การเดินทางของอ้อมกอดอสรพิษ
Embrace of the Serpent หรือ จอมคนป่าอสรพิษ ครั้งแรกที่ได้รู้จักหนังเรื่องนี้ คือตอนที่พี่ธัญ (CEO HAL DISTRIBUTION) บอกว่า มีหนังในลิสท์ที่จะฉายในปีนี้ (2559) อยู่ประมาณนึง และหนึ่งในนั้นก็มีชื่อของหนังเรื่องนี้ ซึ่งเอาจริงๆ ถ้าเทียบกับเรื่องอื่นๆ ที่ถูกลิสท์ขึ้นมา หน้าหนังเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนดูแล้วถึงกับส่ายหัว เพราะไม่รู้ว่ามันจะเอามาขายยังไงให้กับคนไทยเข้าใจและซื้อตั๋วเข้าไปดูจริงๆ จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นหนังที่ถ้าไม่ดีจนขนาดที่ไม่ฉายไม่ได้ เราคงตัดหนังเรื่องนี้ทิ้งออกจาก Shortlist ของหนังที่อยากจะซื้อเข้ามาฉายแน่ๆ

Embrace of the Serpent เป็นหนังโคลัมเบียนที่ถูกส่งเป็นตัวแทนชิงรางวัลออสการ์ปีล่าสุดที่สร้างจากเรื่องของนักวิทยาศาสตร์สองคน สองช่วงเวลา ที่ทั้งสองเข้าไปหาสิ่งของบางสิ่งในป่าอเมซอน โดยที่ทั้งเรื่องเป็นภาพยนตร์ขาวดำ และ มีกลิ่นของความเป็นภาพยนตร์สารคดีเข้ามาเจือปนอยู่ รวมไปถึงความสมจริงของป่า ที่แทบจะไม่ต่างจากภาพถ่ายของนักวิทยาศาสตร์สองคนนั้นที่เข้าไปในอเมซอนและกลับออกมา

จนมาถึงช่วงปลายปีที่แล้วที่ทางค่ายได้สกรีนเนอร์มา (ตัวหนังฉบับเต็มที่เอาไว้ให้ทางค่ายที่ขายหนังมาดูก่อนที่จะซื้อไปขายต่อ) แล้วพี่ธัญก็ชวนผมไปดูที่ออฟฟิตแถวรัชดาซอย 3

ด้วยความที่รู้เรื่องเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้น้อยมาในช่วงเวลานั้น ประกอบกับหนังพูดเยอะและเร็วมาก ในช่วงเวลาที่มันพูด และแน่นอนว่า ซับภาษาอังกฤษที่ออกมาล้วนเต็มไปด้วยศัพท์ที่เป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ ชื่อชนเผ่า ศาสนา และอื่นๆ ที่จะเข้าใจยากประมาณนึงสำหรับคนที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษ แต่ถึงกระนั้น ผมก็ดูหนังขาวดำเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ พร้อมทั้งให้ความเห็นกับพี่ธัญว่า
"มันจะต้องเป็นหนังที่เด็กเรียนหนังทุกคนต้องได้ดูในช่วง 10 ปีข้างหน้าแน่นอน"

แม้ว่าการดูสกรีนเนอร์จะเป็นการดูผ่านจอโปรเจคเตอร์แบบที่มหาวิทยาลัยที่สอนภาพยนตร์เปิดหนังให้นักศึกษาดูในคลาส (ที่ลำโพงห้องสกรีนเนอร์แย่กว่าและเนทกระตุกบ่อยๆ) แต่เราก็รู้สึกความทรงพลังของการเล่าเรื่องผ่านภาพ ที่มันโดดเด่นและงดงามเอามากๆ รวมไปถึงเรื่องราวที่ดูเข้าใจไม่ยากอย่างที่คิด เพราะขนาดที่เราไม่เก่งอิ๊งยังเข้าใจเรื่องได้และจับใจความมันได้ประมาณนึงเลย แปลว่าการเล่าเรื่องผ่านภาพของมันนั้นก็ยังทำงานในฐานะ "ภาพยนตร์" อยู่ดี

ทั้งหมดทั้งมวลเราต่างเห็นตรงกันว่า มันคงจะเจ๊งแหละ แต่ถ้าไม่ซื้อเข้ามา เราก็จะไม่มีทางได้รับประสบการณ์ทางภาพยนตร์แบบนี้ในโรงอีกแล้วนะ สุดท้าย พี่ธัญตัดสินใจซื้อเข้ามา โดยที่แทบไม่มีความหวังเลยว่าหนังเรื่องนี้จะทำเงิน

อุปสรรค์ต่างๆ ที่ถูกคิดเอาไว้ตอนแรก ทั้งในเรื่องของหน้าหนังที่ขายยาก บริบทต่างๆ ที่คนไทยจะไม่เข้าใจ รวมไปถึงความเป็นหนังขาวดำ ล้วนแล้วแต่เป็นโจทย์ใหญ่มากๆ หลังจากที่เราตัดสินใจที่จะซื้อหนังเรื่องนี้มาแล้ว ถึงแม้ว่าจะทำใจแล้วและคิดว่ามันคงมีประโยชน์กับคนเรียนหนังและนักดูหนัง สุดท้ายมันก็ยังเป็นโจทย์ที่หินมากๆ อยู่ดีสำหรับธุรกิจที่มีความเสี่ยงหลักแสน หลักล้านอย่างการซื้อขายภาพยนตร์

ถึงวันนี้การฉาย Embrace of the Serpent รอบสื่อจะผ่านไปแล้ว สิ่งที่เราอยากได้เห้นมันในโรงภาพยนตร์ก็ได้เห้นๆไปแล้ว การเติมเต็มสิ่งที่เราไม่เห็นมาก่อนและโสตสัมผัสในตอนดูสกรีนเนอร์ ถูกเติมเต็มขึ้นมาผ่านโรงภาพยนตร์ ซับภาษาไทยที่ทำให้เราเข้าใจเรื่องราวมันมากขึ้นกว่าตอนดูครั้งแรก ทำให้เราตีความมันไปได้อีกมากมายกว้างขวางตามประสบการณ์ของแต่ละคน

แต่นั่นแหละครับ สิ่งที่พูดไปทั้งหมดมันคงเป็นเรื่องราวของการเดินทางสำหรับหนังเรื่องนี้มากกว่า เพราะหนังเรื่องนี้การที่จะบอกว่ามันดียังไง ก็คงมีความเห็นแตกต่างกันมากมาย ซึ่งไม่รู้ว่ามันจะเวิร์คหรือไม่ในทางธุรกิจ

แต่เรื่องของการเติมเต็มจิตวิญญาณของคนรักหนัง ที่บ้าที่จะซื้อหนังเรื่องนี้เข้ามา มันก็คงประสบความสำเร็จมากแล้วหละครับ



SHARE
Writer
patzh
Regista
Chamchuri Supporters / Bangkok

Comments