“ลูกหลานจะสามารถเลี้ยงดูเรา เมื่อยามแก่ชราได้หรือไม่”

...

ยังมีคนไทยอีกหลายคน
ที่คิดว่าการเกษียณอายุเป็นเรื่องง่าย

คิดแต่จะพึ่งพาคนอื่น
คิดแต่จะให้ลูกหลานเลี้ยงดู

โดยไม่เคยคำนึงเลยว่า
ลูกหลานจะมีปัญญาเลี้ยงดูหรือไม่

ยุคสมัยได้เปลี่ยนไปแล้วครับ
จะหวังพึ่งแต่ลูกหลานเหมือนในสมัยก่อน
คงเป็นเรื่องที่ไม่ดีเท่าไหร่นัก

...

เพราะในสมัยก่อน..

คนไทยนิยมมีลูกหลายคน
โดยหลายๆครอบครัว
มีกันเกือบ 10 คน หรือมากกว่านั้น

จึงไม่แปลกเลยที่ลูกๆเป็นโขยง
จะเลี้ยงดูพ่อแม่เพียง 1-2 คนได้
แค่เจียดเงินกันคนละนิดต่อเดือน
พ่อแม่ก็มีกินมีใช้ไปทั้งเดือนแล้ว

...

แต่ในปัจจุบัน..

คนไทยนิยมมีลูกกันน้อยลง
จากที่เคยมีกันเกือบ 10 คน
ก็ลดลงมาเหลือแค่ 1-2 คน
แถมบางคู่ยังเลือกที่จะไม่มี

ลองคิดดูนะครับ..

เมื่อคุณเริ่มแก่ตัว เริ่มเกษียณอายุ
แต่พวกเขาเพิ่งเริ่มทำงาน หรือมีรายได้น้อย
เพราะไม่ได้ประสบความสำเร็จในระดับสูง
พวกเขาคงมีกำลังมาจุนเจือคุณไม่มากนัก

พอพวกเขาแต่งงานมีลูกมีครอบครัว
ค่าใช้จ่ายต่างๆก็ต้องเพิ่มมากขึ้น
กำลังที่จะส่งเงินให้คุณก็อาจลดน้อยลง

ไม่แน่ว่าในอนาคต เมื่อย่างเข้าสู่วัยเกษียณ
คุณอาจเป็นคนหนึ่งที่ประสบปัญหา
ลูกหลานมีรายได้ไม่เพียงพอที่จะเลี้ยงดูคุณ

...

หากคุณจะแก้ไขปัญหา
"ไม่มีคนเลี้ยงดูเมื่อยามชรา"
โดยการมีลูกเยอะๆ

วิธีนี้อาจทำให้ชีวิตคุณลำบากได้
เพราะค่าใช้จ่ายต่างๆ
จะเพิ่มขึ้นตามจำนวนลูกที่มี
ดั่งคำโบราณที่ว่า "มีลูก 1 คน จนไป 7 ปี"

ลองจินตนาการดูนะครับ..

ถ้าคุณมีลูกสัก 10 คน
และต้องส่งทุกคนเรียนจนจบ ป.ตรี หรือ ป.โท
คุณคงต้องใช้เงินเยอะมากแน่ๆ

คำถาม คือ
เงินในกระเป๋าคุณพร้อมหรือยัง ?

หรือถ้าคุณไม่อยากใช้เงินเยอะ
คุณจะทำแบบคนสมัยก่อนก็ได้
ที่ส่งลูกๆให้เรียนแค่จบชั้น ป.4
แค่พออ่านออกเขียนได้
แล้วให้ออกมาช่วยพ่อแม่ทำงานเลย

แต่คุณจะตัดใจทำลายอนาคตพวกเขา
ได้ลงคอจริงๆหรือครับ

...

ในยุคปัจจุบัน
การคิดแต่จะพึ่งพาลูกหลานเมื่อยามชรา
คงเป็นทางเลือกที่ไม่ดีเท่ากับสมัยก่อน

เพราะผมได้เห็นหลายๆคนในยุคนี้
ที่เรียนจบแล้ว มีงานทำแล้ว
หรือแม้กระทั้งมีลูกมีครอบครัวแล้ว
ยังแบมือขอเงินพ่อแม่อยู่เลยครับ

ผมว่าทางเลือกที่ดีที่สุด
ของการวางแผนเกษียณอายุในยุคนี้
คือ การพึ่งพาตนเองเมื่อยามชรา

โดยคุณต้องเริ่มแบ่งส่วนหนึ่งของรายได้
ประมาณ 10-20% หรือจะมากกว่านี้ก็ได้

เพื่อนำไปลงทุนให้เงินมันเพิ่มพูนขึ้น
เช่น การลงทุนในหลักทรัพย์
อย่างหุ้นสามัญ หุ้นกู้ กองทุนรวม ฯลฯ

หรือนำไปสร้างสินทรัพย์ต่างๆ
ที่สามารถผลิตกระแสเงินสดให้คุณได้
เช่น ไร่สวน บ้านเช่า อพาร์ทเม้นท์ ฯลฯ

เพื่อเป็นหลักประกันว่า
คุณจะไม่อยู่อย่างอดๆอยากๆ
และยังคงมีกินมีใช้ เมื่อวันเกษียณมาถึง

แต่อย่าลืมนะครับว่า
การลงทุนมีความเสี่ยง
หากไม่ศึกษาให้ดีก่อนลงทุน
หรือลงทุนแบบมั่วๆซั่วๆ

แทนที่เงินลงทุนของคุณจะเติบโตขึ้น
มันอาจกลับกลายเป็นหดหายไปหมด

...

#Deer_Natthongchai
SHARE

Comments

ทุกช่วงนุคในตอนนี้
ต้องพึ่งพาตนเอง
มีกำลังทรัพย์พอตัวด้วย
และแนวโน้มไทยเราจะเข้าสู่สังคมสีเงิน
คนชรามากขึ้น คนหนุ่ม และเด็ก มีสัดส่วนเป็นรอง ซึ่งมีปัญหาต่อเรื่องการดูแลคนแก่ด้วยครับ
Reply