สัตว์สังคมที่อยู่รอดจากการปรับตัว

เพราะมนุษย์เราเป็นสัตว์สังคม 

อริสโตเติลได้กล่าวไว้ว่า ถ้าผู้ใดไม่สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข หรือ พึ่งตนเองได้จนไม่ต้องพึ่งสังคม ผู้นั้นถ้าไม่ใช่พระเจ้า ก็คงจะเป็นสัตว์ป่า

เพราะมนุษย์เราเป็นสัตว์สังคม 

ประโยคดังกล่าวถูกใช้เป็นคำตอบในการอธิบายเหตุผลหลายๆ อย่างในชีวิตผม เวลาที่จนใจ เศร้า หรือ แก้ปัญหาไม่ได้ ก็มักจะโทษทำพี่อริสโตเติลเขา ถ้าจะยึดคำกล่าวนี้ตัวแปรต้น อาจแปลได้ว่า มนุษย์เรา ไม่ว่าจะดำเนินทำกิจอะไร ก็ล้วนแล้วแต่ต้องมีคนรอบข้างเป็นปัจจัยทั้งสิ้น ซึ่งนั่นทำให้ผมคับข้องสุดจิตสุดใจ ผมไม่เข้าใจว่าในสังคมที่ชื่นชมความเป็นเอกลักษณ์ สนับสนุนความคิดริเริ่ม แต่ดันยึดความเป็นแบบแผนและประเพณีอย่างรุนแรงโดยเฉพาะสังคมไทยเนี่ย มนุษย์เรา หรือจริงๆ คือผมเองนี่แหละ จะสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมอย่างสวัสดิภาพได้อย่างไร

ตั้งแต่จำความได้ ผมถูกสอนให้ช่างพูดช่างถาม นึกกังขาและพยายามหาคำตอบกับสิ่งรอบตัวมาตลอด เพราะสังคมบอกว่า มันดี มันถูกมันควร มันจะพัฒนา จะทำงานอะไรต้องสร้างสรรค์ ต้องแตกต่างและโดดเด่น ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จ พอโตมาหน่อย สังคมก็สอนให้ผม ‘รู้จักพึ่งพาตนเอง’ พยายามสร้างให้มีความสามารถให้ครบทุกแขนง ยิ่งรอบด้านเท่าไรยิ่งดี สังคมทำให้ผมมีความเชื่อแบบนี้ จนผมได้มาประสบกับเหตุการณ์หนึ่ง

เหตุการณ์วันนั้นเริ่มด้วยการนำเสนอหน้าชั้นของเพื่อนคนหนึ่ง ที่แน่นอน ไม่สมบูรณ์แบบ แต่สิ่งที่เพื่อนคนนั้นกำลังได้รับ ไม่ใช่คำชม หรือแม้แต่คำวิจารณ์ แต่กลับเป็นคำดูถูก ว่ากล่าวเกินจริง เอาความเข้าใจผิดความไม่รู้มาล้อเล่นเป็นเรื่องตลก ที่แย่ไปกว่านั้นคือสังคมกำลังคล้อยตามและยอมให้มันเกิดขึ้น ถึงขนาดหัวเราะรื่นร่วมไปด้วย!

เสี้ยววินาทีนั้นทำให้ผมทนไม่ไหว โพล่งความคิดเห็นของตัวเองออกไปด้วยความโกรธ พยายามจะชี้แจงให้เห็นว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น มันไม่ถูก แค่คิดว่ามีคนกำลังถูกรังแกอย่างสาธารณะด้วยการกล่าวหา ก็ผิดอย่างไม่มีข้อโต้แย้งแล้ว ผมมั่นใจว่าการชี้แจงของผมถูกต้อง มีเหตุผลรองรับ และผมกำลังช่วยเพื่อนคนนั้นอยู่

ความเชื่อมั่นในพฤติกรรมของผมที่ถูกปลูกฝังโดยสัตว์สังคมกลุ่มหนึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา ได้ถูกทำลายลงจนเกือบสิ้นซาก ด้วยปฎิกริยาที่เกิดขึ้นในวันนั้น สังคมมองว่าผมก้าวร้าว มองว่าพฤติกรรมที่ผมทำออกไปไม่สมควร นำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปตำหนินินทา และจุดที่ทำให้ผมรู้สึกว้าเหว่และโดดเดี่ยวที่สุด คือวินาทีที่เพื่อนที่ผมคิดว่าเป็นฝ่ายถูกกระทำนั้น ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับผม

เพราะมนุษย์เราเป็นสัตว์สังคม 

หวังว่าประโยคนี้จะปลอบใจผมได้บ้าง เขานิยามกันเอาไว้แล้วว่า สัตว์สังคมนั้นมีการอยู่ร่วมกันเป็นหมู่เหล่า และ ความเกี่ยวข้องกันและกัน เพราะตัวคนเดียวไม่สามารถจัดการให้รอดชีวิตได้ จึงต้องมีการเกื้อกูลกันผ่านการจัดระเบียบทางสังคม การอยู่ร่วมกันในสังคมนั้น สมาชิกจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือบรรทัดฐานที่ควบคุมตามตำแหน่ง เป็นการนำและการตามภายใต้วัฒนธรรมที่สืบต่อกันมา

พฤติกรรมของเราคงจะไม่เหมาะสมและไปขัดกับโครงสร้างพื้นฐานของสังคม

ถ้าให้เหตุผลแบบนี้ไปก็คงจะเข้าใจ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เสียใจ

เพราะผู้ที่อยู่รอดคือผู้ที่รู้จักปรับตัว 

ชาร์ลส ดาร์วิน บอกผมอย่างนั้น ถึงผมจะเบื่อที่สังคมไทยชอบทำตามเพียงเพราะเสียงส่วนมากหรือทำตามๆกันมา เบื่อสังคมไทยที่ต้องยอมผิดเพียงเพราะเขาอาวุโสกว่า เบื่อสังคมไทยที่ไม่ชอบการเผชิญหน้า ไม่ชอบความจริงหรือความคิดเห็นที่ตรงเกินไป แต่ในเมื่อมาอยู่ในสังคมนี้แล้ว ก็ต้องรู้จักปรับให้จงได้

เพราะยังไม่อยากเหงาเฉาเป็นสัตว์ป่าที่โดดเดี่ยว และยังไม่หน้าทนขนาดอ้างตนเป็นพระเจ้า ผมก็คงจะต้องเป็นสัตว์สังคมต่อไป ถึงจะต้องปรับตัวมากหน่อย ก็ต้องอดทน

เพราะผู้ที่อยู่รอดคือผู้ที่รู้จักปรับตัว 

จริงๆ แม้แต่สัตว์ป่าบางชนิดยังเป็นสัตว์สังคมเลย

SHARE

Comments