CQ CQ CQ จากเด็กน้อยตอนนั้น .
นับตั้งแต่จำความได้ ฉันก็ได้ยินเสียงพวกนี้มาตั้งแต่เด็ก ตลอดเวลาทุกวัน และทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นเวลาตื่นนอน ทานข้าว หรือแม้แต่ก่อนเข้านอนจนนอนหลับไปแล้วก็ตาม .
อย่าเข้าใจผิด คิดว่ามันเป็นเสียงปริศนาชวนขนหัวลุกนะฮ่าๆ 
มันคือเสียงของวิทยุสื่อสารนั่นเอง เพราะพ่อฉันทำงานเกี่ยวกับความสงบสุขของบ้านเมือง
ท่านทำงานตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด ฉันจึงได้ยินเสียงสื่อสารของวิทยุ
ดังอยู่ตลอดเวลาทั้งวัน ไม่เว้นแม้แต่เวลานอน คงเพราะคำว่า "พิทักษ์สันติราษฏร์" ที่เขียนอยู่บนหน้าหมวกหล่ะมั้ง ท่านถึงต้องทุ่มเทขนาดนี้

โตขึ้นมาหน่อยฉันก็เริ่มได้เรียนรู้เกี่ยวกับภาษาในวิทยุสื่อสาร 
โดยภาษาที่แพร่หลายที่สุดในไทยเราก็คือ ภาษาวอ. 
เริ่มจากการฟังในวิทยุสื่อสารของพ่อ ถามความหมายมัน แล้วก็จดจำ
จนฉันโตขึ้นเรื่อยๆ จึงเริ่มศึกษาเองจากอินเตอร์เน็ต ที่สมัยนั้นยังวิ่งด้วยความเร็ว 56 Kbps

และฉันก็ได้ใช้งานมันครั้งแรก วิทยุสื่อสาร ในวัยมัธยมปลาย
ใช่แล้ว กรรมการนักเรียนฝ่ายวินัย หรือที่รู้จักกันในนามของ "สารวัตรนักเรียน"
ฉันเริ่มใช้งานมันได้อย่างคล่องแคล่วขึ้น จนเริ่มรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
ในทุกๆวันตอนเช้า หน้าที่ของฉันคือการตรวจตึกเรียน ว่ามีนักเรียนคนใดหลบจากแถว
แล้วแจ้งไปยังส่วนกลางให้ทราบถึงความเรียบร้อยในพื้นที่ของตนเอง
ใช้ในการควบคุมดูแลนักเรียนในการไปทัศนศึกษานอกสถานที่ต่างๆ
แต่ครั้งที่พีคที่สุดในตอนนั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 ครั้งคือ


ครั้งแรก .
กับนามเรียกขานว่า "วินัย 8" ในการประสานงานในงานรับเสด็จ ฟ้าหญิงอุบลรัตน์ฯ ที่โรงเรียนของผมเอง วันนั้นเป็นวันแรกที่ผมได้เห็นศูนย์วิทยุของทหารแบบชุดใหญ่ มาตั้งบัญชาการอยู่ที่ห้องเพื่อนผม ม.5/7 และได้รับคำเตือนจาก รอง.ว่าให้ใช้ความถี่ให้ถูกต้อง (ความถี่ของกรมสามัญศึกษา) โดยในวันนั้นเป็นวันที่ภูมิใจที่สุดวันหนึ่งของชีวิตเลยก็ว่าได้ เพราะได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่กองอำนวยการ ในฐานะเด็ก ม.ปลายตัวเล็กๆคนนึง มันยิ่งใหญ่มากเลยนะรู้ป่าว :D

และอีกครั้ง
กับนามเรียกขานเดิม เพิ่มเติมคือมีศูนย์ควบคุมข่าย เป็นการไปเป็น STAFF ในการจัดค่ายลูกเสือ ในนามของสภานักเรียน โดยใช้วิทยุสื่อสารนี่แหล่ะเป็นตัวกลางในการติดต่อประสานงาน โดยคราวนี้ไม่ถือว่าเป็นทางการมาก เพราะเป็นกิจกรรมภายในโรงเรียน โดยไปจัดกันที่ดินแดนแห่งค่ายลูกเสือเช่นเดิม คือจังหวัดสระบุรี เป็นช่วงเวลาที่สนุกและมีความสุขมาก แล้วเชื่อไหมว่าศูนย์วิทยุที่เราตั้งขึ้นในตอนนั้นมีชื่อว่าอะไร ชื่อสุดจะแบ๊วมากมาย "ศูนย์โมชิ" ไง :3

หลังจากนั้นฉันก็ได้รู้จักกับคำว่า "วิทยุสมัครเล่น" จากคำแนะนำของรุ่นพี่ และน้องที่รู้จักกัน
ครั้งแรกเลยมีความเข้าใจกับคำคำนี้น้อยมาก เข้าใจแค่ว่ามันเป็นการใช้ วอ.ดำอย่างถูกกฎหมาย แต่ยังไม่รู้อะไรลึกซึ้งมากมาย หลังจากนั้นจึงได้ไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม จึงได้รู้ถึงความหมายที่แท้จริงของมัน ก็เห็นว่ามันน่าสนใจดีนะ เลยนั่งคิดถึงประโยชน์ของมันสำหรับตัวเอง เพราะว่า
วิทยุสมัครเล่นเป็นข่ายสื่อสารสำคัญในยามฉุกเฉิน
เนื่องจากสามารถออกอากาศได้ด้วยตัวเอง ทุกที่ ทุกเวลา
ไม่ต้องพึ่งเสาสัญญาณเหมือนโทรศัพท์มือถือ
ต้องการเพียงแหล่งพลังงาน (แบตเตอรี่)
จึงเป็นตัวเลือกที่วางใจได้ในทุกๆ ที่ที่เราเดินทางไป 

ก็ไปเลยสอบใบประกาศนักวิทยุสมัครเล่นขั้นต้น ตอนนั้นเป็นของที่จังหวัดจัดสอบเอง ศูนย์คุมข่ายจังหวัดฉะเชิงเทรา HS1AS จัดสอบที่มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ไม่กี่เดือนต่อมาผลสอบก็ออกมา ปรากฎว่าสอบผ่าน จากผู้สมัครครึ่งต่อครึ่งที่ไปสอบ และเราก็สอบผ่านด้วย ดีใจมากเลยตอนนั้น วางแผนไว้หมดเลยว่าจะไปขอนามเรียกขาน จะไปซื้อวิทยุนะ บลาๆ จนกระทั้ง พายุมรสุมชีวิตของ ม.6 ก็ได้พัดผ่านเข้ามา จนเรื่องนี้ถูกพัดกลบลงไปจากความคิด .. แหงหล่ะ หาที่เรียนต่อก่อนสิ - -

หลายเดือนต่อมา ณ สถาบันชื่อดังแห่งหนึ่งที่อยู่ติดสนามบินสุวรรณภูมิ มีทางรถไฟตัดผ่านกลางสถาบัน และมีมอเตอร์เวย์อยู่ข้างๆ เฟรชชี่ปี 1 ใสๆ พร้อมจะหาชมรมอยู่แล้วครับบบบ

แต่เดี๋ยวก่อน ยูวต้องผ่านด่านรับน้องอุดมการณ์เข้มข้นก่อนนะ ช่วงนั้นเล่นเอาประสาทเสียไปเลยปี 1 ความคิดจะเข้าชมรมเลยหายไปเลย 1 ปี กลายเป็นปีที่ว่างเปล่า ไม่มีอะไรในปีนั้นเลยเกี่ยวกับกิจกรรมทั้งหลาย

ปี 2 มีความตั้งใจแรงกล้า หาข้อมูลเต็มที่ เดินเข้าไปในตึกกิจกรรมนักศึกษา เพื่อไปพบกับกระดาษที่ติดหน้าห้องว่า "สนใจติดต่อ 145.300 MHz" ซึ่งในตอนนั้น ฉันยังไม่มีวอ (ที่ถูกกฎหมาย) ใช้เลย จอบอครับกู หายไปครึ่งปี จนมีตังไปซื้อ วอ.มีทะเบียนมาแล้ว แต่พอเปิดคลื่นนั้นก็เจอกับชาวลาดกระบังที่ไม่ใช่นักศึกษา เลยไม่กล้าขึ้นความถี่เลย

ปี 3 ใช้ชีวิตล่องลอยไปเรื่อยๆเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมีผู้มาชี้ทางสว่างให้ พี่ติดต่อผมเข้ามาด้วยเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องมาก 5555 แต่ก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่พอดี แม้จะช้าไปหน่อยก็ตาม ทำให้ได้เข้ามาสู่วงการอย่างเต็มที่สักที (หรอ) อันที่จริงก็แค่ได้เข้าชมรมของสถาบันนั่นแหล่ะนะ แต่เหมือนว่าเราจะพลัดพรากกันมานานไปหน่อย ช่วงนี้ก็เป็นช่วงเรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์อย่างเต็มที่ มีอะไรกูถามหมดดด บางทีก็สงสัยตัวเองว่า ทำไมไม่มาให้เร็วกว่านี้ มันไม่รู้สึกเหนื่อยเลยนะกับการที่เราได้อยู่กับสิ่งที่เราชอบเนี่ย มันรู้สึกว่าเราเรียนรู้ได้เรื่อยๆ ไม่มีวันหมดเลย

และนี้ก็คือเส้นทางบ้าๆบอๆของฉัน ก่อนที่จะได้มารู้จักและเป็นนักวิทยุสมัครเล่น
รู้สึกว่าตัวเองเขียนยาวไปหน่อย ถือเป็นการไถ่โทษที่หายไปนานละกัน
ไม่รู้จะมีใครมาอ่านไหม ฮ่าๆ อย่างน้อยก็ถือว่าบันทึกไว้ละกัน

ยังไงก็ฝันดีกันทุกท่านทุกสถานีนะครับ
QRU 73 .
SHARE
Writer
Vegetable_man
Photograph, Observer
ชอบถ่ายรูป พิมพ์มากกว่าพูด พกวอเกือบตลอดเวลาจนเพื่อนบอกว่าบ้า ใช้ชีวิตรอยต่อระหว่างวัยรุ่นกับวัยทำงานในอาชีพราชการ .

Comments