บันทึก ‘สิบคำถามเปลี่ยนความคิด ชีวิตเปลี่ยน’
ได้เรียนคอร์สนี้จาก Skillane โดยคุณบอย วิสูตร แสงอรุณเลิศ ที่อยู่ในโปรแกรม Skill Loading ของ Kasikorn Digital Academy (ฮั่นแน่ tie in ซะด้วย) รู้สึกว่าน่าจะดีถ้าได้แบ่งปัน แต่คงเป็นแบบคร่าว ๆ เนอะ เริ่ม !

คำถามจะไล่ตามเวลา ข้อ 1 ต้องถามตัวเองตั้งแต่ตื่นนอนไล่ไปจนข้อ 10 คือก่อนเข้านอน
มี abstract บ้าง อาจต้องใช้เวลาในการพิจารณาและเก็บประสบการณ์เพื่อที่จะตอบคำถามได้บ้างบางข้อ
แต่ก็ถือเป็นคำถามที่ดี ที่จะช่วยให้ชีวิตเคลื่อนไปข้างหน้าได้ ไม่ติดหล่มกับความผิดพลาดที่เจอ

1.วันนี้ จะมีเรื่องอะไรดี ๆ เกิดขึ้นกับเราบ้าง
เมื่อมองหาแต่สิ่งแย่ ๆ เราก็จะเจอแต่สิ่งแย่ ๆ เป็นผลลัพธ์ แต่ถ้าเราตั้งใจจะมองหาแต่สิ่งดี ๆ เดี๋ยวสมองเราจะช่วยให้หาเรื่องดี ๆ เจอเอง อันนี้เราเพิ่มเองนะ คือเท่าที่พิจารณาคำถามนี้มีกลไกทางจิตที่เรียกว่า Self-fulfilling Prophecy อยู่เบื้องหลัง ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ (https://youtu.be/JDlI0wMLJo0) และประสบการณ์ตรงที่เคยเจอคือ มีช่วงนึงที่ได้ดูซีรีย์ฮอร์โมน ที่มีโฆษณารถจักรยานยนต์ยี่ห้อหนึ่ง ฟังอยู่รัว ๆ ทุกเบรค ทีนี้ออกมาเดินข้างนอกนี่เห็นแต่รุ่นนั้นเฉยเลย

2.มีเรื่องอะไรดี ๆ ซ่อนอยู่ในเรื่องที่เราเจอบ้าง
เรื่องที่เราเจอ ไม่เท่ากับ ผลลัพธ์ แต่เรื่องที่เราเจอ บวก การตีความของเรา เท่ากับ ผลลัพธ์
ผลลัพธ์จะออกมาทรงไหน ขึ้นกับความคิดเราที่ปรับกับเรื่องที่เราเจอ ถ้าฝึกมองหาและตีความในมุมดี ๆ ชีวิตก็จะได้เรียนรู้และพัฒนา

3.เรากำลังใช้คำพูดที่ดีอยู่หรือไม่
คนที่เราคุยด้วยมากที่สุดคือตัวเราเอง เราควรจะตระหนักว่าเราคุยกับตัวเองว่าอะไรบ้างและอย่างไร ถ้าพูดด้วยแต่ ‘คำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ’ หรือ การบ่น มันก็ไม่มีประโยชน์ เราสามารถโชคดีได้ด้วยคำพูดที่เราพูดกับตัวเองได้โดยการเลิกบ่น

4.เรากำลังคิดอะไรอยู่
Metacognition กันไป เราคิดเป็นภาพกัน และยิ่งห้ามไม่ให้คิดก็ยิ่งหยุดคิดไม่ได้ใช่มะ เช่น ห้ามไม่ให้คิดถึง ‘หมีขาว’ สิ่งที่ป๊อปอัพในหัวคืออะไร ‘หมีขาว’ ไง เมื่อกลไกมันเป็นเช่นนี้ เราก็แฮคมันด้วยการที่เราเลือกภาพที่เราอยากจะมอง เช่น การทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การได้ค่าตอบแทนสูง หรือการมีบ้านอย่างที่ต้องการ ใช้ภาพความสำเร็จสร้างความคิดที่จะเอื้อให้เราทำมันได้สำเร็จ Begin with the end in mind

5.เราจะทำอย่างไรให้บรรยากาศดีขึ้น
แน่นอนว่าการดำเนินชีวิตไปในแต่ละวันเนี่ย เราหลบเรื่องไม่ดีให้เราไม่เจอไม่ได้หรอก พอเจอเรื่องไม่ดีมันก็เครียดอ่ะเนอะ แต่ในเมื่ออะไรที่เกิดขึ้นแล้วมันแก้ไม่ได้ ยิ่งคิดซ้ำในเรื่องเครียดมันก็ยิ่งเครียด บรรยากาศในตัวเองก็คงเป็นพิษ ไม่เอื้อให้เราคิดเรื่องดี ๆ ออกหรอก คิดให้สนุก เอาตลกเข้าสู้ไป

6.วันนี้มีเรื่องอะไรดี ๆ ที่น่าขอบคุณบ้าง
ข้อนี้จริง ๆ ถ้าใครได้อ่าน The Little Book of Ikigai ของ Ken Mogi จะรู้ว่า ‘การขอบคุณสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละวัน’ เป็นเสาหลักนึงในการใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย วิธีการตรงนี้ก็จะฝึกให้เราเลือกมองสิ่งดี ๆ ให้คุ้นชินเนอะ จะได้ไม่ถูกสัญชาตญาณที่คอยจะดึงให้เห็นแต่เรื่องร้าย ๆ ครอบงำมากเกินไป

7.เรากำลังเชื่อสิ่งที่เป็นประโยชน์กับเราหรือไม่
ความจริงนั้นขึ้นกับว่าจริงของใคร ‘จริงของมึง’ อาจจะไม่เหมือน ‘จริงของกู’ มันอยู่ที่เราเจออะไรมา และเราเลือกที่จะสร้างและเชื่อความจริงในรูปแบบใด หากความจริงนั้นไม่ได้ทำร้ายใคร (รวมถึงตัวเอง) หรือทำให้ใครเดือดร้อน แล้วยังสนับสนุนให้ชีวิตเราดีขึ้นอีก ทำไมเราจะเชื่อแบบที่เราอยากจะเชื่อไม่ได้ล่ะ

8.เรากำลังคุยกับคนที่ทำให้ชีวิตเราดีขึ้นหรือไม่
อันนี้เราเพิ่มเอง เราเจอ infographic นึงที่แบบชอบมากเกี่ยวกับการพิจารณาก่อนพูด “THINK” ก่อนที่เราจะพูดอะไร เราควรพิจารณาว่าเรื่องที่จะพูดนั้น True - จริงหรือไม่ ถ้าไม่จริงก็ไม่ควรพูดออกไป แต่ถ้าจริงแล้ว Helpful - ซึ่งช่วยเหลือ หรือไม่ ถ้าไม่ช่วยใครหรืออะไรให้ดีขึ้น อย่าพูดเสียจะดีกว่า แต่ถ้าจริงและซึ่งช่วยเหลือแล้ว Inspiring - ซึ่งบันดาลใจ หรือไม่ ถ้าไม่เสริมสร้างแรงใจให้ใคร ไม่ต้องพูดน่าจะดีกว่า แต่ถ้าจริงและซึ่งช่วยเหลือและซึ่งบันดาลใจแล้ว แต่ไม่ Necessary - สำคัญจำเป็น หรือที่เรียกได้ว่า ไร้สาระ ก็เงียบไว้น่าจะดีกว่า และถ้าจริงและซึ่งช่วยเหลือและซึ่งบันดาลใจและสำคัญจำเป็นแล้วนั้น สุดท้ายควรพิจารณาว่า Kind - ซึ่งถนอมน้ำใจหรือไม่ ต่อให้จริงหรือช่วยเหลือหรือบันดาลใจหรือสำคัญจำเป็นมากแค่ไหน ถ้าไม่ได้ถนอมน้ำใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เราก็ควรจะพิจารณาสารและวิธีการก่อนที่เราจะพูดออกไปน่าจะดีที่สุด ... ซะยาวเลย ประเด็นคือ ถ้าเราเจอคู่สนทนาที่ไม่ได้ใช้ THINK ก่อนพูดเนี่ย การลดการปฏิสัมพันธ์ด้วยก็ทำให้ชีวิตดีขึ้นได้แล้ว

9.เรากำลังติดสรรพคุณอะไรให้ตัวเองอยู่
ถ้าเรามองว่าตัวเองแย่ ความคิดเกี่ยวกับตนเอง พฤติกรรมที่ทำออกไปมันก็คงแย่เช่นกัน และกลไก Self-fulfilling Prophecy ก็จะยิ่งตอกย้ำและทำให้คุณมั่นใจในความแย่ของคุณมากขึ้น แต่ลองเปลี่ยนคำว่าแย่ให้เป็นสุดยอดดูสิ มันน่าจะดีกว่าเนอะ อันนี้เราเพิ่มเอง คือเราว่ามันคงไม่ง่ายอย่างนั้น ยังไงเราก็ต้องเจอเรื่องที่เราทำได้ไม่ดี แต่เราก็ควรจะเชื่อในตัวเอง แปะสรรพคุณไว้ว่าเราทำได้ไว้ก่อน เราจะค่อย ๆ ทำได้มากขึ้นเรื่อย ๆ เอง

10.เราทำเต็มที่แล้วหรือยัง
เป็นคำถามที่ถ้าไม่ทนงตนมากเกินไป คนเราส่วนใหญ่น่าจะตอบว่า ยัง เนอะ และถ้ายังแปลว่าเราทำได้มากกว่านี้ใช่ไหม ลุยไป

มันคงไม่ใช่ว่าเราถามคำถามสิบข้อแล้วชีวิตจะดีขึ้นในพริบตาอ่ะเนอะ ทุกอย่างคือ progress คงจะดีกว่าถ้าเราพัฒนา progress ของเราได้ด้วยคำถามที่ดี ๆ ที่เอื้อให้การพัฒนามันง่ายขึ้น ราบรื่นขึ้น ให้ชีวิตค่อย ๆ ดีขึ้น

สงสัยอะไรหรืออยากคุยอะไรเพิ่มเติม ทักทายกันได้ครับผม :)

SHARE
Writer
protein
the thinker
Embrace every melodies of life :)

Comments