หลังจากที่เขาบอกฉันว่า "รัก" (1)
ตอนนี้ฉันอายุ 26 และคิดว่าเพิ่งรู้จักกับ “ความรัก” เป็นครั้งแรก
...
1
ความรู้สึกนั้นเคยเกิดขึ้นตอนที่ฉันอยู่อนุบาล 2 เด็กหญิงผมเปียสองข้างที่แม่ถักให้ทุกเช้าในชุดเอี๊ยมสีแดง นิ่งขรึมและไม่เคยหัวเราะ แต่หัวใจจะเต้นเร็วกว่าปกติทุกครั้งที่ได้นั่งในแถวเวลาเคารพธงชาติข้าง “นัท” เด็กชายที่เรียนห้องเดียวกัน

นัทก็เป็นคนที่มีบุคลิกไม่ต่าง เพียงแต่เขามักได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนของห้องร่วมกิจกรรมของโรงเรียนเกือบทุกครั้ง และมีครั้งหนึ่งที่ฉันและนัทได้รับเลือกให้ถือพานคู่กัน แต่สุดท้ายฉันก็ถูกเปลี่ยนตัว เพราะก่อนหน้าวันไหว้ครูนั้น ฉันหกล้มจนหัวเข่าถลอกเป็นแผล ไม่สามารถคลานเข่าในพิธีการได้

ฉันก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าตอนนั้นฉันร้องไห้หรือเปล่า รู้แค่ว่าพอขึ้นป. 2 นัทก็ย้ายโรงเรียน หลังจากนั้นเราก็ไม่เคยเจอกันอีกเลย

2
ขึ้นป.5 ฉันตกหลมุเสน่ห์ “สุรพล” นักฟุตบอลประจำโรงเรียนเข้าจนได้ ฉันไม่ได้ชอบเขาเพราะความโดดเด่นในเรื่องทักษะการกีฬาหรอก แต่ฉันประทับใจ “น้ำใจ” ของเขาที่มีต่อคนรอบข้างต่างหาก ฉันมักจะเห็นเขาช่วยเพื่อนทำความสะอาดห้องก่อนกลับบ้านในทุกๆ วัน อาสาคุณครูไปหยิบสมุดการบ้านเกือบทุกครั้ง และบางทีคุณครูก็ใช้ให้ไปหยิบไม้เรียว เพื่อมาตีนักเรียนที่ไม่ส่งการบ้าน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็เป็นฉันเอง

พอขึ้นป.6 เราก็ยังได้อยู่ห้องเดียวกัน เขาทำให้ฉันอยากมาโรงเรียนเช้าๆ เพราะนอกจากได้เจอเขาแล้ว ยังได้ช่วยเก็บขยะรอบโรงเรียนกันสองต่อสอง โดยที่มีฉันเป็นคนเก็บ แล้วทิ้งลงในถุงพลาสติกในมือที่เขาพกใส่กระเป๋ามาจากบ้าน เขาจะชอบเล่าเรื่องน้องสาวของเขาให้ฉันฟัง เธอเพิ่งเดินได้เท่านั้น เขาพูดย้ำทุกวันว่านอกจากแม่แล้ว ผู้หญิงอีกคนที่เขารักมากที่สุดก็คือ น้องสาว

เมื่อวันปัจฉิมนิเทศมาถึง ฉันตัดสินใจเขียนจดหมายบอกความในใจ แต่ก็ไม่กล้าพอที่จะนำไปให้ ฉันเลยเก็บกระดาษแผ่นนั้นไว้ในสมุดเล่มหนึ่งในกระเป๋านักเรียนและปล่อยให้มันนอนหลับใหล ไม่ปลุกขึ้นมานับแต่วันนั้น

ฉันกับสุรพลไม่ได้ติดต่อกัน แต่ฉันมีที่อยู่ของเขาในสมุดเฟรนด์ชิพที่ฉันให้เขาเขียนเป็นคนแรก มีตัวอักษรเรียงกันว่า

“ขอบใจที่ช่วยเราเก็บขยะทุกเช้า ยุ้ยเป็นเพื่อนที่น่ารักมาก”

จากนั้นไม่นานฉันก็ได้ยินข่าวจากเพื่อนๆ ว่าเขาได้รับคัดเลือกให้ไปเรียนต่อโรงเรียนกีฬา ส่วนฉันเลือกเรียนต่อโรงเรียนมัธยมใกล้ๆ บ้าน และที่นั่นเองที่ฉันได้พบกับ “พี่บอย” รุ่นพี่ต่างโรงเรียน

3
ตอนนั้นฉันอยู่ม.3 พี่บอยกับเพื่อนๆ มาทำกิจกรรมเชิญชวนให้ไปสมัครเรียนต่อมัธยมปลายที่โรงเรียนของพวกเขา ฉันรู้จักชื่อของพี่บอยจากป้ายกระดาษขนาดสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่แขวนแล้วห้อยไปมาอยู่ตรงช่วงอก เขาเป็นคนตัวสูง ผอม หน้าตาไม่ถึงกับหล่อเหลาเท่ากับพี่อีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ แต่ฉันกลับรู้สึกชอบเขา แม้เราไม่เคยสบตากันด้วยซ้ำ

และแน่นอนว่าโชคชะตาเป็นใจ ฉันสอบติดโรงเรียนที่พี่บอยเรียนอยู่ แถมยังได้อยู่สีเดียวกับพี่บอยอีกด้วย ฉันสมัครกีฬาแชร์บอล เพราะมีเขาเป็นโค้ช แอบเนียนๆ คุยกับพี่บอยบ่อยครั้งจนเขาจำฉันได้ ทุกๆ วันก็คอยเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวใน hi5  และมีไปคอมเม้นท์บ้างบางครั้ง หรือเวลาอยู่โรงเรียนไม่ว่าจะบังเอิญเจอกันที่โรงอาหาร ใต้อาคาร หรือสนามกีฬา ฉันก็จะไปอยู่ในจุดที่มองเห็นพี่บอยชัดที่สุด แม้ว่าเขาจะมองไม่เห็นฉันเลยก็ตาม

และวันหนึ่งที่ฉันบังเอิญขึ้นรถสองแถวคันเดียวกับพี่บอย ทั้งรถมีแค่เราสองคน ฉันก็หลุดปากเผยความลับในใจออกไป พี่บอยไม่ตอบอะไรได้แต่ส่งยิ้มอ่อนๆ กลับมา

หลังจากนั้นเรื่องระหว่างเรายังคงเป็นปกติ พี่บอยวางตัวกับฉันเหมือนที่ผ่านมา ไม่ห่างเหินแต่ไม่สนิทสนม จนเมื่อเขาเข้ามหาวิทยาลัย ฉันก็ยังคอยติดตามให้กำลังใจด้วยการกดไลค์ในเฟซบุ๊ก และความรู้สึกฉันที่มีต่อพี่บอยก็ต้องหยุดลง เมื่อพี่บอยลงรูปคู่กับผู้หญิงแบบแนบชิด

พี่บอยมีแฟนแล้ว...

แค่ลำพังฉันชอบเขาข้างเดียว เขายังไม่สนใจฉัน เมื่อเขามีแฟนแล้ว หัวใจเขาก็มอบให้ใครอีกคนไปแล้ว ยิ่งกว่าสิ้นหวัง ฉันไม่รู้ควรเรียกว่าอะไร

ฉันจึงเลือกเดินถอยหลังออกมา ไม่ไปเจ๊าะแจ๊ะเขาเหมือนแต่ก่อนที่เคยทำ มากสุดคือการอวยพรวันเกิดให้เขาในเฟซบุ๊ก ทุกปี

...ปีละหนึ่งครั้ง
.
โปรดติดตามตอนต่อไป
SHARE
Writer
SKYISPINK
Experiencer
แม่ค้าขี้เล่า เธอเป็นแม่ค้าขายเสื้อผ้ามือสอง เธอเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ เธอเป็นลูกสาว พี่สาว น้องสาว และหวังไว้ว่าอยากเป็นหญิงสาวของใครสักคน

Comments

gamglom
3 years ago
ชอบบบบ ^^
Reply
JMROMA
3 years ago
ยุ้ยมีความรักให้ทุกคน แต่เชื่อว่าเธอกำลังตามหาคนที่เธอรัก และรักเธออยู่แน่ๆ :)
Reply