- Love Agreement - | อยากให้รู้ไว้ ฉันรักเธอแบบมีเงื่อนไขนะ
อากาศร้อนๆแบบนี้ ที่พักที่ไหนไม่มีแอร์ก็อาจจะอยู่ลำบากหน่อย ห้องพักที่มิรันดาอยู่ไม่มีแอร์และเฝ้าคิดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน หรือว่าฉันจะเลิกทำตัวเป็นสาวอีโค่รักโลกร้อน หันมาติดแอร์ซักตัวก็น่าจะดีไม่น้อย

สิ่งที่พลาดคือการจะติดแอร์ซักตัวนั้นมีความวุ่นวายมากกว่าที่คุณคิด เราไม่สามารถเดินเข้าห้าง ชี้นิ้วว่าเอาแอร์ตัวนี้เครื่องนึงค่ะ แล้วหิ้วใส่ถุงกลับบ้านแขวนผนังแล้วใช้ได้เลย เราต้องพึ่งบริษัทติดตั้งแอร์ และการติดตั้งแอร์ก็มีเงื่อนไขมากมายที่เราต้องรับทราบก่อนจะติดตั้งแอร์ซักตัว การรับประกัน ค่าติดตั้ง การชำระเงิน และอุปกรณ์ต่างๆ

การมีความรักความสัมพันธ์ ล้วนมีอะไรที่เราต้องแลกเสมอ มันเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะการที่คนหนึ่งคนจะเพิ่มเข้ามาในลำดับความสำคัญของชีวิต นั่นหมายความว่าเราก็มีรายละเอียด ข้อตกลง และเงื่อนไขหลายๆอย่างที่คนสองคน ต้องร่างขึ้น เพื่อยอมรับ ปรับใช้เข้าหากัน ก่อนจะเซ็นตกลงว่าจะเป็นไปตามนี้ เพื่อความสบายใจ และสามารถเดินความสัมพันธ์ไปได้อย่างราบรื่น

ซึ่งถ้าทุกคนยอมรับข้อตกลงระหว่างกันได้ ปัญหาใดใดก็คงไม่เกิด กลายเป็นว่าเราได้เดินทางมาถึงยุคที่คนเราไม่ยอมรับผลที่จะตามมาหลังจากการเซ็นข้อตกลงไปแล้ว หลายๆคนอยากได้ความรัก อยากได้ความหวานสดชื่นหัวใจจากมัน แต่ไม่ยอมรับเงื่อนไขที่แนบมาด้วย 

ฉันอยากมีคนคุย แต่ฉันไม่อยากให้คนคุยคนนั้นมาผูกมัดฉันจนเป็นสถานะแฟน
แต่คนคุยคนนั้น ก็ต้องออกไปไหนมาไหนกับฉันได้เหมือนแฟนนะ 
แต่เขาก็ต้องไม่มากไปจนกลายเป็นแฟนนะ

กรณีความสัมพันธ์นี้จะสังเกตว่า มีคำว่า "แต่" อยู่ตลอดการบรรยาย กลายเป็นว่าคนที่อยากได้รับความรัก (ซึ่งมิรันดาก็ไม่รู้จะเรียกกรณีนี้ว่าความรักดีหรือไม่) ดันมีข้อแม้ยื่นให้ความรักมากมาย และคนที่จะต้องเข้ามาในชีวิตของคนคนนี้ ก็ต้องเซ็นยอมรับข้อตกลงแห่ง "แต่" นี้ เพื่อที่จะได้เป็นคนพิเศษในชีวิตเขา ซึ่งบางคนยอมเซ็นไปเพราะคิดว่าจะสามารถรับได้ แต่พอนานๆไป ก็ไม่สามารถอยู่กับเงื่อนไขซ้อนทับอันแสนอึดอัดนี้ได้ ก็ต้องฉีกข้อตกลงนี้แล้วก็เลิกรากัน

ถ้าเราคบกัน เราก็ต้องเชื่อใจกัน เพราะฉะนั้น ฉันจะต้องมีพาสเวิร์ดของไลน์และเฟสของเขา หรือ การที่เขามีพาสเวิร์ดไลน์และเฟสของฉัน ก็ไม่เห็นแปลกอะไร คบกันแล้ว เรื่องนี้ก็ต้องบริสุทธิ์ใจ ให้ดูกันได้

อีกกรณีความแปลกประหลาดที่ผุดขึ้นมาในโลกโซเชี่ยล เป็นอีกเงื่อนไขที่คนโลกไซเบอร์หยิบยื่นให้แก่กัน การยินยอมให้อีกฝ่ายเข้าถึงระบบข้อมูลในโลกโซเชี่ยลชนิดที่มาร์ค ซักเกอร์เบิร์กยังต้องอาย ก่อนจะสมัครเข้าใช้เฟซบุ๊ค เราต้องกรอกพาสเวิร์ดยืนยันถึงสองครั้งเพื่อกันผิดพลาด แต่หวานใจของเราใช้เพียงคำพูดไม่กี่คำ ก็ได้พาสเวิร์ดไปอย่างง่ายดาย ชวนให้สงสัยว่าอีกหน่อยก็คงต้องมีการสำเนาทะเบียนบ้านและหน้าสมุดชัญชี และเลขบัตรประชาชนแนบให้ไปเลยหรือไม่

หากมองข้ามความคิดเรื่องการไม่ให้เกียรติกันออกไป หากมองข้ามว่าการให้พาสเวิร์ดคือการรุกล้ำพื้นที่ความเป็นส่วนตัวของอีกฝ่าย ก็ต้องยอมรับว่าเงื่อนไขนี้ก็เป็นอีกรูปแบบที่ผุดขึ้นมา และคนที่ต้องเข้าไปในชีวิตคนที่มีข้อตกลงแบบนี้ ก็ต้องเซ็นยอมรับไป และคำถามก็คงเหมือนกับกรณีก่อนหน้า เราจะอยู่กับข้อตกลงนี้ไปได้ตลอดหรือไม่

แต่ความรักสัมพันธ์ก็ดันไม่เหมือนอนุสัญญา ที่มีอายุรายเดือนรายปีก็หมดไป แต่ข้อสัญญานี้เมื่อเราเซ็นแล้ว เราไม่มีทางรู้ว่ามันจะไปสิ้นสุดสัญญาที่ตรงไหน ซึ่งถ้าเป็นเรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่องความรัก เราก็คงต่างคิดหนัก ว่าถ้าเราเซ็นกึกลงไป ชีวิตเราจะต้องผูกกับเขาคนนี้ไปอีกไกลเลยนะเห้ย

หลายๆคนก็เลยคิดว่า เซ็นๆไปเถอะ ถ้าคบไปไม่เวิร์คเดี๋ยวไปยกเลิกสัญญาข้างหน้าเอาก็คงได้ 
แต่มิรันดาก็อยากจะถามคุณว่า ถ้ามันเป็นแบบนั้น แล้วคุณจะเซ็นไปทำไมตั้งแต่แรก ในเมื่อคุณรู้อยู่แล้วว่ากำลังจะฉีกหัวใจของคนคนนึง ถ้าคุณเซ็นทั้งๆที่คุณรู้ คุณนี่เป็นคนที่สะเพร่าและเลือดเย็นมาก ที่ไม่ปรึกษาทนายก่อน

แต่ถ้าเปรียบเทียบกันแบบนี้ ก็อาจจะทำให้รู้สึกว่าเป็นการกลัวการมีความรักเกินไปหรือเปล่า ซึ่งนั่นไม่ใช่เลยค่ะ มิรันดากลับคิดว่า เมื่อเราพบเจอใครที่น่าสนใจพอ น่าเซ็นสัญญาเงื่อนไขด้วยได้ ซึ่งถ้าเงื่อนไขที่เขายื่นมามันไม่เวิร์ค มันก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ต้องเซ็น

เราจะไม่เซ็นเพื่อไปฉีกสัญญาเอาข้างหน้า
แต่เราจะเซ็นเพื่อใช้เวลาเพื่อปรับเงื่อนไขในข้อสัญญาเข้าหากัน 

ความรักคือข้อยกเว้น แม้แต่ในเงื่อนไขต่างๆของชีวิตที่ต่างฝ่ายได้ประดิษฐ์ขึ้นมา เราน่าจะเซ็นอะไรๆต่างๆด้วยความรับผิดชอบ มีความรักอย่างรับผิดชอบ เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องทำร้ายความรู้สึกตัวเอง และความรู้สึกคนอื่น เพียงเพราะเราเพิ่งมาเรียนรู้ว่าเรายอมรับผลที่จะตามมาจากเงื่อนไขไม่ได้ เพราะเราไม่เดียงสาพอ ไม่เข้าใจเงื่อนไขนั้นๆพอ

การมีคนรักมีความรัก ก็เหมือนมีสินค้าประเภทแอร์
ตอนแรกเราไม่มีมันเราก็อยู่ได้ เรายอมเซ็นเงื่อนไขมากมายเพื่อมีมัน
ก็เพราะเราต้องการให้มันทำงานเพียงอย่างเดียว ก็คือทำให้เรา "เย็น"
แต่ถ้าหากเราซื้อแอร์มาแล้ว เจอเงื่อนไขตั้งมากมาย 
ไม่ได้คุ้มกับความวุ่นวายชีวิตที่ต้องเสียไป แถมแอร์ที่ได้มาก็ไม่ได้เย็นขนาดนั้น
เราไม่ต้องมีแอร์ก็ได้นี่ 
SHARE
Writer
Miranda
Bitchy Writer
I'm a bitch. I'm a lover. I'm a child. I'm a mother. I'm a sinner. I'm a saint. I do not feel ashamed | นามปากกา "มิรันดา" ผู้ใช้ภาษาแปลกประหลาด ผิดจริตและดัดจริต | มุมมองชีวิต ความรัก สังคม วัฒนธรรม และการเมือง ที่เผ็ดแสบร้อนเหมือนตะกอนลาวา |

Comments

KeEpInToUcH
3 years ago
สำคัญที่สุดคืออย่าปล่อยใจให้รักระหว่างสัญญา ด้วยใช่มั้ยคะ ? เพราะตอนนี้เจอกับตัวเองอยู่ !!
ความรู้สึกดีๆ ครั้งสุดท้ายได้รับเมื่อตอนต้นปี ตั้งแต่นั้นมามีแต่ความรู้สึกแย่ๆ ทั้งคำพูด ทั้ง สายตาและการกระทำ พลาดรักไปแล้วต้องทน จนกว่ารักมันจะหมดจากใจ เค้าโชคดีไม่ได้รักกัน ไม่เจ็บเท่าเรา รอค่ะรอวันที่รักมันเหลือเท่าๆกัน
มันจะได้จบซะที
Reply
Miranda
3 years ago
ไม่ใช่ค่ะ สำคัญที่สุดคือการเลือกว่าถ้าเซ็นไปแล้ว จะฉีกสัญญา หรือว่าจะพยายามคุยเพื่อปรับข้อสัญญากันใหม่ ตรงนี้คือจุดขยี้ใจ ถ้าเราแข็งแกร่งพอที่จะแก้ปัญหาได้ ก็จับเข่าคุยร่างสัญญากันใหม่ แต่ถ้าเราอ่อนแอสู้ไม่ไหว ก็ฉีกสัญญาไปค่ะ มันคือแค่นั้น ไม่ต้องรอ... แค่เราต้องเด็ดขาดพอ
KeEpInToUcH
3 years ago
เงื่อนไขตลกๆ ที่เกิดขึ้นทีละข้อ และแต่ละข้อ ไม่มีตรงกลาง นอกจากผลประโยชน์ของเค้า
เรียกว่าสัญญาหรือเปล่า ? ไม่เคยมีข้อตกลง
กันมาก่อน ทุกอย่างเกิดขึ้นมาทีละข้อ ไม่รอให้ รักหมดไป แล้วเดินไปแบบไม่สนใจสัญญา ก้อไม่ใช่เหรอคะ ? มันน่าจะใข่อันเดียวกับขยี้ สัญญานะคะ แค่รอให้รักเหลือน้อยพอจะทำ
Reply
Miranda
3 years ago
สำหรับความสัมพันธ์ มิรันดามองว่ายิ่งอยู่กันไป ข้อตกลงก็ต้องเพิ่มขึ้นตามบริบทที่เพิ่มขึ้นค่ะ เช่น เรียนต่อ ย้ายมาอยู่ด้วยกัน ความก้าวหน้าทางการงาน มีครอบครัว แต่งงาน มีลูก ก็อย่างที่กล่าวค่ะ ว่าเรารับข้อเสนอของข้อสัญญาที่เพิ่มขึ้นได้มั้ย ถ้าได้ ก็ต้องนั่งคุยกันเพื่อไม่ให้ล้ำเส้นกัน แต่ถ้าไม่ได้ ก็ฉีกค่ะ
imonkey7
3 years ago
เม้นมันกว่าเรื่องอีก
Miranda
3 years ago
นั่นสิ แบบนี้ตลอดเบย