Take the Stairs: ความแตกต่างของความร้อน 1 องศา
น้ำที่ร้อน 99 องศาก็ร้อนแล้วนะ
แต่น้ำที่ร้อน 100 องศาเท่านั้นถึงจะกลายเป็นน้ำเดือด 
น้ำที่ร้อน กับน้ำที่เดือด อาจจะมีความร้อนที่แตกต่างกันแค่นิดเดียว แค่หนึ่งองศาเท่านั้น แต่มีแค่น้ำเดือดเท่านั้นถึงจะมีไอน้ำออกมาให้เราสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เยอะแยะไปหมด

ก็เหมือนกับ commitment (ความมุ่งมั่น) ของคนเราเนี่ยแหล่ะ ความแตกต่างระหว่างความมุ่งมั่น 99% กับความมุ่งมั่นเต็ม 100% มันต่างกันเยอะกว่าแค่ตัวเลข 1% ที่เห็นนะ

เฉพาะคนที่มี commitment เต็ม 100% ที่จะสามารถผ่านอุปสรรคที่จะมาขวางกันระหว่างสิ่งที่เราทำอยู่ กับเป้าหมายที่เราอยากจะไปให้ถึง

เพราะไม่ว่าจะเป็นเป้าหมาย ถึงจุดหนึ่งมันก็จะต้องมีอุปสรรคทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นอุปสรรคภายนอก หรือเป็นความท้อภายในของเรา

คำถามที่เราถามตัวเอง ความตั้งใจ ระดับความ commitment ของเรา ณ เวลานั้นๆ จะเป็นตัวแปรที่สำคัญที่จะทำให้เราผ่านจุดสำคัญนั้นไปได้หรือไม่ได้

ถ้าเรายังไม่ได้มี commitment 100% เราก็จะถามตัวเองว่า “จะทำ...ดีมั้ยน้า” (“Should I do it?”) ทุกครั้งที่เราต้องทำอะไรซักอย่าง ซึ่งถ้าเราถามคำถามนี้กับตัวเองไปเรื่อยๆ ซักวันหนึ่งเวลาที่อุปสรรคที่ขวางอยู่ข้างหน้ามันใหญ่พอ คำตอบที่เราได้มาอาจจะเป็น “ไม่ทำดีกว่า...” และเราก็จะล้มเลิกความตั้งใจไป

แต่ถ้าเรามี commitment 100% เราจะไม่ถามตัวเองด้วยคำถามเดียวกันนั้น เพราะเราได้ตัดสินใจไปนานแล้วว่าเรา “จะทำ” คำถามที่เราถามตัวเองจึงกลายเป็นว่า “แล้วเราจะทำ...ยังไง” (“How will I do it?”)

พอเราเปลี่ยนจากคำว่า “ทำ...ดีมั้ยน้า” มาให้กลายเป็นว่า “ทำ...ยังไง” ทัศนคติ mindset ของเราก็จะเปลี่ยนไป

จาก mindset ของความลังเลว่าจะเดินหน้าต่อหรือถอยหลังดี 
ก็จะกลายเป็น mindset ของการกระทำ ของการแก้ปัญหา ของการหาทางก้าวข้ามอุปสรรค 
ซึ่งคนที่มีความคิด ความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าอย่างเดียวแบบนี้เท่านั้นล่ะ ที่จะสามารถฝ่าฝันทุกอย่างจนไปถึงเป้าหมายได้

(ได้แรงบันดาลใจเรื่องนี้จากหนังสือเรื่อง Take the Stairs (http://amzn.to/1Lu4e8y))

ก่อนหน้านี้เคยพูดถึงว่าหนึ่งในเทคนิคการสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเอง คือการให้ตัวเองเป็นคนคุมเกม เป็นคนที่ตัดสินใจเองว่าจะทำอะไร เปลี่ยนสิ่งที่ต้องทำเป็นสิ่งที่เราเลือกที่จะทำ (http://bit.ly/25xURAZ) 

ที่เขียนถึงวันนี้ก็เป็นอีกมุมมองนึงของการให้ตัวเองเป็นคนตัดสินใจ คือแทนที่จะให้มานั่งตัดสินใจทุกครั้งว่าจะทำดีหรือไม่ทำดี เราก็ตัดสินใจเรื่องนั้นไปครั้งแรกครั้งเดียวเลยว่า "จะทำ" แน่ๆ แล้วหลังจากนั้นค่อยใช้เทคนิคให้ตัวเองตัดสินใจว่าจะทำ "ยังไง" เพื่อให้เราสามารถสร้าง motivation โดยการคุมเกมเองแต่ไม่ให้มีโอกาสในการถอยเวลาเจออุปสรรคใหญ่ๆ อะไร

 
ปล๑. เรื่องนี้ก็คงไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร ทั้งภาษาไทยภาษาอังกฤษก็มีคำพูดที่สื่อให้ถึงแนวคิดที่บอกว่าเราจะเดินหน้าอย่างเดียว ไม่มีคำว่าถอยหลัง เช่น “ทุบหม้อข้าวยึดเมือง” หรือ “burn bridges” ซึ่งก็เป็นความคิดคล้ายๆ กัน แต่ส่วนตัวเราว่านึกภาพของน้ำเดือดๆ แล้วสบายใจกว่าการนึกภาพการออกรบ

ปล๒. ในช่วงเวลากว่าสองเดือนที่ผ่านมา เรามานั่งขีดๆ เขียนๆ บทความสั้นๆ ทุกวันธรรมดา (ยกเว้นวันที่ไม่อยู่บ้านจริงๆ) จนเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมาเริ่มมาถามตัวเองว่าเปลี่ยนมาเขียนแค่อาทิตย์ละสามวันดีมั้ย... พอต้นเดือนนี้บังเอิญได้เจอพี่คนนึงที่ทำเพจหนึ่งที่เราติดตามอยู่ พี่เค้ามา “หาข้อมูล” ในการเขียนแถวๆ นี้ พอเห็นพี่เค้าบอกว่าเค้าเองก็พยายามเขียนให้ได้ทุกๆ วัน ก็เลยเกิดแรงฮึดสู้ขึ้นมาใหม่

เลยทำให้นึกถึงเรื่องที่เขียนถึงวันนี้ขึ้นมา

ต่อไปจะไม่ถามตัวเองแล้วว่า “วันนี้จะเขียนดีมั้ยน้า” แต่จะเปลี่ยนคำถามเป็น “วันนี้จะเขียนเรื่องอะไร” แทน


Originally Posted On:
http://bit.ly/1TsLcCs

Related Post: 
Smarter Faster Better: Motivation - เปลี่ยน Chore ให้กลายเป็น Choice/Challenge
http://bit.ly/25xURAZ  

Books:
Take the Stairs: 7 Steps to Achieving True Success
by Rory Vaden: http://amzn.to/1Lu4e8y



Image Credit: https://pixabay.com/en/kettle-copper-steam-boiling-boil-653673/



SHARE
Written in this book
หนังสือ
Writer
Cloud9
นักอ่านแอบเขียน
https://www.facebook.com/1Thing.1Thing

Comments