“เทคนิคบริหารเงินออม สามประการ สี่กระปุก”

...

สิ้นเดือนทีไร เหลือเงินเท่าไหร่ ก็เก็บไว้ในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์

แล้วพอเก็บเงินได้เยอะหน่อย ก็ถอนออกมาซื้อของที่อยากได้ หรือ เอาไปเที่ยวในที่ๆอยากไป

คือ นิสัยการออมของคนส่วนหนึ่ง ที่มักเก็บเงินออมรวมกันไว้ในที่ๆเดียว โดยปราศจากเป้าหมายทางการเงิน

ซึ่งวิธีการออมแบบนี้..

เป็นวิธีที่ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ และไม่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต

แต่ถ้าวันนี้..

คุณอยากมีสุขภาพทางการเงินที่ดีขึ้น เทคนิคการบริหารเงินออมตามหลัก "3 ประการ 4 กระปุก" คือตัวเลือกหนึ่งที่สามารถช่วยคุณได้

...

โดยหลัก "3 ประการ" คือ วิธีปฏิบัติในการออมเงิน ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

...

ประการที่ 1 : ออมก่อนใช้

เมื่อมีรายได้เข้ามา ให้หักเงินออมไว้ทันที อย่างน้อย 10% ของรายได้ หรือ ถ้าออมได้มากกว่านี้ก็ยิ่งดี

เช่น เมื่อได้รับเงินเดือน 30,000 บาท ให้หักไว้เป็นเงินออมทันทีอย่างน้อย 3,000 บาท

...

ประการที่ 2 : จัดสรรเงินออม

โดยแบ่งเงินออมที่มีในแต่ละเดือนออกเป็นส่วนๆ เพื่อนำไปออมในแต่ละเป้าหมายทางการเงินของตน

เช่น ถ้าสามารถออมเงินได้เดือนละ 10,000 บาท และมีเป้าหมายทางการเงิน 2 เป้าหมาย คือ

I ) อยากมีเงิน 120,000 บาท เพื่อดาวน์บ้าน ภายในระยะเวลา 2 ปี

ll ) อยากมีเงิน 60,000 บาท เพื่อเที่ยวต่างประเทศ ภายในระยะเวลา 1 ปี

เราอาจจัดสรรเงินออม..

โดยการไปเปิดบัญชีเงินฝากประจำสัก 2 บัญชี เพื่อเก็บเงินไว้ดาวน์บ้านและเที่ยวต่างประเทศ บัญชีละ 5,000 บาทต่อเดือน

...

ประการที่ 3 : เลือกสินทรัพย์เพื่อการออม

โดยควรเลือกออมเงินไว้ในสินทรัพย์ที่เหมาะสม กับ ระยะเวลาของเป้าหมายทางการเงิน

I ) เป้าหมายทางการเงินระยะสั้น ที่ใช้ระยะเวลาในการออม 1-2 ปี หรือ ระยะปานกลาง ที่ใช้ระยะเวลาในการออม 3-7 ปี เช่น
- เก็บเงินซื้อโทรศัพท์มือถือ หรือ คอมพิวเตอร์
- เก็บเงินท่องเที่ยวในประเทศ หรือ ต่างประเทศ
- เก็บเงินดาวน์บ้าน หรือ ดาวน์รถยนต์
- เก็บเงินเรียนต่อปริญญาโท หรือ ปริญญาเอก
- ฯลฯ

สำหรับเป้าหมายทางการเงินระยะสั้น 1-2 ปี ควรเก็บออมไว้ในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง (ซื้อง่ายขายคล่อง) และมีความเสี่ยงต่ำ (ผลตอบแทนน้อย โอกาสขาดทุนต่ำ) เช่น
- เงินฝากออมทรัพย์ หรือ เงินฝากประจำ
- กองทุนรวมตลาดเงิน หรือ กองทุนรวมตราสารหนี้
- ฯลฯ

สำหรับเป้าหมายทางการเงินระยะปานกลาง 3-7 ปี ควรเก็บออมไว้ในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง (ซื้อง่ายขายคล่อง) และมีความเสี่ยงต่ำ-ปานกลาง (ผลตอบแทนต่ำ-ปานกลาง โอกาสขาดทุนต่ำ-ปานกลาง) เช่น
- เงินฝากออมทรัพย์ หรือ เงินฝากประจำ
- กองทุนรวมตลาดเงิน หรือ กองทุนรวมตราสารหนี้
- พันธบัตรออมทรัพย์ หรือ หุ้นกู้เอกชน
- กองทุนรวมผสม เช่น กองทุนรวมที่ลงทุนแบบผสมผสานในสินทรัพย์ที่หลากหลาย อย่างหุ้นสามัญ หุ้นกู้ พันธบัตร และ อสังหาริมทรัพย์
- ฯลฯ

II ) เป้าหมายทางการเงินระยะยาว ที่ใช้ระยะเวลาในการออม 7 ปีขึ้นไป เช่น
- การเก็บเงินเพื่อเกษียณอายุ โดยนำเงินไปลงทุน
- การลดหย่อนภาษี โดยซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงิน
- ฯลฯ

สินทรัพย์ที่ใช้เพื่อเก็บเงินออม ควรจะมีระดับความเสี่ยงที่สูงขึ้น เพื่อหวังผลตอบแทนที่มากขึ้นในระยะยาว ส่วนสภาพคล่องจะสูง ปานกลาง หรือ ต่ำ แล้วแต่กรณี เช่น
- อสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน ไร่สวน บ้านเช่า อพาร์ทเม้นท์
- ตราสารทุน เช่น หุ้นสามัญ
- กองทุนรวมตราสารทุน เช่น กองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้นสามัญไทย หรือ ต่างประเทศ
- กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)
- กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)
- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)
- ฯลฯ

แต่ผมก็มีคำเตือนถึงคุณนะครับ..

ถึงแม้จะเป็นการออมการลงทุนระยะยาว แต่สำหรับคนที่ไม่มีความรู้ด้านการลงทุน และไม่มีเวลาศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ก็ไม่ควรจะลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง เพราะรังแต่จะทำให้ขาดทุนเปล่าๆ

ตอนนี้ ผมมีคำถามอยู่ข้อหนึ่ง ที่อยากจะถามคุณครับ..

สมมุติว่า มีคน 2 คน ซึ่งลงทุนในหุ้นสามัญ ที่เป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงเหมือนกัน และ ลงทุนมาเป็นระยะเวลาเท่ากัน

แต่คนหนึ่งลงทุนแบบมั่วๆ ใครบอกว่าหุ้นตัวไหนดีก็ซื้อหุ้นตัวนั้น เพราะขี้เกียจมานั่งศึกษาหาข้อมูลว่าหุ้นตัวไหนดี

ส่วนอีกคนหนึ่ง แบ่งเวลาว่างมาศึกษาศาสตร์เกี่ยวกับการลงทุนในหุ้น เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน ทั้งยังพยายามเรียนรู้จากข้อผิดพลาดของตนเอง เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดแบบเดิมซ้ำสอง

คุณคิดว่า..

คนใดใน 2 คนนี้ จะมี “ความเสี่ยง และ โอกาสขาดทุน” มากกว่ากันครับ ?

คุณสามารถคิดและตอบคำถามได้ตามสบายเลยนะครับ

แต่ผมขอตอบคำถามนี้ โดยใช้วลีเด็ดของนักลงทุนระดับโลกอย่าง Warren Buffett ที่เคยกล่าวไว้ว่า “Risk comes from not knowing what you are doing” หรือ “ความเสี่ยงเกิดจากความไม่รู้ในสิ่งที่คุณทำ”

...

ส่วนหลัก "4 กระปุก" คือ การแบ่งเงินออมที่มีในแต่ละเดือนออกเป็น 4 ส่วน (มากหรือน้อยกว่านี้ก็ได้) เพื่อแยกกันนำไปเก็บออม ตามเป้าหมายทางการเงินที่สำคัญในชีวิต ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

...

กระปุกที่ 1 : เงินเก็บเพื่อใช้สอยตามความต้องการ

เช่น ดาวน์บ้าน , ดาวน์รถยนต์ , ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม , ท่องเที่ยวต่างประเทศ , เรียนต่อปริญญาโท ฯลฯ

เงินออมกระปุกที่ 1 ถือเป็นการเก็บเงิน เพื่อเป้าหมายทางการเงินระยะสั้น ถึง ปานกลาง

ดังนั้น ควรออมเงินไว้ในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ-ปานกลาง และ มีสภาพคล่องสูง อย่างเช่น เงินฝากออมทรัพย์ , เงินฝากประจำ , กองทุนรวมตลาดเงิน , กองทุนรวมตราสารหนี้ , พันธบัตรออมทรัพย์ , หุ้นกู้เอกชน หรือ กองทุนรวมผสม ฯลฯ

...

กระปุกที่ 2 : เงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน

เป็นเงินออมที่เตรียมไว้เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันต่างๆ เช่น ตกงาน , เจ็บป่วยเล็กน้อย , รถยนต์เสียนิดๆหน่อยๆ , น้ำท่วมบ้าน ฯลฯ

ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ เป็นความเสี่ยงที่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินมากนัก คือ ใช้เงินไม่ถึงหลักหลายแสน หรือ หลักล้าน

ดังนั้น การเก็บเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน จึงควรมีเป้าหมายในการเก็บออม ประมาณ 3-6 เท่าของรายจ่ายต่อเดือน แต่ถ้ารู้สึกว่า มีเงินแค่นี้ยังไม่ปลอดภัยจะเก็บสัก 7-12 เท่าของรายจ่ายต่อเดือนก็ได้

เงินออมกระปุกที่ 2 ถือเป็นการเก็บเงิน เพื่อเป้าหมายทางการเงินระยะสั้น

ดังนั้น ควรออมเงินไว้ในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ และ มีสภาพคล่องสูง อย่างเช่น เงินฝากออมทรัพย์ , เงินฝากประจำ , กองทุนรวมตลาดเงิน หรือ กองทุนรวมตราสารหนี้ ฯลฯ

...

กระปุกที่ 3 : เงินเก็บเพื่อการเกษียณอายุ

เมื่อวัยเกษียณอายุมาถึง รายได้ของคนส่วนใหญ่จะหายไป แต่รายจ่ายยังคงอยู่ไม่หายไปไหน

ดังนั้น ถ้าไม่เริ่มเก็บออมตั้งแต่วันนี้ อนาคตอดตายแน่นอนครับ เพราะมีแต่รายจ่าย ไม่มีรายได้

จากสถิติ..

การสำรวจประชากรไทย ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ

พบว่า..

95% ของคนวัยเกษียณ ไม่สามารถเกษียณอายุอย่างสุขสบายได้ เพราะมีเงินเก็บและรายได้ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพในยามชรา

โดยประกอบไปด้วยบุคคล 3 กลุ่ม คือ
- ทุลพลภาพ ช่วยเหลือตนเองไม่ได้
- เป็นภาระของลูกหลานและสังคม
- ยังคงต้องทำงานต่อไปแม้ในวัยชรา

และมีเพียง 5% ของคนวัยเกษียณเท่านั้น ที่มีเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในยามเกษียณ โดยไม่ต้องทำงานหรือเป็นภาระของผู้อื่น

...

เนื่องจากเงินออมกระปุกที่ 3 เป็นเป้าหมายทางการเงินระยะยาว ที่มีระยะเวลาในการออมประมาณ 10-30 ปี

ดังนั้น เราจึงควรนำเงินออมส่วนนี้ ไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงที่สูงขึ้น เช่น อสังหาริมทรัพย์ , หุ้นสามัญ , กองทุนรวมตราสารทุน , กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) หรือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ฯลฯ เพื่อหวังผลตอบแทนที่สูงขึ้นในระยะยาว

แต่อย่าลืมนะครับ..

"การลงทุนที่ดีที่สุด คือ การลงทุนในความรู้ และความไม่รู้ คือ บ่อเกิดของการขาดทุน"

ถ้าคุณอยากได้กำไรเพียงอย่างเดียว โดยไม่อยากศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม

ผมแนะนำว่าอย่าลงทุนเลยครับ การนำเงินออมไปฝากธนาคาร หรือ ซื้อประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ดูจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและดีกว่า

...

กระปุกที่ 4 : เงินเพื่อการบริหารความเสี่ยง

บางครั้ง..

เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ก็นำมาซึ่งความสูญเสียทางการเงินที่ยิ่งใหญ่

เช่น การป่วยเป็นโรคร้ายแรง , อุบัติเหตุรถชน , เกิดอัคคีภัยขึ้นกับที่อยู่อาศัย หรือแม้กระทั้งการจากไปก่อนวัยอันควร ของหัวหน้าครอบครัวผู้เป็นรายได้หลักของบ้าน

หากเงินออมกระปุกที่ 2 เป็นสิ่งที่ช่วยบรรเทาความสูญเสียทางการเงินเล็กๆน้อยๆ

เงินออมกระปุกที่ 4 ก็เป็นสิ่งที่ช่วยบรรเทาความสูญเสียทางการเงินอันใหญ่หลวง ซึ่งต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก

โดยใช้วิธีการทำประกัน เพื่อโอนย้ายความเสี่ยงที่มีขนาดใหญ่ เกินกว่าเงินในกระเป๋าของเราจะรับไหวไปให้ผู้อื่น

อย่างเช่น

- การทำประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัย เพราะไฟไหม้บ้านครั้งเดียว เสียหายมากกว่าโจรขึ้น 10 ครั้ง

- การทำประกันภัยรถยนต์ เพราะค่าซ่อมรถยนต์ในกรณีชนหนักๆ นั้นสูงมากถึงหลักแสนในรถยนต์ธรรมดา และสูงมากถึงหลักล้านในรถยนต์หรู

- การทำประกันสุขภาพ หรือ ประกันโรคร้ายแรงให้ตัวเอง เพราะเป็นคนสูบบุหรี่จัด เผื่อป่วยเป็นโรคมะเร็งจะได้มีเงินรักษาตัว

- การทำประกันชีวิตให้หัวหน้าครอบครัว ผู้ซึ่งเป็นรายได้หลักของบ้าน เพราะเมื่อพ่อหรือแม่จากไปก่อนวัยอันควร อย่างตอนที่ลูกๆยังเล็กและเรียนไม่จบ พวกเขาจะได้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้ โดยไม่หมดอนาคตตามพ่อหรือแม่ไป

- ฯลฯ

...

การแบ่งเงินออมออกเป็น 4 กระปุกนั้น จำเป็นต้องมีเงินออมเดือนละหลายพันบาท เช่น มีเงินออมเดือนละ 8,000 บาท และแบ่งไปเก็บออมกระปุกละ 2,000 บาท

เพราะเหตุนี้..

ทำให้บางคนที่มีรายได้น้อยและมีความสามารถในการออมไม่มากนัก เช่น เหลือเงินออมแค่เดือนละ 500-1,000 บาท ไม่สามารถปฏิบัติตามได้

ผมจึงอยากแนะนำว่า..

ถ้าคุณเป็นหนึ่งในคนกลุ่มนี้ คุณต้องเริ่มออมทันที โดยเริ่มต้นการเก็บออม "เงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน ในกระปุกที่ 2" เป็นอันดับแรก โดยไม่ต้องแบ่งเงินออมไปในกระปุกอื่นๆ และเมื่อมีเงินในกระปุกนี้เพียงพอแล้ว จึงค่อยๆแบ่งเงินไปออมในกระปุกอื่นๆครับ

...

#Deer_Natthongchai
SHARE

Comments