ประสบการณ์
เมื่อวานนี้เพื่อนของผมคนนึงหกล้ม ทำให้เป็นแผลที่เข่าข้างนึง ส่วนอีกข้างก็ข้อเท้าบวม ตอนจะกลับบ้าน พี่ที่อยู่ด้วยกันพามาส่งที่บีทีเอสสยาม เพื่อนยังพอที่จะกระโดดไปขึ้นที่ลิฟท์ของบีทีเอสได้ และเมื่อเราแตะบัตรเข้าบีทีเอสไป ลุงยามก็เข้ามาช่วย บอกว่าให้นั่งพักก่อน แล้วก็เอายานวดขามาให้ พอหลังจากนั่งสักพักแล้ว พี่พนักงานก็เลยให้ป้าแม่บ้านเอารถเข็นมาให้ แล้วป้าเขาก็ช่วยเข็นไปส่งถึงในขบวนรถ ซึ่งแม่เพื่อนก็ให้เพื่อนลงที่เอกมัยเพื่อไปเข้าโรงพยาบาล ไปตรวจแผลแล้วก็ล้างแผลอีกรอบนึง ซึ่งปัญหาก็มีอยู่ว่า สถานีบีทีเอสในส่วนปกติแทบจะไม่มีสถานีไหนเลยที่มีลิฟท์ระหว่างชั้น แต่ตอนนี้บีทีเอสก็กำลังติดตั้งลิฟท์อยู่นะ แต่มันยังไม่เสร็จไง เพื่อนก็เลยต้องค่อยๆกระโดดบันไดลงมาทีละขั้นทีละขั้น แน่นอนว่ามันเหนื่อยมาก เห็นใจเพื่อนมากเลยทีเดียว เพราะเพื่อนผมเขาต้องค่อยๆกระโดดลงมาเขาเลยจำเป็นต้องจับราวบันไดไว้ข้างนึง และตอนที่เรากำลังลงจากสถานีไปที่ทางเท้า ก็มีผู้ชายคนนึงกำลังเล่นโทรศัพท์และเดินขึ้นบันไดมา ซึ่งเขาขึ้นมาชิดริมบันไดฝั่งเดียวกับที่เพื่อนกำลังจับอยู่ ผมก็หวังว่าเขาน่าจะเดินหลบไปอีกฝั่ง แต่พอมาเจอกันตรงชั้นพักเขากลับหยุดแล้วให้เพื่อนผมต้องกระโดดอ้อมตัวเขาไป และเขาก็เดินขึ้นไปต่อ โดยที่เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาดูเลยสักนิดเดียว

เหตุการณ์ในวันนั้นมันทำให้ผมตระหนักว่า ปัจจุบัน ยังคงมีสาธารณูปโภคอีกมากที่ยังไม่ได้ถูกออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกแก่คนทุกคนในสังคมให้ใช้ได้ ไม่ใช่เพียงแค่ลิฟท์สำหรับอำนวยความสะดวกเท่านั้น แม้กระทั่งทางเท้าที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ก็ยังคงไม่ได้ถูกออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้พิการมากเท่าที่ควร เช่น ทางเดินสำหรับผู้พิการทางสายตา ที่พบเห็นได้โดยทั่วไปบนทางเท้าของเรา แต่บางครั้งพวกมันก็กลับถูกปูผ่านต้นไม้ที่อยู่บนทางเท้าไปซะดื้อ ๆ หรือไม่ก็อ้อมไปทางแคบๆที่เดินผ่านได้ยาก และบางครั้งตรงป้ายรถเมล์ก็ถูกปูผ่านไปตรงใต้ที่นั่งรอรถ ตัวอย่างที่มีให้เห็นอีกอันคือทางลาดสำหรับรถเข็นตรงทางม้าลาย บางทางข้ามก็มีบางทางข้ามก็ไม่มี ซึ่งที่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้คนที่ต้องใช้ได้ประโยชน์สูงสุด เพราะผู้ออกแบบยังไม่เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผูพิการนั่นเอง

อีกเรื่องคือปัจจุบันสังคมเราได้เข้าสู่สังคมของเทคโนโลยีกันอย่างเต็มตัว บางคนอาจจะวิจารณ์การใช้โทรศัพท์ว่าเราติดกันมากเกินไป แต่สำหรับผมขอแค่ว่า ในขณะที่เรากำลังอยู่ในที่สาธารณะให้สังเกตรอบข้างว่าเกิดอะไรบ้าง ไม่ใช่สนใจแค่เพียงแต่หน้าจอของตนเอง ผมก็เป็นคนนึงที่เล่นโทรศัพท์ขณะเดินเหมือนกัน แต่ผมก็พยายามสังเกตรอบข้างตลอดเวลา

และสุดท้ายสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะทางเดินตรงที่เพื่อนผมเดินผ่านนั้น แทบจะไม่มีแสงสว่างเลย ทั้งๆที่อยู่ค่อนข้างจะใจกลางเมืองแท้ ๆ ซึ่งนี่ก็เป็นอีกส่วนที่ส่วนราชการยังคงเมินเฉย

ขอขอบคุณ
@A_Loh : บรรณาธิการ, พิสูจน์อักษร
SHARE
Written in this book
ไดอารี่

Comments

jame_kung
3 years ago
จริงงง เศร้าาา
Reply