Startup กับการสร้างอาชีพ : จากมุมมองของคนที่ไม่เข้าใจตัวธุรกิจ
แม้แดดจะร้อนเปรี้ยง รถจะเต็มถนน
แต่เรายังเห็นผู้คน "ใช้ชีวิต"

วันหนึ่งขณะยืนอยู่ริมถนนเอกมัย 
ฉันเห็นภาพท้องถนนที่เต็มไปด้วยรถหลายรุ่น
ผู้คนที่เดินขวักไขว่ นี่เป็นเวลาพักเที่ยงที่หนุ่ม-สาวชาวออฟฟิศ
เดินออกมากินข้าวกลางวันกัน 
แม้แดดจะร้อนเปรี้ยง รถจะเต็มถนน 
แต่เรายังเห็นผู้คน "ใช้ชีวิต"


ฉันชอบเฝ้่าสังเกตผู้คน จินตนาการว่าตัวเองใส่ผ้าคลุมล่องหน 
หลบซ่อนอยู่ที่มุมใดมุมหนึ่ง มองผู้คนใช้ชีวิต พูดคุย กินข้าว
บ้างก็คุยโทรศัพท์ ยิ้ม สงสัย กังวล
เราเจอผู้คนสารพัดแบบร่วมโลก
ทุกครั้งที่ฉันได้เฝ้าสังเกตผู้คน ฉันจะคิดว่าตัวเองตัวเล็กนิดเดียว
และทุกครั้งที่มองลึกเข้าไป ฉันก็จะตัวเล็กลงอีกเรื่อยๆ... 
จนรู้สึกว่าท้ายที่สุด มนุษย์เราเป็นแค่ฝุ่นผงของจักรวาล
ไม่ได้ยิ่งใหญ่อย่างที่ใครกล่าวไว้เลย

วันนี้อีกเช่นกันที่ฉันเห็นผู้คนในเมืองใช้ชีวิต 
เห็นมอเตอร์ไซค์ของ Foodpanda ขับผ่าน
เห็น Grab Taxi และเห็นผู้คนสไลด์จอสมาร์ทโฟนกันเกือบจะทุกคน
ผู้คนมองหน้ากันน้อยลง
มองหน้าจอกันมากขึ้น


นึกย้อนไปในตอนที่ฉันเด็กกว่านี้ ไม่กี่สิบปี
ไม่นึกว่าเทคโนโลยีจะนำพานวัตกรรมมาถึงเราได้ไวขนาดนี้
จำได้ว่าโทรศัพท์เครื่องแรกที่แม่ยอมถอยออกมาให้ใช้ คือ โนเกีย 3310
ด้วยคุณสมบัติอึด ถึก ทนของเจ้าโนเกีย 
จนเพื่อนๆ ชอบล้อว่านอกจากจะโทรเข้าออกได้แล้วยังใช้ตำน้ำพริกได้อีก
แต่ในวัยนั้นแม้จะโดนล้อหนักขนาดไหน
แต่เมื่อเทียบกับการมีโทรศัพท์ที่มีเสียงริงโทนเข้า 
สามารถใช้โทรศัพท์ไร้สายโทรหาแฟนได้
ก็ถือว่าทันสมัย โก้เก๋มากแล้ว  : )


เพียงเวลาไม่กี่ปี เจ้าโทรศัพท์หน้าตาโบร่ำโบราณ 
ก็เปลี่ยนแปลงกลายเป็นหน้าจอสวยงาม มีแอพน่าตาเก๋ไก๋
ฟังก์ชั่นพร้อม และใช้สะดวกสบายแล้ว
พฤติกรรมเราเปลี่ยนไป จากเดิมที่กดปุ่มปั้กๆ ก็กลายเป็นทัชแทน
เห็นชัดจากการที่คนรุ่น Gen Y อย่างฉัน ต้องมาสอนคน Gen เก่าอย่างพ่อเล่นไลน์
สอนโหลดเกมแองกรี้เบิร์ดเข้าเครื่อง
สอนส่งสติกเตอร์ไลน์ และล็อกอินเฟซบุ๊ก
สอนพ่อกดไลค์ แชร์เรื่องราวที่พ่อชอบ
และสอนพ่อกด "แอดเฟรนด์" ลูกในหน้าจอสีฟ้านี้


นวัตกรรมนี้ไม่ได้เปลลี่ยนแค่พฤติกรรมเรา
แต่ยังกระพือธุรกิจหลายตัวให้ใหญ่ขึ้น เยอะขึ้น และสเกลมากขึ้นอีกด้วย
ธุรกิจสารพัดอย่างถูกย้ายเข้ามาในนี้
Mobile Marketing กลายเป็นอีกตลาดที่พ่อค้า แม่ค้า 
และนักธุรกิจหลายเจ้ากระโดดเข้ามาทำ
เหมือนสายน้ำที่มาปลาหลากชนิดเข้ามาวางไข่ 
บางคนก็ตั้งใจมาเลี้ยงไข่และเฝ้ารอปลาน้อยเติบโต ณ ที่แห่งนี้
เป็นสายน้ำที่ทุกคนรอคอยเก็บเกี่ยววันเกิดผล


ฉันไม่เข้าใจธุรกิจ รู้เพียงว่า ฉันเป็นแค่ผู้บริโภคคนหนึ่ง
ที่อยู่ในเส้นคาบเกี่ยวของนวัตกรรมเหล่านี้
รู้เพียงว่าธุรกิจ Startup ที่ใครๆ เขาพูดกัน
มันเปลี่ยนแปลงสังคมเราได้มากมายแค่ไหน
อย่างน้อยคือการสร้างอาชีพใหม่ๆ ที่ไม่ว่าใครก็เข้ามาทำได้
ฉันเคยนั่งแกรบไบค์ (Grab) และคุยกับพี่คนขับไปด้วย
แกบอกว่า อาชีพหลักของแกคือพนักงานบริษัท 
แกทำงานแปดโมงครึ่ง เลิกงานอีกทีตอนหกโมงเย็น
เสร็จแล้วแกจะมาขับแกรบไบค์ต่อถึงสี่ห้าทุ่ม 
บางวันก็ไปเป็นบาร์เทนเดอร์ต่อในบาร์แถวถนนเพชรบุรี
แกบอกว่า แกอยากเก็บเงินส่งให้ที่บ้านได้มากกว่านี้
พอมีแกรบ มันสะดวกสบายขึ้น สร้างอาชีพเสริมให้แกอย่างง่ายๆ
ให้ผมไปทำอาชีพเสริอย่างอื่น ผมก็ทำไม่เป็น
ขับมอเตอร์ไซค์นี่แหละ ถนัดสุดแล้ว 

แกบอกอย่างนั้น


ประโยคสนทนาวันนั้นทำให้ฉันเห็นประโยชน์ของธุรกิจ Startup 
ธุรกิจที่สร้างขึ้นมาจากไอเดีย 
และความหวังว่าธุรกิจเองจะสามารถทำประโยชน์ให้ใครในกลุ่มสังคมหนึ่งได้บ้าง
ฉันไม่เข้าใจธุรกิจ Startup อย่างถ่องแท้
แต่รู้เพียงว่า หากมีธุรกิจที่สร้างขึ้นมา
แล้วสามารถสร้าง "โอกาส" ใหม่ๆให้ผู้คน ก็คงจะดีไม่ใช่เหรอ
ในอนาคตอาชีพที่สุจริตควรเสรี
ชิ้นเค้กของอาชีพควรตัดแบ่งอย่างเสรี 
และร่วมกันพัฒนาจนดีขึ้นกว่านี้


SHARE
Writer
Looksorn
Editor
MARS

Comments

pierreris
8 months ago
ชอบมุมมองและความคิดของคุณ Sirawin มากๆเลยครับ
Reply
imonkeyblog
8 months ago
ขอบคุณ sarawin มากครับ
อุ๊ย!!!
Looksorn
8 months ago
ยินดีที่มีประโยชน์ค่า  
ขอบพระคุณนะคะ  : ))
PsychoPlay
8 months ago
เค้กก้อนนี้มันใหญ่มากนี่สิครับ และคนตัวใหญ่ไม่ชอบหั่นแบ่งใครเพราะพวกเขาชอบเอาไปกินคนเดียว ปล่อยเรากินวิปครีมหกเหลือข้างขอบกระดาษรองเค้กมากกว่า
Reply
Looksorn
8 months ago
แฮ่ม
PsychoPlay
8 months ago
5555+ ผมดันพูดไม่น่ารักซะละ ท่ดฮับ :3
TayTay
8 months ago
ชิ้นเค้กของอาชีพควรตัดแบ่งอย่างเสรี
ชอบประโยคนี้จัง
Reply
nat_busters
8 months ago
การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ ก็จะทำให้เราใช้ชีวิตเหนือระดับและมีความสุข
Reply