เรื่องตลกของโชคชะตาและความรู้สึก
ก่อนอื่นเลยนะ ขอบคุณโช้กที่แนะนำแอพนี้ให้เราได้รู้จัก ด้วยความที่เป็นคนนึงที่ชอบขึ้นแคปชันยาวๆ แต่ไม่ใช่ประเภทสามนาทีสี่ตัสอะไรแบบนั้นหรอก นั่นก็เยอะไป แค่ความรู้สึกมันเยอะจนบรรยายไม่หมด แต่ก็ไม่อยากให้มีรายละเอียดตกหล่นไป

นี่ก็คิดอยู่ว่าเราจะเปิดด้วยเรื่องไหนดี แต่ตอนนี้มันก็มีเรื่องนึงที่รบกวนความคิดเรามากเกินไปแล้ว อดไม่ได้ที่จะระบาย
พอจะเข้าใจความตลกของโชคชะตานะ อย่างเช่นเพลงของเฮียแสตมป์งี้ รักใครชอบใครก็ไม่มีใครรัก พอมีคนมารักกลายเป็นไม่ตรงใจ เป็นตรรกะงงๆของโลกนี้
นานแล้วที่ไม่ได้คิดเรื่องอื่นเลยนอกจากใช้ชีวิตให้รอดในชีวิตมหาลัย
แล้วแกก็เข้ามาเว้ย ไม่ใช่อยู่ๆก็โผล่มา 
เราเชื่อว่าต่างคนต่างยังจำเหตุการณ์ตอนนั้นได้ดี
ตอนที่เราเป็นพี่มอห้าแล้วแกก็เป็นน้องมอสาม
ตลกดีที่อยู่ๆก็มีเด็กน้อยคนนึงโผล่มาขอยืมโทรศัพท์แล้วก็แอบกดโทรออกไปเบอร์ตัวเองแล้วหันมาบอกว่า 
ผมมีเบอร์พี่แล้วนะห้ะ?! ในหัวมีความคิดเดียวเลย อะไรของเด็กนี่ คิดว่าอ่านนิยายแจ่มใสอยู่รึไง?
หลังจากนั้นมันก็เป็นจุดเริ่มการส่งข้อความหากันแบบคลาสสิคสุดๆไปเลย
พี่ทำอะไรอยู่ครับ? กินข้าวรึยัง? วันนี้ไปไหนมั้ย? ผมกินข้าวแล้วนะ...เราเติมเงินโทรศัพท์มือถือเพื่อจะส่งข้อความหาใครสักคน เราพยายามเช็คว่ามีโปรโมชันโทรศัพท์อะไรบ้างที่จะคุ้มในการส่งข้อความ 
ขนาดไม่ได้เห็นว่าเด็กนี่เป็นผู้ชายคนนึงยังแอบทำขนาดนี้อ่ะ ตลกตัวเองดีเหมือนกัน
วีรกรรมของเด็กน้อยยังมีอีกนะ เรานี่ก็แปลกที่ยังจำได้
ช่วงนั้นมีเฟสบุ๊คแล้ว แล้วมันก็เป็นอีกช่องทางที่เด็กน้อยมาแอ๊ว ด้วยการโพสเพลงตั้งใจไม่ได้เผลอ ของฟังกี้เบอเกอร์อะไรสักอย่าง คือหน้าวอลล์เลยเนอะ มันก็ยังเป็นเรื่องตลกอยู่ดี ไม่มีความเขินเลยจริงๆ
วาเลนไทน์อีกวัน แค่แซวเล่นๆว่าไม่มีดอกไม้เหรอ แล้วก็หายไปและกลับมาพร้อมดอกกุหลาบสีขาวเหี่ยวๆ แถมก้านยังหักอีก
แต่พอเห็นหน้าเด็กน้อยตรงหน้าแล้วก็แซวต่อไม่ไหว สงสาร 
หลังจากนั้นมันจบลงยังไงนะ รู้แค่ว่ามันค่อยๆหายไป มันเหมือนเป็นแค่เรื่องราวสั้นๆจากคนที่เราไม่คิดว่ามันสำคัญ
แล้วเด็กน้อยก็ย้ายโรงเรียน แล้วเด็กน้อยก็เติบโตเป็นชายหนุ่ม
เรายังคงติดต่อกัน แต่ในระยะห่างที่ชัดเจน เราทักทายกันบ้างตามแชท เราเม้นข้อความตอบกลับบ้างตามโอกาสที่หาเรื่องแซวได้ และเรายังคงมีทวิตเตอร์ของกันและกัน เราบ่น นายเห็น นายบ่น เราก็เห็น
จนเราได้รับรู้เรื่องราวอีกเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องแปลก เด็กน้อยคนนี้ที่เติบโตเป็นชายหนุ่ม เค้าเริ่มรู้ว่าเค้าชอบอะไร เค้าเลือกว่าเค้าจะใช้ชีวิตยังไง
และเค้าก็แสดงออกชัดเจนว่าเค้าชอบผู้ชายในขณะเดียวกันก็น่าจะยังชอบผู้หญิงอยู่
เรารับได้นะ เราเฉยๆกับเรื่องพวกนี้มาก 
เราเป็นเพื่อนกันนี่ ไม่เห็นจะต้องสนใจเลยว่าเค้าชอบผู้ชายหรือผู้หญิง
แล้วมันก็มาถึงจุดปัจจุบัน เราเข้ามหาลัย นายเข้ามหาลัย เราเคยบอกกันว่าไว้เจอกันบ้างนะ แต่การนัดหมายก็ไม่เคยเกิดขึ้น
จนกระทั่งเมื่อวาน นายทักเรามาและชวนไปดูหนัง ก็เฉยๆนะ เกือบปฏิเสธด้วยซ้ำเพราะเรามีสอบ
แต่การนัดหมายก็เกิดขึ้น

นายยังเหมือนเดิม หน้าตา บุคลิก ท่าทาง การพูด มีแค่ส่วนสูงที่เพิ่มขึ้นและดูเป็นผู้ชายมากขึ้น
เราพูดคุย เราหัวเราะและยิ้มไปกับเรื่องราวต่างๆ
 เรารู้ว่านายมุ้งมิ้ง นายขี้อ้อนและเราก็รู้ตัวด้วยว่าเราเองก็เหมือนจะเผลออ้อนนายด้วยเช่นเดียวกัน 
เราคิดว่าเรามั่นคงพอ และเราก็พอจะรู้ว่าตัวเองไม่ได้หวั่นไหว
หนึ่งวันจบไปหลังจากได้สร้างความทรงจำไว้มากมาย
แต่เรื่องราวของนายมันยังวนเวียนอยู่ในความคิดเราในขณะที่ความคิดนายดูเหมือนจะไม่มีเราอยู่อีกแล้ว
กลัวเหมือนกันนะว่านายอาจจะอ่านเจอ ความรู้สึกเรามันไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าที่เคยเป็นนะ แต่เราก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร และเชื่อมั้ย เราไม่อยากจะยอมรับมันเลยไม่ว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นนี้จะคืออะไรก็ตาม

ที่ผ่านมามันเป็นความทรงจำที่ดี เราชอบนะที่มีนายอยู่ในนั้นด้วย และเราก็ชอบประโยคนั้นที่นายบอกว่า
ย้อนเวลากลับไปได้ ก็ยังจะทำแบบเดิม
กมล.
๑ พฤษภาคม ๒๕๕๙
SHARE
Writer
wankamon
Survivor
Ordinary girl 🌾

Comments