Old Body New Life

"คุณคิดว่าในห้าปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเรามีขยะอิเล็คทรอนิกส์อะไรเพิ่มขึ้นเยอะที่สุด?"

คำตอบในใจผมนึกถึง ชิ้นส่วนของมือถือสมาร์ตโฟนมาเป็นอันดับต้นๆ
แซงคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเป็นเครื่องๆไปแบบไม่เห็นฝุ่นแน่ๆ

จากอดีตที่มือถือฟีเจอร์โฟนธรรมดาที่ใช้โทรออกรับสายอย่างเดียวที่อายุหลายปี
อยู่ๆอายุการใช้งานก็มาหดสั้นลงเหลือแค่ประมาณสองปี เพราะการเทคโนโลยีและการตลาดล้วนๆ
บางคนใช้เปลี่ยนรายปี และหลายคนก็ถี่กว่านั้น
แถมราคาก็ถีบตัวสูงกว่าตู้เย็นเครื่องเบ้อเริ้มไปจนตอนนี้แพงกว่าโน้ตบุคไปหน้าตาเฉย

ห้าปีที่ผ่านมานี่ประเทศเราทิ้งชิ้นส่วนมือถือใช้แล้วไปขนาดแค่ไหนกันนะ?


คุณแม่ส่งมอบมือถือเครื่องเก่ามาให้ผมใช้เป็นอะไหล่ เพราะว่าใช้งานไม่ได้ค่อยได้แล้ว
อาการคือช้า หน่วง ใช้งานได้แป๊บๆก็จอดับ
ตอนแรกแล้วก็ไม่ได้คิดอะไรมาก พอหยิบมาดูถึงรู้ว่าเป็น Samsung Galaxy S2 รุ่นเมื่อ 5 ปีก่อน
(เปิดตัวปี 2011) ซึ่งจริงๆมันเคยเป็นถึงเรือธงของปีนั้นเลย (Dual-core กล้องหลัก 8 ล้าน pixel)

ค้นข้อมูลต่อไปอีกนิด ก็พบว่าเป็นที่นิยมในวงการมือถือในต่างประเทศน่าดู
มีคนเอา code รุ่นใหม่ๆ มาปรับแต่งเพื่อใช้กับมันเยอะมาก
ก็เลยคิดว่าแทนจะทิ้งเป็นอะไหล่ น่าลองเอาเครื่องมาลองใส่ระบบใหม่ดู
เผื่อจะเวิร์คใช้งานได้ และได้ความรู้เพิ่มด้านนี้


พอตัดสินใจได้ ก็เลยเดินไปหาซื้อเคสกับแบตใหม่ที่ศูนย์ Samsung ตามห้าง
เพราะแบตเก่าเสื่อมชาร์จไม่ค่อยอยู่ล่ะ เสียค่าแบตไป 660-
ได้แบตรุ่นเก่าสุดที่ยังเหลือในร้านมาก้อนนึง
ส่วนเคสหาเท่าไหร่ไม่ได้แล้ว เก่าเกินจะเก็บจริงๆ T_T


กลับมาถึงบ้าน จับเช็ดทำความสะอาดจนเรียบร้อยและเปิดใช้งาน
พบว่า OS ยังเป็น 2.3.4 (Gingerbread) และก็มีโปรแกรมแถม
(ที่ไม่เคยได้ใช้)จาก Samsung เยอะมาก (และหน้าตาไม่ถูกโฉลกเป็นการส่วนตัว)
พอจะลองลงโปรแกรมใหม่ๆก็ไม่ค่อยได้ เพราะ OS เก่าไปมาก

ปกติ Android จะปล่อย OS รุ่นใหม่ทุกๆปี และตั้งช่ือเรียงตามตัวอักษรภาษาอังกฤษ (เป็นชื่อขนม)
- A 1.0 ตอนยังไม่เปิดตัว
- B 1.1 ตอนยังไม่เปิดตัว
- Cupcake 1.5 เปิดตัวครั้งแรก (April 2009)
- Donut 1.6 (September 2009)
- Eclair 2.0 - 2.1 (October 2009)
- Froyo 2.2 - 2.2.3 (May 2010)
- Gingerbread 2.3 - 2.3.7 (December 2010)
- Honeycomb 3.0 - 3.2.6 (February 2011):เฉพาะ tablet
- Ice Cream Sandwich 4.0 - 4.0.4 (October 2011)
- Jelly Bean 4.1 - 4.3.1 (July 2012)
- KitKat 4.4 - 4.4.4 (October 2013)
- Lollipop 5.0 - 5.1.1 (November 2014)
- Marshmallow 6.0 - 6.0.1 (October 2015)
- N ยังไม่เปิดตัว

เนื่องจาก Gingerbread มันเก่ามากเกินจะใช้งานจริง ก็เลยลองหาข้อมูลดู
เจอมีคนทำระบบปฎิบัติการ(ต่อไปจะเรียกว่า ROM) มาให้สำหรับ model นี้เยอะมาก
(ข้อดีของรุ่นยอดนิยมแท้ๆ) เรียกได้ว่ามากมายหลายเจ้า แถมแต่ละเจ้าก็มีหลาย version
และต่างฟีเจอร์กันไป สรุปคือให้เลือกเยอะจุใจ ตามความบันเทิงของคนทำ

ลองนั่งหาวิธีทำต่อในเน็ต พบว่าการใส่ระบบลงเครื่อง
(ภาษาในวงการจะเรียกว่า flash ROM) มันมีความเสี่ยงที่จะทำให้เครื่องพังได้เช่นกัน
(โปรดใช้วิจารณญานในการลงมือ) และหลังจากหาข้อมูลอย่างหนักก็พบว่า
ถ้าจะทำใช้เครื่อง Windows ทำจะง่ายกว่าใช้ Mac พอสมควร
(โดยเฉพาะกับมือถือแบรนด์ Samsung) เพราะ Tools มีเยอะกว่า

คราวนี้ก็มาถึง ทางเลือก ว่าจะเลือก ROM ไหน
- ทางสายแรก คือ Official ROM ของแบรนด์
ในเวบของ Samsung ว่ามี OS ตัวใหม่ของ model ตัวนี้อยู่ที่ Jelly Bean 4.1.2
(เพราะมันเป็นรุ่นเรือธง เลยมี support ออกมาหลายรอบหน่อย)
ถ้าเลือกตัวนี้ก็จะทำให้มือถือใหม่ขึ้นมาสามรุ่น/ปีเลย

- ทางสายสอง คือ Custom ROM
อันนี้มีหลายสิบเจ้ามาก ดังๆจะมี Cyanogen Mod, PAC, AOKP, Liquid Smooth,
Remix, etc. แต่ละเจ้าก็จะมีรองรับจำนวนเครื่องและรุ่นไม่เท่ากัน ต้องเลือกเอาเอง
(flash ผิดรุ่นไม่ได้นะเออ จะพังเอา) ข้อดีคือ จะมีโอกาสได้รุ่นใหม่สุด
(บางเจ้าได้ถึง Lollipop, Marshmallow เลย)

เนื่องจากอยากลอง ก็เลยจะทดสอบทำมันทั้งสองแบบเลย :D

เริ่มจากของง่ายก่อน คือ official ROM มีขั้นตอนหลักๆ 5 ขั้นตอน
1. download ROM, software สำหรับ flash และ driver ให้พร้อม
2. ลง driver ของเครื่อง (สำหรับ Windows)
3. เปิดโปรแกรมสำหรับ flash (ในที่นี้ใช้ Odin v.3.10.7)
4. ปิดมือถือ กดเข้า Recovery mode (แต่ละเครื่องไม่เหมือนกัน)
5. ต่อ usb เข้ากับมือถือ เลือก ROM ที่จะใช้ สั่ง start รอจนเสร็จและก็ปิดเปิดมือถือเป็นอันเสร็จพิธี

โชคดีที่ผลลัพธ์ออกมาสวยงามไม่พัง ได้มือถือที่เร็วและลื่นขึ้น โดยรวมใช้งานได้ไม่มีปัญหา
แต่หน้าจอยังเป็นสไตล์เก่าอยู่ (ยังตกรุ่นไปสองปีกว่า) คราวนี้ก็เลยมาลองลง custom ROM ต่อบ้าง

.
.
.

ผลคือใช้เวลาไปอีกราวๆเกือบอาทิตย์กว่าจะทำสำเร็จ (- -')

เนื่องจากการ flash custom ROM แบบอื่นๆลง model ตัวนี้มันมีรายละเอียดเพิ่มอีกนิดหน่อย

อย่างแรกคือ เครื่องรุ่นเก่ามันแบ่งพื้นที่มาให้ น้อยไป!
ทำให้เวลาลงแอพเยอะๆแล้วเครื่องจะบอกว่าพื้นที่เต็มลงไม่ได้
ถ้าอยากขยายพื้นที่ต้องแบ่ง partition ให้ disk ใหม่
และ Samsung ก็มีมาตรฐานของตัวเองที่ไม่เหมือนชาวบ้าน (ลำบากตูล่ะ)
เลยได้ศึกษาเรื่อง ระบบ PIT เพิ่มเติม

อธิบายง่ายๆมันคือไฟล์ในการแบ่งพื้นที่นั่นแหล่ะ และก็โชคดีที่รุ่นนี้มันยอดนิยม(อีกแล้ว)
ก็เลยมีคนทำไฟล์สำเร็จรูปมาให้ใช้เยอะแยะเลย อยากได้การแบ่งพื้นที่แบบไหนก็โหลดไปใช้ได้ทันที

อย่างที่สอง ต้องติดตั้ง Google services เอง
เพราะ Google ไม่ได้อนุญาตให้คนทำเอา Playstore ไปใส่แบบติดตั้งอัตโนมัติ อยากได้ต้องลงเอง 
และการลงแต่ละรุ่น ต้องเลือกไฟล์ให้ถูกรุ่นและเหมาะกับ model ด้วย (ยากตรงนี้แหล่ะ)

และการ flash custom ROM จะใช้ขั้นตอนหลักๆ ตามนี้
- copy ไฟล์ ROM, Google services ไปใส่ไว้ในเครื่อง (SDCard)
แล้วเปิดเข้า recovery mode เพื่อ install
- flash recovery ใหม่ที่ความสามารถสูงกว่าปกติ (เช่นสามารถปรับ partition ได้)
- เปิดมือถือเข้า recovery mode จัดการ wipe data (ล้างข้อมูล), clear cache, wipe dalvik cache
- ติิดตั้ง custom ROM, Google services
- ปิดเครื่อง เปิดใหม่เป็นอันเสร็จพิธี

(*) วิธีการทั้งหมดหาดูได้ตาม Youtube ได้ มีเยอะมาก search ด้วยชื่อแบรนด์, รุ่น
และตามด้วยชื่อ ROM ได้เลย 

หลังจากลองผิดลองถูก เลือกไฟล์ผิดบ้าง, flash ROM ผิดบ้าง, ไฟล์เสียบ้าง,
Google services ไม่ทำงานบ้าง, USB storage หายบ้าง ในที่สุด
ผมก็สามารถ flash Cyanogen Mod version 12.1 (เทียบเท่า Lollipop) ลงเครื่องได้สำเร็จ

จากมือถือเก่าๆก็กลายเป็นมือถือระบบใหม่(เกือบสุด) เปิดเครื่องเร็ว เบา
ไม่มีแอพแถมเกินจำเป็น ลงแอพได้เยอะมาก (เพราะขยายพื้นที่เพิ่มไปเป็น 12 เท่า)
และมีฟีเจอร์ใหม่ๆให้ลองเล่นอีกเพียบ

ถือเป็นการเรียนรู้โลกใหม่ที่สนุกดีและยืดอายุของอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ให้ยาวขึ้นอีกหนึ่งชิ้น

:D

ปล. ย้ำอีกที การ flash ROM มีความเสี่ยง และผู้ทำการ flash ต้องรับผิดชอบผลลัพธ์ด้วยตัวเอง

SHARE
Written in this book
Windygallery
Writer
windygallery
Photographer
I am a normal man in the quite imperfect world.

Comments