ไร้บ้าน ... ไม่ไร้น้ำใจ
ไม่ได้ต้องการอะไรหรอก แค่อยากให้พวกเขากินอิ่มหลับสบาย จะได้ไม่ต้องไปขโมยของใครกิน 

คำกล่าวของชายวัย 40 ปีอย่างพี่เอ แรมโบ้ ทำให้เราต้องกดหยุดกล้อง 60D คู่ใจที่กำลังถ่ายชีวิตความเป็นไปของคนไร้บ้านที่มารอรับอาหารที่เสาชิงช้า 

พี่เอเป็นชายวัยกลางคน ซึ่งเราคิดว่าเขาคงจะอายุประมาณ 40 ปี รูปร่างท้วม หน้าตายิ้มแย้ม ท่าทางใจดี คุยเก่ง และพูดติดอ่าง มักจะใส่เสื้อสีดำและกางเกงลำลอง 4 ส่วน เป็นอดีตคนเร่ร่อนที่เล่าให้เราฟังว่าโดนแม่ทิ้งที่กองขยะตั้งแต่ยังแบเบาะ ไม่มีชื่อ ไม่มีวันที่เกิด ไม่มีบ้านอยู่ ไม่มีอะไรเลยนอกจากตัวเปล่า

ก่อนหน้านี้เรารู้จักพี่เอตอนไปที่มูลนิธิกระจกเงา เพราะบังเอิญต้องทำสารคดีในเรื่องที่เขาแจกอาหารให้คนไร้บ้าน ส่วนตัวตอนนั้นคิดว่ามันเป็นโครงการที่แย่ชะมัด ยอมรับเลยว่าเราแค่เสนอ อาจารย์ส่งๆว่าจะทำเรื่องนี้เพราะคิดอะไรไม่ออก ทำไมต้องแจกอาหารให้คนไร้บ้าน ทำไมถึงไม่สนับสนุนอย่างอื่น และความคิดแง่ลบอีกมากมายเกินกว่าที่จะบรรยายออกมาได้หมด 

พี่เอตอนนั้นที่กำลังกวาดถนนสีหน้าดูเหนื่อยล้า แต่รอยยิ้มของเขาตอนที่เห็นรถเข้ามาจอดตรงจุดบริจาคสิ่งของทำให้เรารู้ได้ว่าเขากำลังมีความสุขกับงานที่ทำ ไม่รอช้ารีบเข้าไปถามถึงโครงการผู้ป่วยข้างถนนทันที พี่เอดูตื่นเต้นจนเราแปลกใจ เขารีบแนะนำตัวเองว่าเป็นคนไร้บ้านมาก่อน เคยขอทาน เคยเก็บขวดขาย เคยทำมาแล้วสารพัดอาชีพ และเคยแม้กระทั่งเก็บขยะกิน จนกระทั่งกระจกเงาเข้ามาช่วยเหลือและให้งานทำ เราถามว่าพี่เอได้ไปช่วยแจกอาหารบ้างไหม พี่เอตอบว่า ไปสิ ไปแทบทุกวันจันทร์นั่นแหละ 

การแจกอาหารให้กับคนไร้บ้านนั้นจัดขึ้นทุกวันจันทร์ที่บริเวณเสาชิงช้าตั้งแต่ 2 ทุ่มเป็นต้นไปจนกว่าอาหารจะหมด ตอนไปครั้งแรกยอมรับว่ากลัว เจอทั้งคนเมา นักเลง และอีกสารพัดแย่ๆที่เราจะนึกออก วินาทีนั้นคิดอย่างเดียวแล้วว่าเราจะรอดไหม การตามถ่ายชีวิตคนไร้บ้านไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ด้วยเหตุผลจำกัดที่ว่าเขาไม่มีที่อยู่ ไม่มีโทรศัพท์มือถือในการติดตามตัว แล้วอย่างนี้เราจะตามถ่ายชีวิตใครได้ ยังไม่รวมเหตุผลอีก 108 ว่างานนี้เราถ่ายได้เฉพาะวันจันทร์ที่เขามาแจกอาหาร เวลาจำกัดในการแจกไม่เกิน 2 ชั่วโมง เราจะไม่มีเวลามาตั้งกล้อง หามุมสวยๆ แต่เราต้องแข่งกับเวลา เพราะถ้าช้า ก็จะไม่ได้อะไรกลับไปเลยทั้งนั้น 

เรายืนคุยกับพี่เอที่เสาชิงช้า ในขณะที่สายตาก็จ้องวิวไฟน์เดอร์เพื่อจับภาพวีดิโอบรรยากาศโดยรอบ พี่เอที่อยู่ข้างๆกำลังยื่นขวดน้ำให้คนไร้บ้านที่กำลังมาต่อแถวรอรับอาหาร เราถามพี่เอว่าไม่เหนื่อยหรอ ทำงานมาทั้งวันแล้วยังต้องมาแจกอาหาร แถมยังไม่ได้เงินอีก พี่เอส่ายหน้าแล้วตอบเราเพียงสั้นๆว่า 

มาตอบแทนสิ่งที่เคยได้รับ ไม่เหนื่อยหรอก
วินาทีนั้นยอมรับว่าเรามองโครงการผู้ป่วยข้างถนนเปลี่ยนไป ความรู้สึกอบอุ่นหัวใจเมื่อได้ฟังสิ่งที่พี่เอเล่าทำให้รู้ว่าจริงๆแล้วการแจกอาหารให้กับคนไร้บ้านก็มีข้อดีที่เราคาดไม่ถึง และอดคิดไม่ได้ว่าถ้ามีการช่วยเหลือคนไร้บ้านให้มีอาชีพแบบพี่เอ ต่อไปสังคมของเราอาจจะมีคนดีเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว และลดปัญหาคนไร้บ้านได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่การแจกอาหารให้หมดไปวันนึงเท่านั้น 

หลังจากเวลาผ่านไป 3 เดือนในที่สุดสารคดีของเราก็เสร็จในชื่อเรื่องว่า "น้ำใจที่กินได้" เป็นสารคดี 30 นาทีที่รวบรวมชีวิตของคนไร้บ้านอย่างลุงอำนวย ชายวัย 60 ปีที่ตัดสินใจเนรเทศตัวออกออกจากบ้าน เพราะไม่อยากเป็นภาระให้กับน้องสาว เรื่องราวของพี่เอ อดีตคนไร้บ้านที่กลายมาเป็นอาสาสมัครให้กับมูลนิธิกระจกเงา มีงานอดิเรกคือการเข้าร้านเกมส์ทุกวันเสาร์อาทิตย์ ลุงขี้เมาที่มาโวยวายใส่เราว่าไม่เคยได้กินอาหารดีๆเลย ทุกวันได้กินแต่เศษอาหาร ลุงขาพิการแต่ก็พยายามเดินทางมาถึงเสาชิงช้าเพื่อมารอรับอาหารเพียงสักมื้อ และอีกสารพัดที่เราจะสามารถใส่ลงใน 30 นาทีของสารคดีเรื่องนี้ได้ 

จากที่เคยอคติ แต่ในวันนี้เราสามารถพูดได้เต็มปากว่าภูมิใจกับงานของตัวเอง หลังจากสารคดี 30 นาที อาจารย์ได้ให้เราทำเป็นสารคดีเชิงข่าว 5 นาที และทำอีกตอนนึงคือ 3 นาที โดยรวมแล้วเราทำสารคดีคนไร้บ้านทั้งสิ้น 3 ครั้ง ประเด็นที่ใช้แตกต่างกัน แต่สิ่งที่เห็นได้จากการลงพื้นที่ไปทำ คือรอยยิ้มและสายตาของคนไร้บ้านหลังจากได้รับอาหารว่าพวกเขามีความสุขมากแค่ไหน น้ำใจของพี่เอแม้เพียงเล็กน้อยในสายตาของใครหลายๆคนแต่กลับกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่อดีตคนไร้บ้านคนนึงจะสามารถตอบแทนคืนให้กับสังคมได้ 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณอาจารย์ปณต สุสุวรรณที่ทำให้เราได้ทบทวนตัวเอง ปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติมสิ่งที่ขาด และค้นพบสิ่งที่ไม่สามารถหาได้จากการใช้ชีวิตไปวันๆ ขอบคุณพ่อแม่ที่คอยช่วยเหลือและให้กำลังใจเราทุกครั้งที่เคยท้อและเสียน้ำตาให้กับสารคดีตัวนี้ ขอบคุณคนไร้บ้านที่มักจะเข้ามาทักทาย ถามไถ่ และให้ข้อมูลดีๆกับเราตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา ดีใจและสุขใจที่ได้รู้จักกันถึงแม้จะเป็นเวลาสั้นๆ ขอบคุณมูลนิธิกระจกเงาที่ใจดีและพร้อมช่วยเหลือเราทุกเรื่อง ขอบคุณแก๊งหมูแดงที่ร่วมสู้ไปด้วยกันจนวินาทีสุดท้าย ขอบคุณเพื่อนอีกหลายคนที่เอ่ยชื่อได้ไม่หมด ขอบคุณที่ทำให้สารคดีทั้ง 3 เรื่องของเรามีชีวิต ขอบคุณจริงๆ :-)











SHARE
Writer
holixq
Writer
นัก(หัด)เขียนที่เขียนข่าวมากกว่าบทความ

Comments