The Dressmaker(2015) ทำไมต้องเกลียดกูขนาดนี้
มันคือการล้างแค้นอย่างสง่างามและมีระดับด้วยการแสดงให้ทุกคนรู้ว่าฉันสวยและเลอค่ามากแค่ไหนและพวกเขาจะต้องการฉัน    
     หนังบอกเล่าเรื่องราวของ Tilly Dunnage(Kate Winslet) ช่างตัดเสื้อที่หรูหราและทันสมัยในยุค 1950 ที่ได้กลับไปยัง เมืองเล็กๆที่เป็นบ้านเกิดในออสเตรเลีย หลังจากต้องถูกส่งไปยังนอกเมืองเพราะถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกร เธอได้กลับมาพร้อมกับสไตส์แฟชั่นสุดหรูเพื่อให้ผู้คนในเมืองได้สวมใส่ แต่ความจริงแล้วเธอต้องการกลับมาหาความจริงที่ว่าเธอคือฆาตกรจริงๆหรือไม่

     บอกได้เลยว่า Dressmaker คือหนังล้างแค้น สืบสวน คอมเมดี้ โดยมีเรื่องแฟชั่นเป็นเพียงประเด็นรอง ตัวหนังเดินเรื่องด้วยการตามหาความจริงของเรื่องในอดีตของ Tilly ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกร ซึ่งโทนหนังจะไม่ได้เน้นหนักไปที่อารมณ์ความแค้น แต่ผสมด้วยอารมณ์ขันจากตัวละครที่ออกจะเพี้ยนๆ บวกกับวิธีการล้างแค้นแบบผู้ดี คือเอาสิ่งสวยงามอย่างเสื้อผ้าสุดหรูมาสยบมนุษย์ที่มีแต่ความรู้สึกเกลียดชัง หรือการหักหน้าคนทั้งเมืองในการประกวดการแสดงจากเมืองต่างๆ ทำให้โทนหนัง(ดูเหมือนจะ)ไม่ดาร์กจนเกินไป ซึ่งการล้างแค้นของ Tilly จะค่อยๆสมเหตุสมผลมากขึ้นตามระยะเวลาในการดำเนินเรื่องเพราะยิ่งหนังเดินเรื่องไปได้นานเท่าไร ก็ยิ่งเห็นความน่ารังเกลียดของตัวละครแต่ละตัวมากขึ้นจนผมรู้สึกพึงพอใจไปกับการล้างแค้นครั้งนี้

     เมื่อพูดถึงข้อความหรือประเด็นที่หนังจะสื่อ เรื่องหลักที่หนังต้องการสื่อก็"ความเป็นมนุษย์"ที่มีความรู้สึก รัก โลภ โกรธ และหลง สิ่งเหล่านี้อาจจะไม่ใช่สิ่งที่สังคมยอมรับแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคือความจริง โดยเห็นได้ชัดว่าตัวละครในเรื่องนั้นมีความรู้สึกรัก เกลียดชัง และโง่เขลา ซึ่งมันก็ไม่แปลกอะไรที่ตัวละครเหล่านี้จะเรียกใครบางคนว่า"แม่มด"และไล่ให้ไปอยู่นอกเมือง อีกทั้งยังปฏิบัติต่อ"แม่มด"ราวกับว่าไม่ใช่เพื่อนมนุษย์ เพียงเพราะรู้ว่าคนคนนั้นเคยฆ่าคนมาก่อน นอกจากนี้หนังพยายามจะสื่อถึงประเด็นอื่นๆรองลงมาอย่างเช่น เรื่องพลังของความงามจากเสื้อผ้าที่สื่อให้เห็นว่าเรื่องแฟชั่นมีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของคนเราอย่างไร หรือความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อสิ่งที่ตนเองต้องการ แม้กระทั่งการทำร้ายคนอื่น 

     ก่อนที่จะได้ดูหนังเรื่องนี้ผมเข้าใจว่ามันคือหนังที่ว่าด้วยเรื่องราวของวงการแฟชั่น เพราะผมไม่เคยดูตัวอย่างหรืออ่านรีวิวมาก่อน โดยหนังเรื่องนี้ผมได้มาจากการเลือกหนังในร้านดีวีดี โดยหนังเรื่องนี้วางคู่กับหนังรางวัลอย่าง Spotlight และ The Revenant แต่ที่ผมเลือก Dressmaker เพราะสองเรื่องก่อนหน้ามันมีรางวัลออสการ์การันตีอยู่แล้วว่าเป็นหนังดีแน่นอน เอาไว้ดูเมื่อไรก็ได้ ผมจึงอยากรู้ว่าหนังที่ไม่มีรางวัลการันตีนั้นมันจะเป็นอย่างไร เมื่อดูเสร็จผมบอกได้เลยว่าผิดความคาดหมายเพราะตอนแรกคิดว่าเป็นเรื่องราวของแฟชั่นล้วนๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมไม่ชอบหนังเรื่องนี้ไปซะทั้งหมด 

     โดยสิ่งที่ผมชอบก็คือหนังสามารถนำเสนอแนวคิดที่ต้องการจะสื่อได้อย่างชัดเจน ซึ่งเห็นได้ชัดว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังล้างแค้นที่มีอารมณ์แตกต่างจากหนังที่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับการล้างแค้นเรื่องอื่นๆที่เน้นการฆ่าเป็นหลัก เพราะ"มันคือการล้างแค้นอย่างสง่างามและมีระดับด้วยการแสดงให้ทุกคนรู้ว่าฉันสวยและเลอค่ามากแค่ไหนและพวกเขาจะต้องการฉัน" คุณจะไม่ได้เห็นการฆ่าล้างโครตในหนังเรื่องนี้ แต่คุณจะรู้สึกสะใจกับวิธีการล้างแค้นของ Tilly ที่บอกได้เลยว่าเจ็บแสบ และอีกอย่างที่ผมชอบก็คือตัวละคร เมื่อพูดถึงตัวละครก็ไม่ได้มีแต่คนน่ารังเกลียดไปซะทั้งหมด แต่ยังมีตัวละครน่ารักๆอย่างจ่า Farrat ที่เป็นตำรวจที่ชอบแต่งหญิงที่คอยช่วยเหลือ Tilly ที่รับบทโดย Hugo Weaving หรือ Agent Smith จาก The Matrix ที่มาถ่วงอารมณ์ไม่ให้การล้างแค้นดูดาร์กจนเกินไป 

     สำหรับบางอย่างที่ผมยังข้องใจในหนังเรื่องนี้ก็คือที่มาของตัวละครบางตัวยังไม่ค่อยชัดเจน เพราะว่าผมก็ไม่เข้าใจว่าตัวละครบางตัวทำไมถึงได้รังเกลียด Tilly หรือหนังอาจจะต้องการสื่อว่าตัวละครบางตัวเกลียด Tilly เพียงเพราะเกลียดตามคนอื่น ซึ่งจุดนี้ยังไม่ชัดเจนเท่าไรนัก และกับการที่เอา Liam Hemsworth มารับบทพระเอกที่ต้องเจอกับนางเอกอย่าง Kate Winslet ทำให้ผมรู้สึกว่ามันมีความเป็น milf มากกว่าจะเป็นคู่พระนางที่อายุไล่เลี่ยกัน แต่โดยรวมแล้วถือว่าเป็นหนังที่เล่าเรื่องที่ต้องการสื่อได้ดี แต่ติดที่รายละเอียดบางอย่างที่ยังไม่ลงตัวครับ
SHARE
Written in this book
หนังที่อยากให้ดู
รีวิวหนัง คุยเรื่องหนัง หนัง หนัง หนัง
Writer
JeansMT_SUT
story teller
ตอนเด็กๆชอบวิชาวิทยาศาสตร์ แต่พอได้รู้ว่ามันมีคณิตศาสตร์ปนอยู่ด้วยก็เลยชอบน้อยลง

Comments