เรื่องเล่าของเธอโดยสังเขป
 บ้านที่พึ่งย้ายมาใหม่
มีเด็กรุ่นเดียวกับเราด้วย

ไฮ
Sa wad dee krap

ชั้นคิดว่านั่นเป็นบทสนทนาของเราที่สั่นที่สุด

ชั้นยังจำท่าทางอันเคอะเขินของเธอได้
ขณะที่มือทั้งสอง ถือพิซซ่าอยู่สองถาด

บทสนทนาครั้งถัดๆไป ก็ไม่ได้ยาวจากครั้งแรกมากเท่าไร แต่ความเคอะเขิน แน่นอนว่า ได้ค่อยๆลดลง ลดลง

ฉันจะเจอเธอขี่จักรยานกลับบ้านมาเสมอ

เวลาผ่านไป เรายิ่งสนิทกันมากขึ้น
คุยกันมากขึ้น
เล่นกันมากขึ้น

ไว้ใจ

กันมากขึ้น

พูดได้ว่าเราเติบโตมาด้วยกัน

เราต่างโตขึ้น แต่เรายังสนิทกันเหมือนตอนเด็กๆ

เราไม่ค่อยพาเพื่อนสนิทของเราทั้งคู่มาเจอกัน
สังคมเราต่างกัน
เพื่อนที่เราคบต่างกัน

แต่สุดท้าย
คนที่เราอยากอยู่คุยด้วยกลางดึก
คือเธอ

จาก จักรยาน เป็นมอเตอร์ไซค์

ดีใจด้วยนะ ในที่สุดพ่อก็ยอมซื้อให้

เราอยากให้ทุกๆคืน เป็นเหมือนคืนนั้น
ที่เราแอบออกมานั่งที่ระเบียงกลางดึก
พูดคุยเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ
แม้ว่าเราจะรู้สึกเล็กมากเท่าไรในโลกใบนี้
ดูเหมือนไม่มีอะไรสำคัญอีกเลย
ตอนที่เราได้นั่งข้างเธอ
ได้ยินเสียงเธอ
แม้แต่ตอนที่เราไม่ได้พูดอะไร
แต่แค่ได้นั่งข้างเธอ
ความเงียบนั้น
กลับเป็นสิ่งที่ฉันโหยหามากที่สุดตอนนี้

ทุกอย่างดูดีไปหมด
จนวันหนึ่ง
เธอต้องไป

เราโกรธ
โกรธทุกอย่าง
โกรธตัวเอง
ที่เราทำอะไรไม่ได้เลย

มันเป็นเส้นทางที่เรากำหนดไม่ได้
วันหนึ่งเราต้องจากกัน
ไม่ใช่เพราะเราไม่รักกัน
แต่เป็นเพราะเธอต้องไป

ความเงียบครั้งสุดท้าย
เป็นความเงียบที่ทรมานที่สุด
แต่เป็นความเงียบที่ฉันอยากให้อยู่นานที่สุด

ฉันตื่นมาเช้าวันหนึ่ง
ค้นพบว่าเธอไม่อยู่แล้ว

ฉันใช้เวลาจำนวนหนึ่ง
ปรับตัวให้เคยชิน
แปลกเนอะ
อยู่ดีๆคนๆนึงก็หายไป
ได้ยินเสียงมอเตอร์ไซต์ทีไร
ฉันจะต้องมองออกไปข้างนอกทุกที
ทุกครั้งมันจะเป็นเธอ
แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว

ดูเหมือนสัญญาของเด็กสองคน
ไม่ส่งผลตอนที่เด็กสองคนนั้นโตขึ้น

ดูเหมือนความฝันของเธอจะเป็นจริงแล้วสินะ
ฉันยังเดินทางไปได้ไกลไม่ถึงครึ่งเลย
ในแผนของฉันมันต้องมีเธออยู่ด้วยไง
พอเธอไป แผนก็พังไปหมด
แล้วดูเหมือนฉันยังทำใจที่จะมีแผนใหม่ไม่ได้เสียด้วย

ยินดีด้วยนะ

ขอโทษที่ทำตามสัญญาไม่ได้
ขอโทษที่ไม่ได้อยู่ด้วยตอนเธอดีใจ
ขอโทษที่ไม่ได้อยู่ด้วยตอนเธอเสียใจ
เหมือนแต่ก่อน

อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดเนอะ

ฉันยังคงมองหาเธอในทุกๆคนที่ฉันพบเจอ

แต่ฉันยังไม่เจอ

SHARE

Comments