วันส้นตีน
อารัมภบท: เพื่อน ๆ เคยเจอกับวันส้นตีนไหมครับ ในคำจำกัดความของผม
วันส้นตีน หมายถึง วันที่ทำอะไร ๆ แล้วมันจะซวยไปทั้งวัน
ครับ วันนี้ก็เป็นวันส้นตีนอีกวันหนึ่ง

กิจวัฒน์ประจำวันของเพื่อน ๆ ในแต่ละเช้าวันทำงานคืออะไรครับ ก็ต้องอาบน้ำทานข้าว จิบกาแฟ ให้อาหารปลา จิปาถะใช่ไหม... ผมก็เหมือนกัน แต่ถ้าหากวันไหนตื่นสายล่ะ เพื่อน ๆ อาจจะยอมไม่ทานข้าวเช้า หรือหนักหน่อยคือไม่อาบน้ำ เพื่อรีบออกจากบ้านไปให้ทันเวลาทำงานใช่ไหม

แต่สำหรับวันนี้ของผม... วันที่ตื่นสาย... ผมต้องยอมเลือกที่จะไม่ขี้ในตอนเช้าครับ...

พอจะเดาออกได้ใช่ไหมครับ ว่าเนื้อเรื่องต่อไปนี้ผมจะกล่าวถึงอะไร...

ไม่หรอกครับ ไม่ใช่อย่างที่เพื่อน ๆ คิด ผมไม่ได้ไปเผลอขี้แตกขี้ไหลบนรถไฟฟ้า หรือรถเมล์คันใด บ้าเหรอ โตเป็นควายเลียเขาตัวเองไม่ถึงแล้วนะครับ...

คนเราต้องยอมเสียสละอะไรบางอย่าง เพื่อให้ได้มาซึ่งบางอย่างใช่ไหมครับ ผมไปทำงานได้ทันเวลา แต่ก็แลกมากับความรู้สึกของอารมณ์หงุดหงิดพิกล มันรู้สึกไม่สบายไม่กระฉับกระเฉง แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร มัวทำงานจนลืมเลือนไปว่า เมื่อเช้าไม่ได้ขี้มา แต่มันก็ไม่ได้เกิดอาการจุกเสียด อยากเข้าห้องน้ำแต่ประการใด

แล้วมันก็มาครับ

เวลา 12.30 นาฬิกา เข็มบอกเวลาไม่ผิดเพี้ยน มันเป็นช่วงเวลาที่ผมเพิ่งจะทานข้าวเสร็จแล้วจะเดินขึ้นออฟฟิศพอดี เจ้ากรรมนายเวรตั้งแต่ชาติ... วันวานมันมาจ่อที่ปลายทวารเสียดื้อ ๆ สาเหตุเพราะผมไม่ได้ชดใช้กรรมที่ทำไว้เมื่อเช้านี้ กินข้าวแล้วปวดขี้ อธิบายได้ในหลักคณิตศาสตร์ว่าด้วยการแทนค่านั่นเอง เมื่อของสิ่งหนึ่งมาแทนที่ในกระเพาะ ของสิ่งหนึ่งก็ต้องออกไปจากลำใส้ ก่อนจะขึ้นออฟฟิศบนชั้น 41 ของตึก ผมก็แว่บเข้าชั้น 3 ของห้าง Central world (ออฟฟิศที่ทำงานของผมอยู่บนห้างนี้) 

ผมก้าวเท้าเข้าไปอย่างเนิบนาบไม่ร้อนรน แหม ถ้ามันไม่ถึงขั้นหัวขี้ปิ๊ดออกมาปลายทวารแล้วละก็ ปวดแค่ไหนก็คงไม่ต้องรีบให้ใครมาผิดสังเกตหรอก ก็ค่อย ๆ เดินทำท่าเหมือนสบายอารมณ์สิ ถ้าแสดงอาการเร่งรีบเข้าห้องน้ำมากไป ใครที่เดินสวนไปมาจะสงสัยได้ ว่าไอ้นี่มันรีบไปขี้... จะจับทางได้ง่าย ไม่ ๆ สัญชาติญาณการป้องกันความขายหน้าในตัวผมมีเยอะพอควร

ผมเลือกห้องน้ำในซอกหลืบที่คิดว่าไม่ค่อยจะมีคนพลุกพล่านนัก ซึ่งก็เคยเข้ามาหลายต่อหลายที และแล้วผมก็เดินมาถึงหน้าปากประตูห้องน้ำชายแห่งนี้ สายตาส่ายส่องว่าห้องน้ำแห่งนี้ "ว่าง" เพียงพอไหม ผมทำใจไม่ได้หากนั่งขี้ในขณะที่มีใครมายืนเยี่ยวอยู่ตรงโถเยี่ยวหน้าห้องส้วม และทำใจไม่ได้อย่างยิ่งหากนั่งขี้อยู่ดี ๆ แล้วมีใครมาเข้าห้องข้าง ๆ นั่งขี้แข่งกับผม ความเป็นสุขา(รมณ์) มันหดหายไปจะกลายเป็นความหวาดหวั่นแทน

ว่างแฮะ... ไม่มีใครยืนเยี่ยว ประตูห้องส้วมแต่ละห้องก็ไม่มีปิดไว้สักห้อง ผมจึงเดินจ้ำเข้าห้องในสุดแล้วปิดประตูพลัน

อาาาา... ใครกันหนอช่างรังสรรค์คำที่ใช้ทดแทนสถานที่ปลดปล่อยเจ้าเวรกรรมปลายทวารนี้ว่า "สุขา" เพราะมันคือชื่อที่มีความหมายว่าสถานที่แห่งความสุข ครับ เมื่อคนเราขี้ออกมาแล้วความโล่งสบายจะทำให้มีความสุข... ใครเถียงบ้าง?

แล้วถ้าหากว่าขี้เสร็จ แล้วไม่สุขเล่า ใครจะบัญญัติคำใหม่ให้ผมบ้าง มา ๆ ตามมาครับ มาดูกันว่าผมจะทุกข์อย่างไร

ผมรูดซิบ ปลดเข็มขัดอย่างสบายใจ รูดเจ้ากางเกงทั้ง 2 มากองไว้ที่เท้า นำแท็บเลตมาถือไว้ แล้วกดเล่นเกมส์อย่างสบายอุรา พร้อมกับปฏิบัติภารกิจการขับถ่ายอันวิจิตรด้วยการแต่งสีสันด้วยโทนสีเหลืองอร่ามลงไปยังพื้นผิวสีขาวผ่องของโถชักโครกผสมกับน้ำบ่อน้อยที่ตีวนกระฉอก สูงบ้าง ต่ำบ้างเป็นจังหวะอยู่ในโถนั่นตามแรงของวัตถุที่ตกกระทบ

อา... งานศิลปะชั้นดีที่เสพสมได้จนเกือบครบกายสัมผัสทั้ง 5 ประการ สัมผัสแรกคือ 
"ตา" นั่นล่ะ... สีสรรแห่งธรรมชาติ สีเหลืองที่เปื้อนป้ายอยู่ปากอ่าง ดูแล้วช่างเย็นตา น่าสะอิดสะเอียน 
"หู" จังหวะแห่งเสียงที่เล็ดรอดออกมาจากแรงบีบของทวาร ด้วยคลื่นความถี่ต่ำสูงระรื่นหู ผสานเข้ากับเสียงดังจ๋อมแจ๋ม ๆ ของวัตถุแห่งกรรมกระทบน้ำ ช่างไพเราะเหนือจินตนาการ 
"จมูก" กลิ่นคละคลุ้งฟุ้งกระจาย ของซากเน่าจากข้าวต้มของวันวาน ที่ถูกย่อยสลายผสานกับคราบกาแฟเมื่อเช้า ทำให้กลิ่นเน่าอ่อน ๆ ของมันที่ผ่านการกรองจากขนจมูกเข้ามา ท้าทายหมู่ภมรหัวเขียวเหลือเกิน 
"กายสัมผัส" เมื่อฝ่ามือม้วนกระดาษทิชชู่ ป้ายบาง ๆ ที่เยื่อบุทวาร รับรู้ได้ถึงความนุ่มนิ่มของก้อนกรรมที่ตกค้างอยู่ตรงนั้น และสุดท้าย 
"ลิ้น" จะบ้าเหรอ !! ใครหน้าไหนมันจะชิมขี้วะ !

เอาล่ะ เสร็จสิ้นแล้ว ผมกดชักโครกให้น้ำตีวน พาก้อนกรรมแตกฝอยกระจายกลืนหายจากผมไปชั่วนิจนิรันดร์ด้วยความอาลัย ลาก่อน... เกิดชาติหน้า เราคงได้พบกันอีก



ผมเก็บแท็บเลตใส่กระเป๋า ดึงขอบกางเกงที่เท้าขึ้นเพื่อจะสวม แต่แล้ว ผมก็สัมผัสได้ถึงความเย็น... เอ๊ะ ! อะไรกัน ไม่ปกติเสียแล้ว ผมจึงก้มลงดูที่กางเกงทั้ง 2... อา !! ชิบหายละวาเยี่ยว !! นั่นมันน้ำเยี่ยวมิใช่หรือนั่น ที่เปียกโชก เจิ่งนองอยู่เต็มกางเกง ผมตกใจเด้งตัวขึ้นมาแล้วยกกางเกงขึ้น โอ้ว! พระคุณเจ้า เปียกไปแถบนึงเลย 

น้ำตาแทบไหล หากมันสามารถชโลมคราบเยี่ยวให้จางหายผมคงนั่งร้องไห้ ผมเอากระดาษทิชชู่มาซับ มาเช็ดออกในทันที แต่หลักการส่งถ่ายความชื้นจากสิ่งหนึ่งไปยังสิ่งหนึ่งทำได้ไม่ดีนัก สายตามองดูที่โถ มันก็ปกติดีไม่มีรูรั่ว แล้วมันเปื้อนได้อย่างไร และแล้วก็ทราบที่มา สาเหตุเกิดจากกลไกการทำงานของระบบขับถ่ายนั่นเอง เมื่อยามเราขี้... เราไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ที่จะเยี่ยวไปด้วย ไม่มีมนุษย์หน้าไหนในโลกนี้ ที่ขี้โดยสามารถกลั้นเยี่ยวได้... เจ้าจ๊อดคุงของผม มันพ่นเยี่ยวออกมาสะสมไว้ที่ขอบฝารองนั่งชักโครก แล้วหยดแหมะไปที่กางเกงนั่นเอง... ความจริงกระจ่างแล้ว...

แล้วจะทำอย่างไร? ผมจำต้องฝืนใส่เจ้ากางเกงทั้งอย่างนั้น แล้วออกจากส้วมมาขึ้นลิฟท์ ด้วยจิตผวา แฝงกายเข้ามุมลิฟท์เพื่อหลบผู้คนไม่ให้สังเกตได้ทั้งรอยเปื้อน และกลิ่น

เมื่อถึงชั้น 41 ผมก็นั่งทำงานด้วยความระแวดระวัง พยายามที่จะไม่เข้าใกล้ใคร แต่... ยังหรอกหนา อย่าลืมว่าวันนี้คือ "วันส้นตีน" กฏของเมอร์ฟี ว่าด้วยเรื่องคลื่นซ้ำกรรมซัดก็เล่นงานผมเข้าจนได้

เมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. โทรศัพท์ก็เรียกเข้ามา เพื่อให้ผมไปพบ CEO ของบริษัทเพื่อทำบางสิ่งบางอย่างให้เขาอย่างเร่งด่วน... ผมถอนหายใจเดินคอตกเข้าห้องนาย นี่ CEO บริษัทนะครับ อย่าลืมว่าเขาคนนี้ใหญ่สุดแล้ว 

คิดในใจ ทำไม ๆ ต้องมาเรียกตูวันนี้ด้วยฟะ เอาเถอะ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด เมื่อเดินเข้าไปในห้องของเขา แอร์เย็นเฉียบ เหมาะแก่การฟุ้งกระจายของกลิ่นเยี่ยวในกางเกงยิ่งนัก แต่มันคงจะไม่เย็นเท่ากับใบหน้าผมหรอก นายบอกให้ผมนั่งตรงโต๊ะนายนั่นแล แล้วอธิบายว่าแกมีปัญหาอะไรกับคอมพิวเตอร์ของแก... พระคุณเจ้า แกยืนข้าง ๆ ผม 

มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยครับ นายไม่ได้แสดงสีหน้าถึงความผิดปกติใด ๆ เลย ไม่ปริปากพูดอะไรออกมา... เหมือนจะดีใช่ไหม... ถ้า... แกไม่สูดลมหายใจฟืด แบบถี่ ๆ แล้วทำหน้าสงสัยเล็กน้อย 

ครับ แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว ไม่ต้องอธิบายใด ๆ แล้ว เสร็จงานนั้น ผมลงมาเขียนอีเมลหาหัวหน้า บอกว่าผมเวียนหัว ขอกลับก่อน แล้วกลับบ้านเลยโดยไม่รออีเมลตอบกลับจากหัวหน้า... 
บอกลาวันส้นตีนในวันนี้ด้วยเวลาก่อนเลิกงานนั่นแล 

หากมองโลกในแง่ดี อย่างน้อย ผมก็ไปคุยอวดชาวบ้านเขาได้ว่า "เฮ้ย! เก้าอี้ CEO บริษัท ตูไปฉี่ทับมาแล้วนะเว้ย ตูจองไว้แล้ว มีแววว่าจะได้เป็นใหญ่เป็นโตแน่ ๆ วะ ฮ่า ๆ"

ครับ ก็ขอจบเรื่องราวด้วยประการฉะนี้แล
SHARE
Writer
Octory
เพ้อเจ้อ(ร์)
สมจ๊อดเอง

Comments

MXMM
3 years ago
อ่านไม่จบนะ เปิดมาตอนกำลังนั่งกินข้าวคนเดียว กลัวจะไม่อร่อย 55555555555
Reply
Octory
3 years ago
บางทีก็แอบไม่เข้าใจstaff เรื่องจังไร ๆ ของผมนี่ มันpicked ได้อย่างไรเนี่ย 5555555 รู้สึกเห็นใจเรื่องดี ๆ ของคนอืนที่ไม่ได้picked เลยอ่ะ
Reply
niji
3 years ago
การบรรยายเรื่องอึได้มาอยู่หน้าแรกต้อนรับผู้อ่าน STL ถถถ
Sunflower38
3 years ago
เรื่องขี้ๆ...ว้าวว เขียนดีมากเลยค่ะ เห็นภาพชัดเจนม้ากกกกก ;_; 
Reply
Error100
3 years ago
บรรยายซะเห็นภาพเลยค่ะ ศิลปะบนโถส้วมและการหลบลี้ผู้คนให้ห่างจากกลิ่นเยี่ยวตัวเอง...
Reply
Burr
3 years ago
กินข้าวไปอ่านไป มาเจอเรื่องนี้นี่แบบ...
Reply