...ริมฝีปากรูปกระจับแต้มสีแดงสดเม้มเป็นเส้นตรง ก่อนเผยออกอย่างช้าๆเพื่อเปล่งเสียงกังวานใส ทว่าเจือความแหบพร่าจางๆอย่างยั่วเย้าอารมณ์ ไหนจะเนินอกขาวผ่องที่โผล่พ้นเดรสรัดรูปมาแย่งความสนใจไปอีก 

"เอ่อ...ซันนี่ครับ"


เขากลืนน้ำลาย พยายามปรับน้ำเสียงให้อยู่ในโทนปกติมากที่สุด

"วันนี้ลางานเถอะครับ"

"จะบ้าเหรอ! ฤดูนี้ ฉันลาไม่ได้หรอก"

"ครึ่งวันเอง...เดี๋ยวผมทำแทนให้ก็ได้" มือหนาถือวิสาสะรูดซิปหลังให้หญิงสาวอย่างลืมตัว "หรือ เราจะทำด้วยกันก็ได้นะครับ"

อาทิตยารู้ดีว่าประโยคสองแง่สามง่ามนั้นหมายถึงอะไร หล่อนหัวเราะคิก สะบัดปลายผมสลวยราวกับเส้นไหมให้คลอเคลียไปบนเบาะหนังเทียมของโซฟาตัวยาว พลางสั่นศีรษะปฏิเสธอย่างช้าๆ

"ฉันต้องทำงานน่า...." 

"ทำแบบนี้ก็ได้งานเหมือนกันครับ"

"เธอนี่มันดื้อด้านจริงๆ ให้ตายเถอะ...อ๊า" 

เสียงหวานครางกระเส่าเมื่อเขาพลิกตัวขึ้นมาคร่อมทับร่างบางและเริ่มลุกล้ำบริเวณซอกคออย่างหิวกระหาย แม้ยามปกติชายหนุ่มจะสุภาพและใจเย็นตามประสาผู้ช่วยที่ดีเพียงใด แต่เรื่องบนเตียงเท่านั้นที่เขาจะไม่มีวันยอมอ่อนข้อให้ ร่างสูงไล่ประพรมจูบบนหน้าท้องนวลเนียน ก่อนเลื่อนลงไปหากุหลาบงามที่มีเพียงชั้นในลูกไม้ตัวจิ๋วขวางกั้น เขาคลี่ยิ้มอย่างพึงใจเมื่อเห็นความชุ่มฉ่ำของมัน


"จะมองอีกนานไหม อีตาบ้า"

"ซันนี่ของผมสวยขนาดนี้ เลยอยากมองนานๆไงครับ"

"ใครซันนี่ของเธอไม่ทราบ...ฉันเป็นเจ้านายนะ ต้องเรียกฉันว่ายังไง"

เขายิ้ม ฝังจมูกลงบนบริเวณซ่อนเร้นของหล่อน สูดกลิ่นหอมอ่อนๆตามธรรมชาติของสตรี ลูบไล้ผิวกายเนียนละเอียดราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่วับแวมอยู่ใต้ผ้าลูกไม้ ชายหนุ่มกัดฟันแน่น รู้สึกถึงความเป็นชายของตนที่กำลังจะคลั่งตายด้วยกิเลสอันหอมหวาน 

"คุณอาทิตยาของผม"

เขาปลดเปลื้องพันธนาการชิ้นสุดท้ายออก พิจารณากลีบกุหลาบสีแดงสดของหญิงสาว แม้จะผ่านการเชยชมจากเขามานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ก็ยังคงความช่างใสบริสุทธิ์ราวกับสาวแรกรุ่นอยู่เสมอ...เขาไล้นิ้วมือเป็นวงกลมบนความฉ่ำชื้นนั้น ก่อนรู้สึกถึงแรงกระตุกเบาๆจากอีกฝ่าย

"พอเถอะ นี่เพิ่งจะ...บะ...บ่ายโมงกว่าเองนะ"

"แน่ใจเหรอครับ ว่าไม่อยากให้ผมช่วย"

"อื้อ......."

"คุณอาทิตยา บอกผมสิว่าคุณต้องการอะไร"

"อ๊า...ฉัน....ฉัน...ฉันไม่รู้" 

"ถ้าอย่างนั้น...ผมจะปล่อยให้คุณกลับไปทำงาน"


เขาแสร้งผละหนีจากหล่อน หญิงสาวเบิกตากว้าง ฉุดรั้งข้อมือของอีกฝ่ายไว้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะปีนขึ้นไปนั่งทับร่างคนใจร้ายที่ปล่อยอารมณ์หวาบหวิวของตนทิ้งไว้กลางทาง 


"เมฆ! เธอจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ!"  หล่อนแหวเสียงเขียว 

"ก็ผมไม่รู้ว่าคุณต้องการอะไรนี่ครับ"

"ก็ลองเดาสิ เจ้าโง่เอ๊ย"

"อืม....ขอผมคิดดูก่อน" ชายหนุ่มพูดเสียงขรึม ทว่ามือซุกซนกลับบีบคลึงปทุมถันคู่สวยขนาดพอดีอย่างสนุกสนาน หล่อนพ่นลมหายใจไม่เป็นจังหวะด้วยความสับสน เลือดลมสูบฉีดเปลี่ยนผิวกายสีหินอ่อนให้ชมพูระเรื่ออย่างน่าหลงใหล เขารับรู้ว่าขณะนี้ความต้องการของคนตรงหน้าได้พุ่งทะยานเกือบถึงฝั่งฝันแล้ว จึงหยุดชะงักการกระทำทุกอย่างอีกครั้ง

"นึกไม่ออกจริงๆครับ"

คราวนี้หญิงสาวไม่เหลือเรี่ยวแรงจะโวยวายเหมือนเคย หล่อนเพียงขมวดคิ้ว ก่อนปล่อยเรือนร่างบอบบางฟุบลงบนแผ่นอกแข็งแกร่ง อ่อนระทวยราวกับขี้ผึ้งลนไฟ 


"Please rain it over me"


น้ำเสียงอ่อนแอเอ่ยประโยคขอร้องอย่างแผ่วเบา ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอให้กับชัยชนะของตน ก่อนเชยคางมนของเจ้านายสาวขึ้นมาด้วยความปรารถนา


"ยินดีอย่างยิ่งเลยครับ ดวงอาทิตย์แสนสวย"


หล่อนเหนื่อยมาหลายเดือนแล้ว คงถึงเวลาที่ต้องพักผ่อนอย่างจริงจังเสียที


.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
"โถ่เว้ย! ฝนตกได้ไงวะ คนเพิ่งซักผ้าเสร็จนะเว้ย!" 

"อ้าว ตะกี้แดดยังแรงๆอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?"

"ก็ไอ้เมฆก้อนนั้นน่ะสิ จู่ๅก็ลอยมาบังแดด แล้วฟ้าก็ครึ้ม ฝนตกเฉยเลย"

"ฮ่าๆ ปล่อยโลกร้อนตับแลบเป็นเดือนๆ แล้วค่อยให้ฝนมาตกวันที่จะซักผ้า พระอาทิตย์นี่กวนประสาทดีจริง"
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.


ปล. ต่อไปนี้ถ้าตากผ้าแล้วฟ้าครึ้มหรือฝนตก อย่าโกรธดวงอาทิตย์กันนะคะ ปล่อยให้เขาได้ใกล้ชิดกับก้อนเมฆบ้าง อิอิ

#วันพักผ่อนของแสงแดด
#แบบนี้ก็ได้เหรอ555555555

photo credit : tumblr.com


SHARE
Written in this book
THE IMAGINARIUM
let's escape from the reality
Writer
Jenine280
INFP
“I am a pessimist because of intelligence, but an optimist because of will.” Antonio Gramsci

Comments

Ddeamsjr
3 years ago
อ่านไป กลืนน้ำลายไป แล้วมาหัวทิ่มตอนจบ ไอ้ก้อนเมฆฆฆฆฆฆฆ

Reply
Jenine280
3 years ago
555555555555555 ก็วันพักผ่อนของแสงแดดจริงๆเนาะ #มีความเมฆบัง
Destitune
3 years ago
ข้างบนนี่ไม่มีคำอธิบายค่ะ 😳 แต่สงสัยตรงด้านล่าง.. ทำไมเมฆต้องสวีทกับคุณซันนี่วันที่เราซักผ้า.. 😢
Reply
Jenine280
3 years ago
อาจเป็นการแก้แค้นของคุณพระอาทิตย์ ที่มนุษย์เราชอบบ่นว่าแดดร้อนเกินไปค่ะ 555
Destitune
3 years ago
ก็แค่อยากให้คุณอาทิตย์พักบ้าง ทำงายหนักเกินไปไม่ดีนะคะ เอาแบบแดดเบาๆ อุณหภูมิ 24 - 26 งี้ กำลังชิวๆ สบายทั้งคุณอาทิตย์สบายทั้งมนุษย์
Jenine280
3 years ago
เธอเป็นสาวบ้างานค่ะ 😂 กลัวโลกไม่อุ่น
Imagist
3 years ago
อารมณ์ค้าง 😅
Reply
Jenine280
3 years ago
ตัดจบเพราะคนแต่งจะรีบวิ่งไปเก็บผ้า ฟ้าครึ้มมาแล้วค่ะ อิอิ 😁
Imagist
3 years ago
ช่วยกลับมาเขียนต่อให้จบด้วยน้า 😂😂
Jenine280
3 years ago
โอ่ยยยย ขอติดไว้ก่อนนะคะ จินตนาการยังไม่ถึง > < แค่นี้ก็เขียนไปหน้าแดงไปแล้ว ฮ่าาาา
NORTH
3 years ago
จบแบบหักมุมมาก 555+ 
Reply
Jenine280
3 years ago
แดดมันร้อนก็งี้ อิอิ
Mizolynz
2 years ago
หูยยยย เข้าแล้วว่าทำไมฝนตกแล้วไม่เห็นดวงอาทิตย์
Reply
Jenine280
2 years ago
ช่วงนี้ฝนตกบ่อยนะคะ อิๆ