1. หนังดี สร้างเเรงบันดาลใจ The Man who knew infinity
วันนี้ได้มีโอกาสไปดูหนังเรื่อง The man who knew infinity ที่ลิโด้
ตอนแรกเฉยๆ เพราะเเฟนชวนไป รู้เเต่เป็นประวัติของนักคณิตศาสตร์..แค่นั้น

แต่พอดูหนังจบ....มันไม่เเค่นั้น
แต่มันมีความอิน....มากกว่านั้น

หนังเป็นเรื่องของนักคณิตศาสตร์ อินเดียชื่อ ศรีนิวาสะ รามานุจัน 
นำเเสดงโดย เดฟ พาเทล นักแสดงหนุ่มจากหนังออสการ์ “Slumdog Millionaire" (ก็ว่าคุ้นมาก)
โดยเค้าสามารถแก้สมการที่ยากกกกกมาก เช่น Partition หรืออีกมาก (ไม่ใช่นักคณิตศาสตร์เลยจำไม่ค่อยได้)

โดยเค้าต้องผ่านอุปสรรคมากมายกว่าจะเป็นที่ยอมรับของนักคณิตศาสตร์ประเทศอังกฤษ ในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ที่อย่าง นิวตันเคยเรียนที่นี่

โดยการมาอยู่ที่อังกฤษเค้าได้รับการช่วยเหลือและทำให้เค้าเห็นความสำคัญของการพิสูจน์
ซึ่งในช่วงเเรก รามานุจันจะไม่เข้าในสังคม การวางตัว หรือเเม้แต่ศาสนาที่ต่างกัน
แต่เค้ามี Pro. ฮาร์ดี้ และ Prof. ลิตเติ้ลวู้ด ซึ่งเป็นนักคณิตศาสตร์ที่มีชื่อเสียงอีกคนคอยช่วย

จุดพีคคือ....
รามานุจัน พบว่าตัวเองเป็นวัณโรค ซึี่งมีเวลาอีกไม่นานที่จะมีชีวิตอยู่
ตอนนั้นเค้าก็พบว่า ภรรยาอันเป็นที่รักไม่ติดต่อมาเลย (ซึ่งจริงๆคือเกิดการกัดกันจากแม่สามี)
ต้องมาเจอกับภาวะที่คิดว่าเพื่อนร่วมงานไม่เชื่อในตัวเค้า
รามานุจัน  ตัดสินใจจะฆ่าตัวตาย....แต่รอดมาได้

หลังจากนั้น Prof. ฮาร์ดี้เริ่มเข้าใจและ รามานุจันเองก็เริ่มมีเเรงฮึดในการที่จะเอาชนะการพิสูจน์กฏ Partition จนเป็นที่ยอมรับของราชบัณฑิตสมาคมนักคณิตศาสตร์ของอังกฤษ

แต่น่าเสียดายคนเก่งมักจะมีชีวิตอยู่ไม่นาน เค้าเสียชีวิตเพียง 1 ปีหลังจากนั้น
สิ่งที่ได้จากหนังเรื่องนี้ทำให้รู้ว่า

เรื่องนี้ทำให้เราคิดได้หลายๆอย่าง 

"สิ่งที่คิดมาได้นั้น แม้มันจะถูกแต่หากไม่ได้รับการพิสูจน์ ยากที่คนอื่นจะเชื่อและเผื่อแพร่"
เพราะจริงๆ รามานุจัน เชื่อว่าเค้าได้สูตรการแก้สมการมาจากพระเจ้า คือพระศิวะ และพระนางอะะไรสักอย่าง บอกสูตรตอนเค้าหลับ แสดงให้เห็นถืึงความศรัทธา และความเชื่อในพระเจ้า แต่ Prof. ฮาร์ดี้เอง เป็นผู้ที่ทำให้รามานุจันเห็นว่า หากเราไม่พิสูจน์ว่ามันถูกต้อง เราจะไม่ได้รับการยอมรับจากคนอื่น และผลงานจะไม่ได้รับการเผยเเพร่เลย 
 
"การมีที่ปรึกษาและเพื่อนร่วมงานที่ดี แม้อุปสรรคจะมากแค่ไหน เราก็สามารถผ่านไปได้"
อย่างที่ Prof. ฮาร์ดี้ และ Prof. ลิตเติ้ลวู้ด เชื่อใจและพยายามทำให้ รามานุจันเป็นที่ยอมรับในความอัจริยะ แต่ต่างชนชั้นจากคนอังกฤษ 

หลังออกจากโรงหนัง อินจัด ร้องไห้ ประหนึ่งรามานุจันคือ ญาติผู้ใหญ่ 
หนังดีจริงๆที่ควรดู เข้าที่ลิโด้หลายรอบเลยค่ะ อยากจะให้ไปดูกันเยอะๆๆ



SHARE
Writer
Kwang_EnviSaiHaa
Environmentalist
นักสิ่งแวดล้อมที่ชอบการเขียน เล่า เรื่องเที่ยว เรื่องกิน และเรื่องหนัง ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนค้า

Comments

TEMPU
4 years ago
ดูมาเหมือนกันค่ะ และก็ร้องไห้เหมือนกันด้วย 5555555
ฉากที่ร้องสะอื้นเลยคือ ฉากที่รามานุจันปฏิญาณตนเป็นสมาชิกสมาคม
หนังดีมากกกก ชอบเดฟ พาเทลอยู่แล้วเลยอินหนักไปหน่อย :D

Reply
Kwang_EnviSaiHaa
4 years ago
เหมือนกันเลยค่ะ ชอบมาก  คือหนังดีเนอะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ